วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เริ่ม "ดื้อยา" มาตรา44

เริ่ม "ดื้อยา" มาตรา44

  • Share:

กระโดดหลบหินสะท้อนกระดอนกลับแทบไม่ทัน

ตามปรากฏการณ์แบบที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มือกฎหมายเบอร์หนึ่งของรัฐบาล คสช. ต้องรีบออกมาเคลียร์ปมร้อนๆว่าด้วยการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ยุบสภา หากหลังการเลือกตั้งแล้วเลือกนายกรัฐมนตรีกันไม่ได้ภายใน 6 เดือน

เหมือนจะ “โยนหิน” ขู่กลายๆไม่ให้นักการเมืองยื้อฉุดกระชากกันวุ่นวาย

ยอมเปิดเส้นทางให้ “นายกฯคนนอก” แต่โดยดี

แต่ที่ไหนได้ มันไปกระตุกอาการ “ฮึดฮัด” ของนักเลือกตั้งอาชีพทั้งยี่ห้อประชาธิปัตย์ ค่ายเพื่อไทย ไม่เว้นแม้แต่แกนนำม็อบคนดังอย่างนายสุริยะใส กตะศิลา พากันวิจารณ์ให้แซ่ด

ไม่ได้สะดุ้งตามมุกใช้ดาบมาตรา 44 ยุบสภาแต่อย่างใด

นอกจากไม่รับมุกเกมอุ้มนายกฯ “ข้าวนอกนา” แล้ว โดยอารมณ์ของแนวร่วมสกัดผู้นำท็อปบูต ทุกฝ่ายยังช่วยกันลุ้นให้ได้นายกฯมาจากตัวแทนพรรคการเมืองอีกต่างหาก

จากรูปการณ์ปมอำนาจยุบสภา สะท้อนแรงต่อต้านมาตรา 44 ในระดับที่สัมผัสได้ชัดเจน และก็เป็นอะไรที่กระแสต่อเนื่องกัน ไม่ใช่แค่ฝ่ายการเมืองเท่านั้นที่ตีกันไม่ยอมให้อำนาจมาตรา 44 ยุ่มย่ามกับสภา แม้แต่ในหมู่ข้าราชการก็มีสัญญาณให้ตามคลื่นความถี่กันให้ดี

เริ่มเกิดอาการ “ดื้อยา” มาตรา 44

แบบที่ได้เห็น “กลอนศรีปราชญ์” ของนายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ที่ถูกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 12/2559 ให้พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2559 ที่เขียนไว้ในวันสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ

ในอารมณ์ที่เจ้าตัวฝังใจโดนมาตรา 44 ประหารชีวิตทางราชการ

อาฆาตกันนิ่มๆ ถ้าไม่ผิดก็ขอให้ดาบนั้นคืนสนองคนสั่งการ

งานนี้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.มีสะดุ้งก็แล้วกัน

และอันที่จริงจุดเริ่มของสัญญาณร้อนๆของอาการ “ดื้อยา” มาตรา 44 ในหมู่ข้าราชการ มันก็มีเค้าลางมาตั้งแต่การที่รัฐบาลทหาร คสช.ตีธงไล่ “เช็กบิล” ทวงค่าเสียหายจากข้าราชการที่มีเอี่ยวในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

ตามข่าวมีการขู่ “บอยคอต” จะรวมหัวกันไม่ทำงานให้รัฐบาล คสช.

โดยตัวเลขข้าราชการที่นับแล้วจำนวนเป็นร้อยๆคนที่อยู่ในข่ายติดชนัก ตั้งท่าปักหลักสู้

ดูตามรูปการณ์ ดาบมาตรา 44 พอมาถึงจุดที่ใช้จนเฝือมากไป ชักจะเริ่มทำให้อาการแหยงเริ่มเปลี่ยนเป็นอารมณ์เบื่อ
ก่อแรงต้านในกลุ่มพวกไม่เชื่อน้ำยา

เรื่องของเรื่อง สถานการณ์มันยังพาลโยงกัน ในอารมณ์อย่างที่นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว วิจารณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ขู่ย้อนศรตรวจสอบนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ และนายศรีสุวรรณ จรรยา

ที่ร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้มีการสอบสวนกรณี พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา และวงศาคณาญาติ ในหลายเรื่องตั้งแต่เรื่องฝาย เรื่องการใช้เครื่องบิน การใช้บ้านพักทางราชการตั้งเป็นห้างหุ้นส่วน และการประมูลงานราชการ

ทั้งๆที่เป็นบทบาทของพลเมืองดีโดยทั่วไปที่จะปกปักรักษาบ้านเมืองของตน

แล้วก็วนมาที่มาตรา 44 ตามท้องเรื่องที่รองอธิบดีอัยการระบุชัดๆเลยว่า จะต่างกับท่านนายกฯตรงที่ท่านมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 44 สั่งเลื่อนลดปลดย้ายข้าราชการต่างๆ ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำทุจริตทั้งที่ยังไม่มีการสอบสวน แค่สงสัยเท่านั้น

จนครอบครัวเขาเสียชื่อเสียงไปมากมายก่ายกองและเสียหายไปชั่วลูกชั่วหลาน พอคนในตระกูลจันทร์โอชาโดนเข้าบ้าง ท่านจะไปโวยวายทำไม

คนถือดาบเจอย้อนศรเข้าเต็มๆกับปัญหา “ลูบหน้าปะจมูก”

ความขลังของดาบมาตรา 44 ก็ยิ่งเสื่อมลงไปอีก.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้