วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นักดำน้ำจิตอาสา ร่วมแรงเก็บขยะ ฟื้นฟูแหล่งปะการังทะเลระยอง

นักดำน้ำจิตอาสา ร่วมแรงเก็บขยะ ฟื้นฟูแหล่งปะการังทะเลระยอง

  • Share:

นักธุรกิจท่องเที่ยวที่ระยอง เป็นแกนนำระดมนักดำน้ำจิตอาสา ช่วยกันเก็บขยะใต้ทะเลนำไปทิ้งบนฝั่ง ตามโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งประการังธรรมชาติ ชี้หากทุกคนเอาแต่ตักตวง อีกไม่นานทะเลไทยจะมีสภาพเกินเยียวยา...

วันที่ 3 ต.ค.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีนักธุรกิจภาคเอกชน คือ นายสุภัทร แกล้วกล้า ผู้จัดการบริหารบริษัท โสธร ปริ้นเซส จำกัด ทำธุรกิจท่องเที่ยวเดินเรือนำเที่ยวทางทะเล มีแนวความคิดในการจัดเก็บขยะใต้ทะเล จ.ระยอง จึงได้จัดทำโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งประการังธรรมชาติ โดยการนำจิตอาสาหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาดำน้ำเก็บขยะในทะเล รวมทั้งพระครูพรหมจริยานุวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดเภตราสุขารมณ์ นายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 นายประยูร พงศ์พันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด นายสุริยา กิตติมณฑล เจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง และ น.อ.สกนธ์ ใจมั่นคง ประธานชมรมอนุรักษ์ทะเลไทย เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย  

นายสุภัทร แกล้วกล้า ผู้จัดทำโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งประการังธรรมชาติ เปิดเผยว่าในปัจจุบันพบว่า มีนักท่องเทียวให้ความสนใจในการท่องเที่ยวทางทะเลเพิ่มมากขึ้นทุกปี แต่การท่องเที่ยวดังกล่าว จะต้องรักษาสภาพทางธรรมชาติไว้ให้สวยงาม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการส่งเสริมสนับสนุน ตลอดจนกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งปะการังธรรมชาติ เพื่อเป็นการรักษาสภาพใต้ทะเล ทำให้สัตว์ทะเลได้ขยายพันธุ์มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ก็เพื่ออนุรักษ์ และฟื้นฟูแหล่งปะการังธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางทะเลในอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด เพื่อปลูกจิตสำนึกในแก่คนในท้องถิ่น นักท่องเที่ยวในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล และเพื่อสนองตอบนโยบายในการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวของรัฐบาล

สำหรับกิจกรรมเก็บขยะใต้ทะเล ได้ทำมาแล้วกว่า 20 ครั้ง โดยจะทำในวันอาทิตย์ปลายเดือนของแต่ละเดือน โดยมีจิตอาสากว่า 50 คนเดินทางมาร่วมกิจกรรม โดยจะพาจิตอาสาเก็บขยะบริเวณเกาะเสม็ด เกาะทะลุ เกาะกุฎี ส่วนมากจะเป็นขยะประเภทเศษอวนของเรือประมงที่ติดตามปะการัง ขวดพลาสติก ถุงพลาสติกต่างๆ เชือก ฯลฯ ที่ปิดทับถมปะการัง ทำให้ปลาไม่สามารถเข้าไปอยู่อาศัยได้ และทำให้ปะการังนั้นมีความเจริญเติบโตช้าลงหรือล้มตายได้

"เมื่อจิตอาสาเก็บขยะทุกเดือน ทำให้ขยะใต้ทะเลนั้นลดลง และจะหมดไปในที่สุด และจะทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวทางทะเลมีความคึกคักมากขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวที่ชอบดำน้ำดูปะการัง เห็นทัศนียภาพใต้ทะเลมีความสวยสดงดงามมากยิ่งขึ้น ซึ่งกิจกรรมเก็บขยะใต้ทะเลนี้จะดำเนินงานอย่างต่อเนื่องทุกเดือนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด" นายสุภัทร กล่าว

ทางด้าน นายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 (ระยอง) เผยว่า สภาวะปัญหาขยะใต้ท้องทะเลระยอง ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพราะพื้นที่นี้เป็นทั้งเมืองอุตสาหกรรมและแหล่งท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ปริมาณขยะใต้ทะเลเพิ่มมากขึ้น โดยประเภทขยะที่พบมากที่สุดจากการดำน้ำเก็บขยะใต้ท้องทะเล คือ อวนหาปลา ขยะประเภทพลาสติก โฟม และขวดแก้ว ซึ่งจำนวนขยะที่เก็บขึ้นแต่ละครั้งมีมากกว่า 2 พันกิโลกรัม ปัญหาขยะใต้ท้องทะเล นับวันจะยิ่งส่งผลกระทบรุนแรงมากยิ่งขึ้น หากทุกคนยังไม่ตระหนักถึงปัญหา ยังคงตักตวงแต่ความสุขและผลประโยชน์เฉพาะหน้า โดยไม่ไยดีกับสภาพแวดล้อม อีกไม่นานความเสื่อมโทรมของท้องทะเลไทยจะเป็นปัญหาใหญ่ที่เกินเยียวยาแน่นอน.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้