วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลุ้นถอนประกัน 5 แกนนำ นปช. 11 ต.ค.นี้ จตุพร ขอความเป็นธรรม

ลุ้นถอนประกัน 5 แกนนำ นปช. 11 ต.ค.นี้ จตุพร ขอความเป็นธรรม

  • Share:

ศาลอาญา นัดฟังคำสั่งจะถอนประกัน 5 แกนนำ นปช.หรือไม่ 11 ต.ค.นี้ ด้าน จตุพร ขอความเป็นธรรมต่อศาล ยันเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม ชี้ ดีเอสไอ-อัยการ สามารถใช้ช่องทางอื่นได้ ไม่จำเป็นต้องถอนประกัน  

ที่ห้องพิจารณาคดี 901 ศาลอาญา เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ต.ค. ศาลนัดไต่สวนคำร้องของพนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 ที่ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาสั่งเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว นายวีระ หรือ นายวีรกานต์ มุสิกพงศ์, นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ. เหวง โตจิราการ และ นายนิสิต สินธุไพร 5 แกนนำ นปช.จำเลยร่วม ในคดีร่วมกันก่อการร้ายรวม ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ในศาลอาญา โดยจำเลยทั้ง 5 คน พร้อมด้วยทีมทนายความเดินทางมาศาล ท่ามกลางคนสนิทติดตามมาให้กำลังใจราว 20 คน

ศาลสอบถามจำเลยทั้ง 5 ว่า ได้อ่านและทราบ คำร้องขอเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวของโจทก์แล้วยอมรับว่า ได้มีการพูดออกอากาศผ่านรายการทีวีพาดพิงเกี่ยวกับเรื่องสมเด็จพระสังฆราช, อุทยานราชภักดิ์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการยั่วยุปลุกปั่นให้บ้านเมืองเกิดความไม่สงบอันเป็นพฤติการณ์ผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวที่ทำไว้กับศาลหรือไม่ นายจตุพร แถลงต่อศาล ว่า ได้ทราบคำร้องของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ร้องต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษ แล้วรับว่า ตนและพวกพูดถ้อยคำเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกอากาศผ่านรายการจริง แต่คำพูดที่ตนและจำเลยที่ถูกยื่นถอนประกันนั้น เป็นการแสดงความเห็นแสดงความห่วงใยในการบริหารงานบ้านเมือง และเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ติชมโดยความสุจริตในฐานะประชาชนผู้ห่วงใยประเทศ ไม่เคยพูดในลักษณะการยุยง แต่พวกตนพูดให้ประชาชนอยู่ในความสงบ ถ้าเห็นว่าการกระทำของพวกตนมีลักษณะพาดพิงกระทบกับบุคคลใด ก็มีกฎหมายเรื่องการดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทที่บุคคลนั้นจะใช้สิทธิยื่นฟ้อง หรือหากเห็นว่าก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ดีเอสไอและอัยการสามารถยื่นฟ้องพวกตน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ได้ แต่ในความจริงยังไม่ปรากฏพบว่ามีการแจ้งความฟ้องร้องดำเนินคดีแก่ตนในความผิดฐานก่อความไม่สงบและสร้างความวุ่นวายแต่อย่างใด

5 แกนนำ นปช. ขึ้นศาลอาญา ไต่สวนร้องถอนประกัน ศาลนัด 11 ต.ค. ฟังคำตัดสิน

ขณะที่คดีการชุมนุมของแกนนำ กปปส. อัยการยื่นฟ้องเพียง 4 ราย ส่วนอีก 54 ราย ยังไม่ได้ดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลอาญาทำให้ไม่ได้มีการกำหนดเงื่อนไขของกลุ่ม กปปส.ให้อยู่ในเงื่อนไขเดียวกันกับพวกตน และไม่เป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ในเมื่อจำเลยทั้ง 5 คน ยอมรับข้อเท็จว่าได้มีการกล่าวพูดออกทีวีจริง แต่เป็นการดำเนินรายการปกติไม่มีการยั่วยุให้เกิดความวุ่นวาย และไม่มีเจตนาละเมิดหรือผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวที่ให้ไว้กับศาล ข้อเท็จจริงโจทก์จึงฟังได้เป็นที่ยุติและไม่ต้องไต่สวนพยานอีก แต่โจทก์ได้แถลงนำส่งพยานซึ่งเป็นซีดีบันทึกรายการทีวี ที่พวกจำเลยจัดส่งศาล ซึ่งศาลจะวินิจฉัยเนื้อหาในแผ่นซีดี ว่า การพูดออกรายการของจำเลยทั้ง 5 เป็นการยุยงปั่นป่วนให้เกิดความวุ่นวายอันเป็นการผิดเงื่อนไขและเพียงพอ ที่จะให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวหรือไม่ พร้อมนัดฟังคำสั่งว่า จะเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้ง 5 หรือไม่ ในวันที่ 11 ต.ค.นี้

นายจตุพร กล่าวว่า ตนและแกนนำ นปช. เห็นว่า คำร้องขอถอนประกันในวันนี้ไม่น่าจะเข้าข่ายเงื่อนไขการถอนประกันตัวที่ทำไว้กับศาล เพราะทางดีเอสไอและอัยการ ได้รับคำร้องส่วนหนึ่งมาจากหลวงปู่พุทธะอิสระ ซึ่งเป็นจำเลยคดีก่อการร้ายและคดีอื่นหลายข้อหา ซึ่งเป็นเวลานานกว่า 2 ปี แล้วยังไม่ได้ส่งฟ้องต่อศาล ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปี หลังจากการยึดอำนาจพวกตนอยู่อย่างสงบ ประเด็นต่อมาถ้าเรื่องนี้เป็นความผิดข้อหายุยงปลุกปั่น ถามว่า ทำไมดีเอสไอและอัยการไม่ดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา หรือถ้าเป็นการดูหมิ่นผู้ใด ก็สามารถใช้สิทธิดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทได้เช่นกัน แต่กลับใช้ช่องทางเพิกถอนการประกันพวกตนและแกนนำนปช.ทั้ง 5 คน ที่ตนมาศาลเพราะเชื่อมั่นในความยุติธรรม ที่ผ่านมา เคยถูกยื่นคำร้องถอนประกัน แต่ครั้งนี้ตนและทนายความได้ดูเอกสารคำร้องขอถอนประกันแล้วเห็นว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับคดีก่อการร้าย ดังนั้นจึงหวังว่า จะได้รับความเป็นธรรม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้