วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปกป้อง…มรดกชาติ เปิด "5 ยุทธศาสตร์" แผนปฏิรูปอุทยานแห่งชาติ 20 ปี ระหว่าง 2560-2579

ปกป้อง…มรดกชาติ เปิด "5 ยุทธศาสตร์" แผนปฏิรูปอุทยานแห่งชาติ 20 ปี ระหว่าง 2560-2579

  • Share:

ปฏิรูปอุทยานแห่งชาติ!

ทำไม...ต้องปฏิรูป?

น่าจะเป็นคำถามที่ตามมาทันที และคำตอบก็คือ เพราะอุทยานแห่งชาติ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นกรมขนาดใหญ่ ดูแล “ป่าอนุรักษ์” ที่เป็นอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ถึง 60-70% ของประเทศ

และที่สำคัญ คือเพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจการปฏิรูปประเทศของรัฐบาล เพราะคงต้องยอมรับความจริงว่า แม้กรมอุทยานฯ ที่กำลังก้าวสู่ปีที่ 15 จะมีจุดแข็ง คือ ระบบงานป้องกันรักษาป่าที่ พอใช้ได้ จำนวนหน่วยพิทักษ์ป่ากระจายอยู่เพื่อดูแลป่ามีพอสมควร มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานป้องกันดูแลรักษาป่าที่ทำงานในพื้นที่จริงในระดับที่ป้องกันพื้นที่ไม่ให้ถูกบุกรุกได้

แต่ขณะเดียวกันก็คงปฏิเสธไม่ได้ถึง จุดอ่อนที่ดูเหมือนยิ่งนับวันจะขยายวงกว้างและทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือ การมีชุมชนที่ทับซ้อนอยู่ในป่าอนุรักษ์ ตามข้อมูลของกรม 184,710 ราย จำนวน 2,225,540 ไร่ ซึ่งจริงๆอาจจะมากกว่านี้ เป็นปัญหาสำคัญที่สุดในการรักษาป่า เพราะชุมชนเหล่านี้มีแนวโน้มขยายที่ทำกินทุกปี

นี่คือปัญหาใหญ่และท้าทายศักยภาพของกรมอุทยานแห่งชาติฯ

ทั้งนอกจากการดูแลพื้นที่ป่ามิให้ลดลงแล้ว ยังมีอีกหลากหลายหน้าที่ซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือ การรักษาระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งในเรื่องสัตว์ป่า พรรณไม้ และอื่นๆ เช่น ปะการัง หญ้าทะเลด้วย

โดยเฉพาะอุทยานฯ ทางทะเล ปัญหาคือเมื่ออุทยานฯ มีการท่องเที่ยว และสร้างรายได้มหาศาล ล่าสุดเกือบ 2 พันล้านบาท บุคลากรส่วนใหญ่จึงต้องปรับตัวและปรับภารกิจที่มุ่งเน้นการทำงาน ดูแลและบริการนักท่องเที่ยวมากขึ้น ทำให้ไม่มีการเดินลาดตระเวนป่าครอบคลุมทั้งพื้นที่อย่างทั่วถึงและยังถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาภัยคุกคามระบบนิเวศจากการล่าสัตว์ ตัดไม้มีค่า รวมถึงการเก็บหาของป่าที่เกินกำลังการผลิตของระบบนิเวศ ตลอดจนการเสื่อมโทรมของระบบนิเวศแนวปะการังที่ส่วนใหญ่เกิดจากการท่องเที่ยวทางทะเล

ขณะเดียวกัน ก็ยังมีปัญหาอื่นๆ อาทิ แนวเขตอุทยานฯ ส่วนใหญ่ไม่ชัดเจน การบังคับใช้กฎหมายยังไม่มีประสิทธิภาพ การ บริหารด้านนันทนาการ ไม่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เป็นต้น

“กรมอุทยานฯ กำลังจัดทำยุทธศาสตร์แผนปฏิรูปอุทยานแห่ง ชาติ 20 ปี ระหว่าง 2560–2579 ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ประเทศ 20 ปี เพื่อใช้ขับเคลื่อนประเทศ จะมีการปรับเปลี่ยนกลไกให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมในการจัดการทรัพยากรประเทศ รวมทั้งแก้ปัญหาทรัพยากรถูกทำลาย เสื่อมโทรมจากการท่องเที่ยว คุณภาพอุทยานฯ ไม่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ การบริหารจัดการขาดประสิทธิภาพไม่ทันสมัย ขาดการมีส่วนร่วม” นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯกล่าว

ทั้งนี้ ในยุทธศาสตร์ฯ 20 ปี จะมี 5 ยุทธศาสตร์หลัก ประกอบด้วย 1. การคุ้มครอง ดูแล รักษาทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ จะมีการเพิ่มประสิทธิภาพการลาดตระเวนแผนใหม่และพัฒนาระบบติดตามประเมินผล การแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินในพื้นที่อุทยานฯ โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา เป็นต้น

2.การดูแลรักษาทรัพยากรการท่องเที่ยวและการพัฒนา การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จะมีการจัดทำมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การจัดการขยะและน้ำเสียในอุทยานฯ พัฒนาระบบความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เป็นต้น 3.การวิจัยและพัฒนาเพื่อการจัดการอุทยานแห่งชาติ จะมีการพัฒนาระบบข้อมูลสถานภาพทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดตั้งกองทุนตอบแทนระบบนิเวศ การสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ทรัพยากรที่มีความโดดเด่นเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ การยกระดับคุณภาพอุทยานฯ เป็นต้น 4.การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการอย่างบูรณาการ จะมีโครงการต้นแบบการบริหารจัดการอุทยานฯแบบบูรณาการทุกหน่วยงานในพื้นที่ การพัฒนาการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสารในการจัดการอุทยานฯ การจัดหาอาวุธปืน การกำหนดหลักเกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่งหัวหน้าอุทยานฯ เป็นต้น และ 5.การส่งเสริมการบริหารจัดการตามแนวทางประชารัฐ จะจัดตั้งเครือข่ายอาสาสมัครรักษ์อุทยานฯ จัดตั้งแนวร่วมพิทักษ์อุทยานฯ ส่งเสริมให้เอกชนมีบทบาทในการให้บริการ เป็นต้น

“เบื้องต้นได้มีการจัดลำดับความสำคัญของอุทยานฯเป็น 3 กลุ่มเพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ โดยกลุ่ม A เป็นอุทยานฯ มีความสำคัญมาก 26 แห่ง อาทิ เขาใหญ่ สิมิลัน อ่าวพังงา ดอยอินทนนท์ เป็นต้น กลุ่ม B มีความสำคัญสูง 53 แห่ง อาทิ เขาแหลม ไทรโยค ดอยสุเทพ ศรีสัชนาลัย แก่งกรุง ภูเรือ เป็นต้น และกลุ่ม C มีความสำคัญระดับปานกลาง 69 แห่ง อาทิ ป่าหินงาม เขาค้อ เขาสิบห้าชั้น นันทบุรี เป็นต้น” อธิบดีกรมอุทยานฯขยายภาพการดำเนินการปฏิรูปอุทยานเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน

“ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม” เห็นด้วยกับการปฏิรูปอุทยานฯ 148 แห่ง เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศ ภายใต้สถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนใหม่ ที่ต้องบริหารงานอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

และที่สำคัญเหนืออื่นใด คือ เพื่อหยุดพฤติกรรมต่างๆที่กำลังทำให้อุทยานแห่งชาติไม่ไปเป็นแหล่งทำเงินทำทองให้กับคนบางกลุ่ม

เพื่อรักษาอุทยานแห่งชาติให้เป็นมรดกของลูกหลานไทยตราบนานเท่านาน.

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้