วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ครบคอนเซปต์ ! เปิดโปรไฟล์ไฮโซ ‘เล็ก กรกนก’ สวยเก่งไม่พอ ยังรวยเว่อร์ !

ใช่ว่าจะหาตัวจับได้ง่ายๆ ซะเมื่อไหร่สำหรับเซเลบฯ สาวเก่ง ‘เล็ก-กรกนก ยงสกุล’ ทายาทธุรกิจ Boat Lagoon Marina ท่าจอดเรือเจ้าใหญ่ของภูเก็ต และผู้ก่อตั้งสถาบันสอนการแต่งตัว และพัฒนาบุคลิกภาพ Ruenrombylek Training Center หากแต่ล่าสุดเธอก็ได้ปลีกตัวจากงานที่ค่อนข้างยุ่งมางานแฟชั่นโชว์ฉลองครบรอบ 10 ปี แบรนด์ ‘โพเอม’ ที่รวมเหล่าเซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทยไว้กว่า 200 ชีวิต

แน่นอนว่าโอกาสดีๆ แบบนี้เราไม่พลาดไปกระทบไหล่ พร้อมจับตัวเธอมาเปิดโปรไฟล์ แง้มถึงธุรกิจ และไลฟ์สไตล์ส่วนตัวให้ฟังกันแบบหมดเปลือก !

ชื่อ นามสกุล : กรกนก ยงสกุล
นิกเนม : หนูเล็ก
ที่มาของนิกเนม : เป็นลูกคนสุดท้อง
อายุ : 33 ปี
วันเกิด : 06/12/1982
ส่วนสูง-น้ำหนัก : 162 ซม. - 53 กก.
การศึกษา : จบปริญญาตรีด้านแฟชั่นดีไซน์ที่ University of Westminster ประเทศอังกฤษ และปริญญาโทด้านการตลาด (การทำตลาดแฟชั่น)
อาหารที่ชอบ : กะเพราไก่ไข่ดาวเลย เบสิกสุด
อินสตาแกรม : ruenrombylek
เฟซบุ๊ก : ruenrombylek

แนะนำตัวกันหน่อย
เล็ก-กรกนก ยงสกุล นะคะ ตอนนี้เป็นเทรนเนอร์ วิทยากร นักพูดอยู่ที่สถาบัน ชื่อ Ruenrombylek (รื่นรมย์บายเล็ก) ซึ่งเป็นธุรกิจของเราเอง อีกทั้งก็ยังช่วยธุรกิจที่บ้านทำด้านการตลาด Boat Lagoon Marina Yacht Club ที่ภูเก็ต ทำมาได้ 20 ปีแล้ว และก็ช่วยพี่ชายทำบริษัทชื่อ Princess Yacht Thailand มีอยู่ที่ภูเก็ต กระบี่ และพัทยา เรานำเข้าเรือยอชต์ยี่ห้อ Princess แบรนด์จากประเทศอังกฤษ แล้วก็แบรนด์อื่นๆ เป็นตัวแทนจำหน่ายของประเทศไทย และเซาท์อีสต์เอเชีย ครอบคลุมถึงมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย

กับธุรกิจส่วนตัว ทำไมถึงสนใจทำด้านวิทยากร-เทรนเนอร์
มันอาจมาจากประสบการณ์ทำงานของเราด้วย ทั้งทำงานที่บ้าน และเวลาไปดีลงานต่างประเทศ ทุกอย่างมันต้องใช้การพูด การสื่อสารอะไรต่างๆ แล้วเราก็เป็นคนชอบพูดคุยกับเพื่อนอยู่แล้ว ชอบสื่อสาร สังเกตคนเวลาเราพูดด้วย เราเลยมองว่าด้านนี้น่าสนใจ เอาจริงๆ มันเป็นเชิงจิตวิทยาหน่อยๆ นะ เป็นการอ่านคนว่า คนที่เราคุยด้วยเป็นยังไง คนลักษณะ type แบบนี้ เราควรจะต้องคุยแบบไหนบ้าง หรือเราควรต้องชัดเจนตรงจุดไหน ก่อนหน้าที่เราจะเปิดบริษัท เราก็มีไปเรียนเพิ่มเติมเรื่องการเป็นเทรนเนอร์ วิธีการพูดอย่างไร พูดแบบไหนให้น่าสนใจให้รู้สึก First Impression เราก็รู้สึกว่าตัวเองชอบนะ เวลาคุยกับใครแล้วเห็น Reaction ของคนๆ นั้นว่าเป็นยังไง

อีกอย่างในการทำงานด้านนี้เมื่อเวลาเราไปสอนใคร หรือแม้กระทั่งจัดสัมมนาเอง มันสามารถไปสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ นอกจากเขาจะรู้สึกประทับใจ เขายังสามารถนำไปใช้กับตัวเขาเองได้ และมันก็เป็นการพัฒนาตัวเราไปด้วยเช่นกัน อย่างแต่ก่อนเราอาจจะตื่นเต้นเวลาพูด ทว่าเดี๋ยวนี้เราไม่ตื่นเต้นเลย มันกลับกลายเป็นทอล์กโชว์ของเราเพื่อสร้างอินสไปเรชั่นให้คนอื่นไปแล้ว

หลังจากเปิดเทรนนิ่งแล้วฟีดแบ็กเป็นไงบ้าง
ค่อนข้างดีเลย แต่เราเชื่อว่ามันสามารถดีขึ้นได้อีก ตอนนี้ทำมาได้ 1 ปีนิดๆ แล้ว ส่วนใหญ่ที่เราทำก็จะมีจัดสัมมนาบ้าง อบรมบ้าง เทรนนิ่งบ้างเกี่ยวกับบุคลิกภาพ การพูด การแต่งตัว (Grooming) เราก็เป็นวิทยากรพูดเองทุกงานเลย

ความยาก-ท้าทายในการเป็นวิทยากร
หลายคนอาจมองว่ามันง่าย แค่ออกมาพูดๆๆ แล้วจบ แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย มันจะต้องมีการเตรียมตัว เตรียมข้อมูลเยอะมาก อีกทั้งเรายังทำงานกับหลากหลายองค์กร ซึ่งในแต่ละองค์กรก็จะมีโจทย์ไม่เหมือนกัน คนที่มาเรียนมาฟังก็ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นเราต้องเข้าใจว่าคนที่มาเรียนต้องการอะไร แล้วเขาสามารถเอาไปใช้ได้จริง-เข้าใจได้จริงในระยะยาวหรือไม่ ตรงนี้แหละมันน่าจะเป็นความท้าทายของเราอย่างหนึ่ง มันไม่ใช่แค่เรามีทฤษฎี แค่สอน Technical skill ทว่ามันคือเราสามารถ Engage ให้เขาเข้าใจได้รึเปล่า แล้วชักจูงโน้มน้าวให้เขาอยากที่จะทำ อันนี้เป็นเรื่องของความคิดข้างใน

จับงานเยอะถึง 3 ธุรกิจ มีการแบ่งเวลาทำงานกับชีวิตส่วนตัวยังไง
ง่ายๆ เลย Work-life balance เราเชื่อว่าทุกคนมีเวลา 24 ชม. อยู่แล้ว แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถบริหารจัดลำดับความสำคัญอะไรต่างๆ ยังไง สิ่งไหนที่ต้องทำเป็นอย่างแรก แค่เราจัดลำดับให้มันเป็นระบบ ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นและลงตัว อย่างในหนึ่งวันเราค่อนข้างยุ่ง เพราะเราเป็นคนแอ็กทีฟตลอด ไม่ชอบอยู่นิ่ง เราก็จะจัดสรรว่า ตื่นมาอย่างแรกต้องออกกำลังกายอย่างน้อยประมาณ 1 ชม. หลังจากนั้นก็จะเข้าออฟฟิศบรีฟกับทีมงานว่าวันนี้ List to do มีอะไรบ้าง เคลียร์ให้เสร็จเรื่องของงาน แล้วกลางวันก็อาจจะไป Lunch เพราะเราเป็นคนชอบทาน (หัวเราะร่า) ส่วนตอนบ่ายถ้ามีประชุมก็เข้าประชุม หรือถ้างานเสร็จแล้ว เราก็อาจจะมีเวลาให้กับเรื่องส่วนตัว

หากแต่วันไหนที่เรามีเทรนนิ่ง แน่นอนว่าทั้งวันนั้นต้องยุ่งอยู่แล้ว มันจะกินเวลาตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น ซึ่งช่วงเย็นถ้าเราไม่ไปงานสังคม ทานข้าวกับเพื่อน เราก็จะมาออกกำลังกายอีกรอบ ไม่รู้นะ แต่เราเชื่อว่าถ้าคนเราสามารถบริหารจัดการเวลาได้ ทุกอย่างมันก็จะรันไปได้เอง

มาเปิดบริษัทเอง คุณพ่อคุณแม่ หรือพี่ชายมีคำแนะนำอะไรบ้างไหม
คุณพ่อเป็นหนึ่งในไอดอลของเราเลย เขาเป็นคนเก่งที่ทำเต็มที่กับทุกอย่าง เขามักพูดอยู่เสมอทั้งกับเราเอง และพี่ชายว่า ‘Winners never quit, Quitters never win’ หมายความว่า ผู้ชนะจะไม่เคยแพ้ คนแพ้จะไม่เคยชนะ ถ้าเกิดเราไม่มีความพยายาม หรือความตั้งใจในการทำอะไรตั้งแต่แรก มันก็ไม่มีทางที่เราจะประสบความสำเร็จได้ ฉะนั้นคุณพ่อเลยสอนเสมอว่า ในการจะ (เริ่ม) ทำอะไรตั้งแต่แรก เราจะต้องมีความทุ่มเท และใส่ใจ ทั้งเรื่องของเวลา เรื่องของใจ ของความตั้งใจ-มุ่งมั่น แล้วเราจะได้สิ่งนั้นมาในที่สุด อีกทั้งเราควรเรียงลำดับการทำงานให้เหมือนจัดลำดับความสำคัญของชีวิต ค่อยๆ ทำทีละอย่าง เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด

เวลาเกิดปัญหาเฉพาะหน้าขึ้นมีวิธีจัดการยังไง ? เราจะนิ่งก่อน แล้วค่อยแยกแยะว่าปัญหาจริงคืออะไร ปัญหาเทียมคืออะไร สิ่งที่เขาต้องการคืออะไรบ้าง และเราสามารถ Deliver ตรงนั้นได้รึเปล่า ถ้าไม่ได้ทางเลือก 123 มีอะไรบ้าง ในการทำงานมันจะต้องโปรเฟสชั่นแนล และมีการวางแผนรับข้อผิดพลาดอยู่ตลอด เราต้องจัดลำดับความสำคัญก่อน-หลัง ทางเลือก 1 ไม่ได้ ทางเลือกที่ 2 และ 3 จะมีอะไรบ้าง งานของเรายอมรับว่า บางครั้งมันก็มีข้อผิดพลาดบ้าง ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่น หากแต่มีปัญหาแล้ว มันจะเป็นบทเรียนเพื่อให้เราได้แก้ไขในครั้งหน้าให้ดีขึ้นอีก

ผู้หญิงเก่งอย่างเล็กมีคติ-แนวคิดการทำงานยังไง
ทำให้ดีที่สุดในทุกๆ วัน และก็คิดบวก มองอะไรให้เป็น Positive อยู่ตลอด เราสามารถเปลี่ยนทัศนคติทุกอย่างให้เป็นสิ่งที่ดีได้ เช่นว่า มีคนด่าเรา เราก็อย่าไปนอยด์เครียด แต่ให้มองว่าเขากำลังฟีดแบ็กเรา เมื่อรู้ว่าเขาไม่พอใจตรงไหนเราก็แก้ไขให้ดีขึ้น แล้วให้มันจบไป อย่าไปรู้สึกเฟลกับคำพูดเหล่านั้น หรือเวลาเจออะไรแย่ๆ สถานการณ์แย่ๆ เราก็แค่คิดบวก บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร...

ทำงานหนักแบบสุดๆ ทว่าผิวและหุ่นยังดูสวยเป๊ะ มีเคล็ดลับการดูแลตัวเองยังไง
เราเน้นเรื่องการออกกำลังกายเป็นหลักนะ เน้นไปที่การดูแลสุขภาพจากภายใน บางทีเราก็ไปวิ่งในฟิตเนสบ้าง ยกเวต ซิตอัพบ้าง ก่อนนอนอาจจะมีมาสก์หน้าบ้างเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว นวดหน้าก็นานๆ ครั้ง อย่างไรก็ดี การเลือกทานอาหารก็สำคัญนะ เราจะงดแป้งตอนเย็นเลย จะพยายามทานอะไรที่ย่อยง่ายแทน อย่างสลัดผักผลไม้ พวกนี้ก็จะช่วยบำรุงผิวจากภายในด้วย

สไตล์การแต่งตัวเวลาอยู่บ้านกับตอนทำงาน
แตกต่างกันเลย อยู่บ้านก็ชิลๆ ตามประสา แต่ถ้าไปทำงานก็จะแต่งตัวเรียบร้อย ทะทัดทะแมงนิดนึง เพราะเราต้องเดินเยอะเวลาไปจัดสัมมนา หรือเทรนนิ่งสถานที่ต่างๆ ในการแต่งตัวเราจะมีอินสไปเรชั่นของเราเอง บ้างก็มาจากแฟชั่นบล็อกเกอร์ บ้างก็มาจากศิลปะสีสันต่างๆ และเราเรียนจบแฟชั่นมาก็จะชอบหยิบโน่นนี่มาแมตช์เล่นกัน

แต่ถึงอย่างนั้น ‘Dress how you want to be a dress’ เราอยากให้คนอื่นมองเรา คุยกับเรา ให้ความเชื่อถือ หรือมี Impression กับเราอย่างไรบ้าง การแต่งตัวเป็นสิ่งสำคัญมาก เราจะต้องดูด้วยนะว่า 1. เราจะไปที่ไหน 2. เราจะไปกับใคร 3. เราจะไปทำอะไร และ 4. เราจะไปเจอะเจอใครหรือเปล่า พวกนี้มันจะเป็นโจทย์ในการแต่งตัวของเราเลย

ถามว่าส่วนตัวชอบแต่งตัวแนวสไตล์ไหน เราชอบใส่เป็นกางเกงเท่ๆ นะ เราอาจจะเป็นผู้หญิงหน้าหวาน แต่บุคลิกฯ นิสัยเราไม่ได้หวานเลย (หัวเราะ) เราจะเป็นแนวห้าวๆ ลุยๆ เท่ๆ มากกว่า มีแบรนด์โปรดไหม ? ถ้าเป็นแนวชุดทำงานแบบสมาร์ท Casual ไม่เป็นทางการ เราชอบของแบรนด์ Vickteerut, Realistic Situation ของแบรนด์ Sanshai หรืออย่างแบรนด์น้องใหม่ The Only Sun ก็จะดูเท่ๆ แต่ถ้าเป็นแบรนด์นอก เราชอบของแบรนด์ Stella McCartney สูทไม่แพ้ใครเลย 10 ปีผ่านไปก็ยังสามารถหยิบมาใส่ และเก็บได้

แบ่งเวลามาดูแลสถานะหัวใจ...โสด ไม่โสดยังไง ?!
(หัวเราะร่า) ตอนนี้ยังโสดอยู่เลย แต่ก็มีคนเข้ามาคุยๆ บ้างนะ ไม่รู้สิ บางทีอาจเพราะเราเรื่องมากด้วยมั้ง งานก็เยอะ เพื่อนเราก็เยอะ กิจกรรมก็เยอะ อีกอย่างอายุเราก็ไม่น้อยแล้ว ถ้าคนที่จะเข้ามาเป็นคู่เราจริงๆ มันก็ต้องเป็นคนที่ตอบโจทย์เราหลายอย่าง ชอบผู้ชายสเปกแบบไหน ? เอาจริงๆ เราชอบคนอายุมากกว่านะ เพราะรู้สึกว่ามันอบอุ่น แล้วต้องเป็นคนที่ฉลาด เก่ง มีบุคลิกภาพดี มั่นใจในตัวเอง ที่สำคัญเลยคือต้องคุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องออกกำลังกาย ท่องเที่ยว ศิลปะ ทานอาหาร ถามว่าต้องมีฐานะรวยกว่า หรือจำเป็นต้องมีธุรกิจส่วนตัวไหม จริงๆ มันไม่ได้จำเป็นหรอกนะ แต่ว่าการที่มีฐานะ หรือมีโปรไฟล์ใกล้เคียงกันมันจะดีกว่า มันจะทำให้ทุกอย่างรวมไปถึงไลฟ์สไตล์สามารถไปด้วยกันได้

คิดว่าอยากแต่งงานอายุเท่าไร ? แต่ก่อนเคยคิดว่าอยากแต่งอายุเท่านี้ๆ ไม่เกินนี้ ทว่าตอนนี้ไม่ค่อยได้คิดแล้ว (หัวเราะ) ถ้าแต่งเดี๋ยวก็คงแต่งเองล่ะ อย่าไปคิดซีเรียสอะไรมาก ตอนนี้เราก็เน้นเรื่องงาน เอ็นจอยกับการทำงาน ผู้ชายที่เข้ามาจะต้องเข้าใจเรื่องงานของเรา อีกทั้งยังต้องสามารถซัพพอร์ตเราได้ด้วย

ในอนาคตอันใกล้วางแพลนสเต็ปต่อไปกับชีวิต และธุรกิจยังไงบ้าง
ถ้าเรื่องงานเราอยากให้ Ruenrombylek (รื่นรมย์บายเล็ก) เป็นแบรนดิ้งที่คนรู้จักมากกว่านี้ เราจะมีสัมมนาใหญ่ๆ แล้วก็อาจจะทำหนังสือ วิดีโอ หรือผุดคอร์สที่น่าสนใจใหม่ๆ สำหรับสาวๆ ขึ้นมา เช่น ใส่อะไรครั้งแรก-แต่งตัวยังไงเวลาไปเดต หรือจะต้องพูดอะไรบ้างเวลาไปเจอกับครอบครัว หรือเพื่อนเขาครั้งแรก หรืออะไรก็ตามที่มันสนุกๆ

ใช่ว่าจะหาตัวจับได้ง่ายๆ ซะเมื่อไหร่สำหรับเซเลบฯ สาวเก่ง ‘เล็ก-กรกนก ยงสกุล’ ทายาทธุรกิจ Boat Lagoon Marina ท่าจอดเรือเจ้าใหญ่ของภูเก็ต และผู้ก่อตั้งสถาบันสอนการแต่งตัว และพัฒนาบุคลิกภาพ Ruenrombylek Training Center หากแต่ล่า 3 ต.ค. 2559 11:35 22 พ.ย. 2559 05:27 ไทยรัฐ