สิ่งที่น่าศึกษาจากเพื่อนบ้าน

ข่าว

    สิ่งที่น่าศึกษาจากเพื่อนบ้าน

    สายล่อฟ้า

      4 ต.ค. 2559 05:01 น.

      ไม่ว่าประเทศไหนหากมองไกลคิดถึงอนาคตข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมุ่งเน้นไปที่การศึกษาทั้งระบบตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถม มัธยมและอุดมศึกษา ซึ่งถือว่าเป็น “กุญแจ” สำคัญในการสร้างคนให้มีคุณภาพ

      อนาคตของประเทศนั้นชาตินั้นย่อมพอจะมองเห็นได้ว่าไปได้ไกลแน่ เอาแค่ใกล้ๆ ไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ซึ่งมีการสร้างระบบการศึกษาอย่างดีเหมาะสมกับสภาพประเทศและความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว

      คนรุ่นใหม่ของประเทศที่กล่าวมานี้จึงมีคุณภาพและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความเจริญก้าวหน้าอย่างที่ปรากฏ

      การศึกษาคงต้องปฏิรูปอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด

      เพียงแต่ว่าจะต้องสร้างระบบเพื่อเอื้อต่อการศึกษาอย่างแท้จริงที่สำคัญก็คือจะต้องเป็นระบบที่ทำให้ผู้เรียนได้ประโยชน์ ได้ความรู้อย่างแท้จริง

      ประเทศไทยก็เช่นกันการศึกษาที่ดูเหมือนจะยังไม่เข้าที่เข้าทางเสียทีแสดงว่ายังไม่สามารถสร้างระบบที่ดีขึ้นมาได้ แม้จะใช้งบประมาณแต่ละปีเป็นจำนวนมากก็ตาม

      นั่นแสดงว่าเรายังหลงทิศผิดทางอยู่

      เผอิญผมไปกัมพูชามาได้พบกบ ดร.ฮัง ชน นรอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยาวชนและกีฬา ซึ่งเป็นคนหนุ่มจบการศึกษาจากรัสเซีย ระหว่างนี้กำลังศึกษาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเรียนรู้ภาษาไทยอย่างเอาการเอางาน

      ก็เลยได้รับรู้ถึงระบบการศึกษาของกัมพูชาได้มากขึ้น

      ระบบการศึกษาของกัมพูชานั้นได้มีการปฏิรูปมาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่หลังเกิดสงครามกลางเมืองเพื่อพัฒนาคนพัฒนาชาติจนทำให้ถึงเวลานี้เขาได้วางเป้าหมายเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จในอีก 10 ปีข้างหน้า

      ว่าที่จริงแล้วด้านการศึกษานั้นต่างประสบปัญหาไม่ต่างกันไม่ว่าไทยหรือกัมพูชา เพียงแต่ต้องแก้ไขอย่างถูกวิธีและมีความต่อเนื่อง

      ผู้ปกครองเด็กถูกดึงให้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเอาจริงเอาจังนอกจากการอบรมเลี้ยงดูเด็กอย่างใกล้ชิดและรับนโยบายของด้านการศึกษาไปดำเนินการด้วย

      เด็กที่มีฐานะดีผู้ปกครองจะส่งไปเรียนต่างประเทศ พวกที่ไม่ร่ำรวยฐานะไม่ค่อยดีนักก็เรียนในประเทศ ซึ่งมีโรงเรียนรองรับอย่างเพียงพอ มีมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชนประมาณ 30 กว่าแห่ง ที่สามารถให้ศึกษาได้อย่างเต็มที่

      ถามว่ามีการจัดการศึกษาอย่างไรบ้าง?

      คำตอบที่ชัดเจนก็คือการให้เงินเดือนครูมากกว่าข้าราชการหน่วยงานอื่นๆ อบรมครูให้มีคุณภาพตลอดเวลา ทั้งนี้เพื่อให้ครูมีจิตใจในการสอน

      เด็กที่ไม่ตั้งใจเรียนสอบตกก็ให้พ่อแม่เข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด ส่งเสริมเด็กที่เรียนดี มีเงินทุนสนับสนุนให้ได้เรียนสูงๆต่อไป

      ที่สำคัญก็คือภาษาอังกฤษจะเป็นหลักสูตรสำคัญที่ทุกคนจะต้องเรียนให้รู้ พูดให้ได้ เขียนให้ได้ ถือเป็นวาระสำคัญ เพราะบริษัทที่จะรับเข้าทำงานจะต้องพูดภาษาอังกฤษได้ ซึ่งเป็นข้อกำหนด

      ทำให้เด็กรุ่นใหม่ของกัมพูชาจะพูดภาษาอังกฤษได้ดี และกล้าที่จะพูดด้วยกับคนต่างชาติไม่เหนียมอายเหมือนเด็กไทย

      มีการกำหนดการสอบชั้นมัธยมปลายด้วยข้อสอบกลางทั้งประเทศ เพื่อให้เป็นตัวชี้วัดถึงการเรียนการสอนของโรงเรียนต่างๆ ว่ามีคุณภาพมากน้อยแค่ไหนแล้วนำไปปรับปรุงแก้ไข

      การผลักดันเรื่องการศึกษานั้นนายกฯ ของเขาจะเข้ามามีส่วนร่วมมาก เด็กเรียนดีก็จะให้เข้าพบและสนับสนุน อีกทั้งสั่งการให้ผู้ว่าฯ นายอำเภอและท้องถิ่นรับนโยบายไปปฏิบัติด้วย

      เป็นเรื่องดีๆที่รัฐบาลไทยควรนำไปปรุงแต่งในช่วงปฏิรูปการศึกษา.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 16:27 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์