วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิดใจพลเอกเตีย บัญ "นักรบ" เกลียดสงคราม

เปิดใจพลเอกเตีย บัญ "นักรบ" เกลียดสงคราม

โดย ซูม
4 ต.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

ไปพนมเปญเที่ยวนี้ ผมมีโอกาสได้เข้าเยี่ยมคารวะและพบปะสนทนากับบุคคลสำคัญๆของรัฐบาลกัมพูชาถึง 4 ท่าน ได้แก่ ฯพณฯ พลเอกเตีย บัญ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ฯพณฯ ฮอง ชวน ณารง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเยาวชนและกีฬากัมพูชา ฯพณฯ ซุน จันทอล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่งกัมพูชา ฯพณฯ เขียว กัญญาฤทธิ์ โฆษกรัฐบาลกัมพูชา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงข่าวสารกัมพูชา

ขออนุญาตใช้คำว่า ฯพณฯ เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ตำแหน่ง แม้ว่าในส่วนตัวทุกๆท่านจะให้ความเป็นกันเองกับพวกเราจากไทยรัฐอย่างใกล้ชิดสนิทสนมและเฮฮาราวกับว่ารู้จักกันมานานปี

นั่นคงเป็นเพราะคณะของเรามีท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชา ณัฐวุฒิ โพธิสาโร ที่เข้าถึงศูนย์อำนาจของกัมพูชาอย่างแท้จริง เป็นผู้นำเข้าพบ รวมทั้งมีนักธุรกิจหนุ่มจากประเทศไทยที่ไปลงทุนในกัมพูชาจนชาวกัมพูชารู้จักดี อย่าง สุภชัย วีระภุชงค์ หรือ อ๊อด ทิฟฟี่ เป็นผู้ร่วมติดต่อประสานงานอีกแรงหนึ่ง

ผมขอเริ่มที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอกเตีย บัญ ก่อนก็แล้วกัน ที่กรุณาให้เกียรติมาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับคณะเราซึ่งจัดโดย คุณ สุภชัย วีระภุชงค์ ในฐานะรองประธาน โรงแรมโซฟิเทล พนมเปญ โภคีธารา ณ ห้องอาหารฝรั่งเศสของโรงแรมในวันที่สองที่เราไปถึง

ความโด่งดังในฐานะบุคคลหมายเลข 2 ของรัฐบาลกัมพูชา รองจากนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ของ พลเอก เตีย บัญ เป็นที่รับรู้กันอย่างดีแล้วในประเทศไทยเรา

เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นรัฐมนตรีกลาโหมควบคุมเหล่าทัพเขมรมาอย่างยาวนานเท่านั้น ท่านเตีย บัญ ยังเป็นที่รู้จักของคนไทยในฐานะที่เป็นคนเขมรเชื้อสายไทยเกาะกง พูดภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว

ท่านเกิดและโตที่เกาะกง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยที่ฝรั่งเศสมายึดไว้ และผนวกเป็นดินแดนของเขมร

แต่ก็มีคนเกาะกงจำนวนมากที่ยังพูดภาษาไทยติดต่อค้าขายกับคนไทยมาโดยตลอด รวมทั้งครอบครัวของท่านเตีย บัญ ด้วย

เป็นที่ทราบแล้วเช่นกันว่า ช่วงหนุ่มๆท่านเป็นนักปฏิวัติ ถูกทหารรัฐบาลจับตัวจะไปยิงทิ้ง แต่โชคดีกระสุนด้านท่านเลยหนีรอดไปได้

หลบเข้ามาเมืองไทยทำงานเป็นลูกเรือประมงอยู่ที่อ่างศิลาอยู่หลายปี ท่านเล่าว่าเวลาขึ้นบกจะชอบปั่นจักรยานไปรอบๆอ่างศิลา ยังจำภาพได้ดีจนถึงบัดนี้

จากการที่ท่านพูดไทยได้อย่างคล่องแคล่ว และใช้ศัพท์แสงราวกับ คนไทยแท้ๆคนหนึ่ง ทำให้บทสนทนาระหว่างท่านกับคณะของเราในงานเลี้ยงเป็นไปอย่างกันเองและสนุกสนาน

ทำให้เราทราบถึงข้อคิดและความเชื่อของท่านในการมองประเทศไทย และคนไทยในแง่ดีตลอดการสนทนา

นอกจากนั้นยังทำให้พวกเราได้ประจักษ์ว่า ท่านเป็นนายทหารที่รังเกียจการรบราฆ่าฟัน อาจจะเป็นเพราะท่านผ่านสงครามและผ่านความเป็นความตายมาอย่างโชกโชนแล้วก็ได้

พล.อ.เตีย บัญ เล่าถึงสถานการณ์วิกฤติช่วงหนึ่งระหว่างไทยกับกัมพูชาที่เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2546 หลังเหตุการณ์เผาสถานทูตไทยที่พนมเปญ และมีการเผาบริษัท และโรงแรมคนไทยหลายต่อหลายแห่ง

ผู้นำไทยและผู้นำกัมพูชาถึงขั้นขึ้นเสียงใส่กันอย่างดุเดือดทางโทรศัพท์ เผอิญโชคดีที่ท่านนั่งอยู่กับนายกฯฮุน เซน จึงช่วยเป็นล่ามให้

“ผมแปลแบบลดความแรงไปครึ่งหนึ่ง เพราะถ้าแปลเต็มที่เดี๋ยวรบกันแน่นอน” ท่านพูดพร้อมกับหัวเราะ

“สิ่งที่ดีสำหรับมนุษย์ก็คือ หลีกเลี่ยงสงคราม เพราะสงครามคืออสุรกายแห่งการประหัตประหารที่น่ากลัวที่สุดของมนุษยชาติ”

คำพูดประโยคนี้ พลเอกเตีย บัญ เคยกล่าวไว้เมื่อหลายปีก่อน

และได้กล่าวกับพวกเราอีกครั้งในงานเลี้ยงว่า “จะสู้รบกันไปทำไม? เดี๋ยวก็ต้องหยุด! เดี๋ยวก็ต้องมีคนมาห้ามให้เราหยุด! ไหนๆก็ต้องหยุดอยู่แล้ว ก็หยุดโดยไม่มีใครตาย คือไม่ต้องรบกันจะไม่ดีกว่าหรือ”

“เรามาพัฒนาประเทศร่วมกันดีกว่า มาค้าขายกันดีกว่า เจริญด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย และมาเล่นกอล์ฟกันดีกว่า” ท่านหยอดมุกอย่างอารมณ์ดี

พลเอกเตีย บัญ ชอบเล่นกอล์ฟเป็นชีวิตจิตใจ และเล่นได้ดีด้วย ในการดวลกอล์ฟกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เมื่อครั้งนำคณะไปเยือนกัมพูชาครั้งล่าสุดเดือนธันวาคม 2557 นั้น รายงานข่าวแจ้งว่า พลเอกเตีย บัญ กินเกือบทุกหลุม

หากข่าวนี้ไม่จริงปฏิเสธได้นะครับท่านรองนายกฯและ รมว. กลาโหมประเทศไทย.


“ซูม”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้