วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เจียะเจ

เจียะเจ

  • Share:

นิยายอิงพงศาวดารรุ่นเก่า แปลคำ “กินเจ” ว่า ถือศีลกินกระยาบวช

(เทศกาลจีนและการเซ่นไหว้ ถาวร สิกขโกศล ศิลปวัฒนธรรม ฉบับพิเศษ 2557)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน นิยามคำกระยาบวชว่า เครื่องกินที่ไม่เจอด้วยของสดคาว คนไทยใช้ไหว้เจ้าไหว้ผี มีขนมต้มแดง ขนมต้มขาว และกล้วยน้ำว้าหวีงาม

นิยามกินเจของจีน นอกจากไม่กินของสดคาวแล้ว ยังต้องงดผักกลิ่นฉุน ประเภทกระเทียม ผักชีด้วย

ต่างจากมังสวิรัติ ตามรูปศัพท์แปลว่า งดเว้นเนื้อสัตว์

มังสวิรัติกับเจยังแตกต่างกันอีก ผู้กินเจดื่มนมได้ แต่ไม่กินไข่ ผู้ถือมังสวิรัติกินไข่แต่ไม่กินนม

กินเจกับมังสวิรัติยังต่างกันชัดที่ มังสวิรัติกินผักได้ทุกชนิด แต่กินเจงดผักที่มีกลิ่นฉุน

ผักกลิ่นฉุน แต่ละยุคแต่ละตำราต่างกัน แต่ที่ถือปฏิบัติในเมืองไทยคือ หอม กระเทียม กุยช่าย (หอมแป้น) หอมปรัง (หลัก-เกี๋ยว) และเฮงกื๋อ (ไม่มีในไทยใช้ผักชีแทน)

คนจีนโบราณเชื่อกันว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะไม่รับการติดต่อจากคนมีมลทิน ก่อนพิธีเซ่นสรวงจะต้องอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด สวมเสื้อผ้าชุดใหม่ ถือศีล งดเว้นอาหารสดคาว งดสุรา งดกิจกรรมทางเพศ สำรวมกายใจให้บริสุทธิ์

สมัยราชวงศ์ซ่ง อาหารเจและมังสวิรัติแพร่หลายมากในเมืองใหญ่ เช่น ไคเฟิง หางโจว มีร้านอาหารเจเปิดขาย นับเมนูอาหารเจได้ถึง 104 รายการ เนื้อเทียม เป็ดไก่เทียม เริ่มในยุคนี้

การกินเจ เริ่มต้นและแพร่หลายในศาสนาพุทธ ยังแพร่หลาย ไปในศาสนาเต๋าและศาสนามณี

ศาสนาเต๋าปลายราชวงศ์ฮั่นไม่มีระบบนักบวชชัดเจน ผู้นำพิธีใช้ชีวิตอย่างคนทั่วไป พอจะทำพิธีจึงกินเจ

สมัยราชวงศ์ซ่ง เฮ้งเต้งเอี๋ยง ตั้งนิกายช้วนจินก้า แยกจากศาสนาเต๋าเดิม มีนักบวชกินเจตลอดชีวิตตามแบบพุทธศาสนา

ปัจจุบันศาสนาเต๋าแบ่งเป็น 2 นิกายใหญ่ นิกายช้วนจินก้า รุ่งเรืองในจีน นิกายเจิ้งอี่ รุ่งเรืองในไต้หวัน

ส่วนศาสนามณีหรือมาณีกีเกิดในเปอร์เซีย ศาสดาชื่อมณี (พ.ศ.759-820) คำสอนใช้หลักศาสนาโซโรอัสเตอร์เป็นพื้นฐาน ผสมผสานกับคำสอนพุทธศาสนา และคริสต์ศาสนา

ทั้งได้รับอิทธิพลจากลัทธิเหตุผลนิยมของโรมัน เคยรุ่งเรืองแพร่หลายในยุโรป แอฟริกา และเอเชีย แพร่เข้าจีนถึงซินเจียงในราชวงศ์เหนือ-ใต้ สมัยพระนางบูเช็กเทียน แพร่ในนครฉางอาน แล้วเข้าไปในจีนอีกหลายมณฑล

พ.ศ.1388 พระเจ้าอู่จงกวาดล้างจนเสื่อมโทรม แต่ก็ได้รับการพัฒนาเป็นลัทธิเม้งก้า หรือลัทธิแสงสว่าง

ลัทธิเม้งก้าเป็นองค์กรลับทางศาสนา สืบเนื่องจากศาสนามณี มีศาสนาพุทธและเต๋าคละเคล้าผสม

กบฏชาวนาในยุคห้าราชวงศ์ ราชวงศ์ซ่ง ราชวงศ์หยวน ใช้เป็นเครื่องมือตั้งองค์กร ยกย่องจางเจี่ยว (เตียวก๊ก หัวหน้าโจรโพกผ้าเหลือง ต้นเรื่องสามก๊ก) เป็นศาสดา

เคารพพระมณีเป็นเทพเจ้าแห่งแสงสว่าง บูชาพระอาทิตย์ พระจันทร์ กินมังสวิรัติ งดสุรา เปลือยศพฝัง เน้นการรวมกลุ่มช่วยเหลือกัน แต่งชุดขาว มีความเชื่อว่า พลังแห่งแสงสว่าง (ความดี) จะชนะพลังแห่งความมืด (ความชั่ว)

ถึงวันนี้ เทศกาลกินเจ 1-9 ค่ำเดือน 9 เสื่อมสลายหมดไปจากเมืองจีน แต่ไปแพร่หลายในไต้หวันที่วัดฝอกวงซาน มีคำกล่าวว่า กิจกรรมแต่งชุดขาว กินเจ สืบทอดมาจากลัทธิมณี

ส่วนในเมืองไทยการกินเจยังแพร่หลาย ทั้งยังแพร่กระจายไปประเทศใกล้เคียง

อย่างน้อยในช่วงเวลาที่แต่งชุดขาวเป็นสัญลักษณ์ความบริสุทธิ์แห่งกายใจแล้ว ก็ยังบอกความเชื่อมั่น...พลังแห่งสีขาว พลังแห่งความดี จะต้องชนะพลังแห่งสีดำ คือความชั่ว...แน่นอน.


กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้