วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เรื่องจริงที่มหาดไทย

เรื่องจริงที่มหาดไทย

โดย ซี.12
4 ต.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

เรื่องราวและข้อมูลในวันนี้จะเขียนเล่นๆเป็นนิทานเจ้าเมืองอย่างเดิมไม่ได้อีกแล้วเพราะเป็นเรื่องจริงจังที่รอการตัดสินใจด้วยคุณธรรมของผู้เกี่ยวข้อง

ตั้งใจเลือกวันอังคารที่ 4 ตุลาคม มานำเสนอเรื่องนี้เพราะเป็นวันประชุมคณะรัฐมนตรีตามปกติ ตั้งใจให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรี ทุกคนได้รับทราบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทยนั้นมันกระทบกับระบบคุณธรรมขนาดไหนและเกิดขึ้นโดยการกระทำของใครโดยปราศจากการสอดส่องดูแลของใคร

จึงได้นำโผการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่บกพร่องไม่ได้มีการตรวจสอบทางด้านความถูกต้องเหมาะสมมาให้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงอื่นร่วมกันมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2559

จนมีผู้ร้องเรียนขึ้นมาจนเป็นเรื่องเป็นราวและมีการร้องทุกข์ตามกระบวนการและคาดว่าเรื่องนี้จะต้องเข้าสู่ศาลปกครองแน่นอน

คำชี้แจงของผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทยนั้นเป็นไปแบบอ้อมแอ้มไม่ตรงประเด็น อ้างว่าเป็นการดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการที่ทางกระทรวงตั้งขึ้นมา เพราะฉะนั้นจึงถูกต้องแล้วดีแล้วหรืออะไรทำนองนั้น

วันนี้จึงขอนำข้อมูลบางอย่างมาตีแผ่ให้สังคมได้รับรู้ว่าข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร ขอให้ พลเอกประยุทธ์ และ รัฐมนตรี นอกกระทรวงมหาดไทยติดตามดูดีๆเถิด

โผการแต่งตั้งคราวนั้น กระทรวงมหาดไทยเสนอมาทั้งสิ้น 30 ราย เป็นการย้ายสับเปลี่ยนจังหวัดของผู้ว่าราชการจังหวัด 3 ราย เป็นการแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัด และรองอธิบดี เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 3 ราย

ที่เหลือ 24 รายเป็นการแต่งตั้งหรือเลื่อนรองผู้ว่าราชการจังหวัด 22 ราย รองอธิบดี 1 ราย และ ผู้ช่วยปลัดกระทรวง 1 ราย ขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด

รายรองอธิบดีและผู้ช่วยปลัดกระทรวงนั้นยกไว้เถิดเพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ใช้ดุลพินิจเลือกบุคคลในตำแหน่งอื่นขึ้นมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสักรายสองรายก็พอฟังได้ เหลือรอง ผวจ. 22 ราย ที่ต้องพิจารณา

ผลปรากฏว่ามีรอง ผวจ.ที่มีอาวุโสน้อยเกินไปในตำแหน่งนี้ได้รับการพิจารณาให้ขึ้นเป็น ผวจ.ถึง 6 ราย มากกว่าหนึ่งในสี่ด้วยซ้ำไป

ทั้ง 6 รายนี้ประกอบด้วย ลำดับที่ 10 นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล รอง ผวจ.ปทุมธานี ได้เป็น ผวจ.เพชรบูรณ์ ลำดับที่ 11 นายวัฒนา พุฒิชาติ รอง ผวจ.ศรีสะเกษ ได้เป็น ผวจ.แพร่ ลำดับที่ 12 นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ รอง ผวจ.สิงห์บุรี ได้เป็น ผวจ.แม่ฮ่องสอน ลำดับที่ 15 นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ รอง ผวจ.อุบลราชธานี ได้เป็น ผวจ.บึงกาฬ ลำดับที่ 16 นายเสน่ห์ นนทโชติ รอง ผวจ.เลย ได้เป็น ผวจ.มหาสารคาม ลำดับ ที่ 25 นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ รอง ผวจ.ระนอง ได้เป็น ผวจ.ระนอง

ทั้งหมดนี้ขึ้นเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2557 นับเวลาการดำรงตำแหน่งรอง ผวจ.จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2559 คนละ 1 ปี 10 เดือน พอดี

แล้วทราบไหมว่า 2 รายในจำนวนนี้ยังใช้เวลาในการเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดไปเรียน วปอ.รุ่นที่ 58 เสีย 1 ปีเต็มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2559 เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง

มีเวลาทำงานให้ชาวบ้านและทางราชการในหน้าที่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพียง 10 เดือน...ยืนยัน 10 เดือน รวมทั้งวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดราชการ

ถ้าพลเอกประยุทธ์และรัฐมนตรีนอกกระทรวงมหาดไทยอยากทราบว่าใครเป็นใครโปรดติดตามอ่านต่อในวันพรุ่งนี้.

“ซี.12”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้