วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อุตุฯเตือน ประเทศไทยตอนบนฝนตกต่อเนื่อง ลุ่มเจ้าพระยายังไม่พ้นวิกฤติ!

อุตุฯเตือน ประเทศไทยตอนบนฝนตกต่อเนื่อง ลุ่มเจ้าพระยายังไม่พ้นวิกฤติ!

  • Share:

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขณะที่ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาแม้ระดับน้ำจะลดลง แต่ชาวบ้าน ต.โผงเผง อ.ป่าโมก ราว 323 ครัวเรือน ยังต้องผจญสภาวะถูกน้ำท่วมขังสูง ส่วน จ.พระนครศรีอยุธยา พื้นที่ถูกน้ำท่วมขยายวงกว้าง 7 อำเภอแล้ว ขณะที่ผู้บริหารไทยรัฐกรุ๊ป นำถุงยังชีพ 600 ชุด แจกจ่ายให้กับชาวบ้านผู้ประสบภัยในพื้นที่ ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา ด้าน จ.ภูเก็ต ฝนถล่มน้ำทะลักท่วมขังในตัวเมืองหลายจุด ขณะที่ชาวนา จ.พิษณุโลก ต่างท้อแท้ก้มหน้ายอมรับหนี้สินที่คงค้างกับธนาคารเฝ้ารอการเยียวยาจากภาครัฐ หวังได้เงินมาต่อทุนทำนารอบใหม่ ส่วนที่ จ.นครราชสีมา แม่น้ำมูลเอ่อล้นเข้าท่วมในพื้นที่ ต.ในเมือง อ.พิมาย ทรัพย์สินเสียหายยับ

สถานการณ์น้ำท่วมแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยาบางจังหวัดยังน่าเป็นห่วง โดยผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 2 ต.ค. ว่า ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำลดลงจากเดิมอยู่ที่ 15.50 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นไปตามที่ทางกรมชลประทานวางแผนคาดการณ์ในวันที่ 6 ต.ค. ที่สถานี C2 จ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีค่าสูงสุดประมาณ 2,155 ลบ.ม.ต่อวินาที และมีปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง สูงสุดประมาณ 400 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมน้ำที่จะเข้าเขื่อนเจ้าพระยา 2,555 ลบ.ม.ต่อวินาที จึงต้องเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลเตรียมรับมวลน้ำก้อนใหม่ ขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 14.25 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง

ที่ จ.อ่างทอง หลังจากสำนักงานชลประทานที่ 12 เปิดประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว ต.บ้านอิฐ อ.เมืองอ่างทอง เป็นคลองสาขาแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อลดระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไปเก็บกักไว้ในทุ่งนาฝั่งตะวันออก อันเป็นพื้นที่แก้มลิงของจังหวัดต่อเนื่องกับ จ.พระนครศรีอยุธยา ทำให้ระดับน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่จังหวัดอ่างทองลดลง แต่ชาวบ้าน ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จำนวน 323 ครัวเรือน ยังต้องผจญสภาวะถูกน้ำท่วมได้รับความเดือดร้อนในการใช้ชีวิตประจำวัน และผลผลิตทางการเกษตรเสียหายยับ โดยเฉพาะสวนกล้วยถูกน้ำท่วมหลายวันเริ่มยืนต้นตายจำนวนมาก ล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าศาลากลางจังหวัดอยู่ที่ 7.34 เมตร ลดลง 4 ซม. มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,898 ลบ.ม.ต่อวินาที ลดลง 100 ลบ.ม.ต่อวินาที

ส่วน จ.สิงห์บุรี หลังกรมชลประทานปล่อยน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 1,761 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้น้ำไหลผ่านสถานี C3 อ.เมืองสิงห์บุรี มีปริมาณ 1,920 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลระดับนํ้าลดลงต่ำกว่าตลิ่ง 87 ซม. แต่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำยังถูกน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะที่ อ.อินทร์บุรี มีน้ำท่วม 7 ตำบล 20 หมู่บ้าน 192 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วม 13,000 ไร่ บ่อปลาอีก 2 ตำบล ได้รับผลกระทบหนัก กรมชลประทานได้ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำรวม 34 เครื่อง ที่ประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ระดมสูบน้ำออกจากทุ่งเชียงราก คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นตามลำดับ

จ.พระนครศรีอยุธยา หลังเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำลงท้ายเขื่อนที่ 1,761 ลบ.ม./วินาที และเขื่อนพระรามหก อ.ท่าเรือ ระบายลงแม่น้ำป่าสักที่ 491 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้บ้านเรือนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย คลองบางหลวง คลองบางบาล และคลองบางพระครู ถูกน้ำท่วมเป็นวงกว้างรวม 7 อำเภอแล้ว ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา บางบาล เสนา ผักไห่ บางไทร บางปะอิน และ อ.บางปะหัน มีพื้นที่ถูกน้ำท่วม 81 ตำบล 445 หมู่บ้าน 21,529 ครัวเรือน และน้ำท่วมหนัก 2 อำเภอ คือ อ.เสนา กับ อ.บางบาล ระดับน้ำบางจุดสูง 1-2 เมตร

เช้าวันเดียวกัน นายวัชร วัชรพล พร้อมด้วย น.ส.จิตสุภา วัชรพล ผู้บริหารเครือไทยรัฐ กรุ๊ป ทั้งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ไทยรัฐทีวี ไทยรัฐออนไลน์ พร้อมตัวแทนพนักงาน ออกเดินทางโดยรถบัส 1 คัน และรถบรรทุก 2 คัน จากสำนักงานไทยรัฐ เลขที่ 1 ถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร กทม. นำถุงยังชีพ 600 ชุด ไปช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่วัดโบสถ์ ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา มีชาวบ้านผู้ประสบภัยพายเรือมารับถุงยังชีพด้วยความดีใจ โดยมีนายเฉลิมชัย สระบัว ปลัดอาวุโส อ.เสนา พ.ท.ณัฏฐชัย ปาโมกข์ ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 27 รักษาพระองค์ นำกำลังทหารและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่คอยอำนวยความสะดวก โดยพื้นที่ ต.บ้านกระทุ่ม ที่ทางไทยรัฐมาช่วยเหลือในครั้งนี้ได้รับผลกระทบ มีบ้านเรือนถูกน้ำท่วม 540 หลังคาเรือน และพื้นที่การเกษตรเสียหายจำนวนมาก

ด้านนายวัชร วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ ช่อง 32ไทยรัฐทีวี กล่าวว่า “วันนี้การเตรียมตัวค่อนข้างรวดเร็วฉุกละหุก ของที่เตรียมมาอาจจะน้อยไปหน่อย แต่ทางเราขอสัญญาว่าจะกลับมาช่วยเหลือใหม่อย่างแน่นอน อยากฝากให้ผู้ประสบภัยทุกท่านให้สู้ และขอให้มั่นใจว่า เราคนไทยไม่ทิ้งกันแน่นอน” ทั้งนี้ สืบเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ของประเทศมีแนวโน้มจะรุนแรงและขยายวงมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง และที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมาก ดังนั้น เครือไทยรัฐ กรุ๊ป ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานานกว่า 60 ปี จึงได้จัดกิจกรรมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมขึ้น

จ.พิษณุโลก น้ำที่ท่วมขังบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่ทางเกษตรเป็นวงกว้างในพื้นที่ ต.ท่านางงาม ต.คุยม่วง และ ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ ทรงตัวมาประมาณ 4-5 วันแล้ว ทำให้น้ำเริ่มเหม็นเน่าส่งผลกระทบโดยรวมต่อชาวบ้านจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวนาที่ถูกน้ำท่วมนาข้าวของตนเองต่างท้อแท้ก้มหน้ายอมรับหนี้สินที่คงค้างกับธนาคารอย่างจำใจ เฝ้ารอการเยียวยาจากภาครัฐหวังได้เงินมาต่อทุนทำนารอบใหม่หากมีโอกาส

ส่วน จ.พิจิตร มวลน้ำที่ไหลจาก จ.เพชรบูรณ์ มาตามคลองบุษบง ลงสู่แม่น้ำน่าน บริเวณ อ.บางมูลนาก แต่ไม่สามารถระบายลงได้เนื่องจากน้ำจากแม่น้ำน่าน มีระดับสูงกว่า ทำให้น้ำเอ่อท่วมถนนสายบางไผ่ดงตะขบ และท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน หมู่ 3 ต.บางไผ่ อ.บางมูลนาก 100 หลังคาเรือน ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำยมที่ไหลผ่าน อ.สามง่าม อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพทะเล และ อ.บึงนาราง เริ่มทรงตัว เนื่องจากมีการหน่วงน้ำเข้าแก้มลิงที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลกและผันน้ำจากแม่น้ำยมลงสู่แม่น้ำน่าน ที่ ต.กำแพงดิน อ.สามง่าม แต่ยังมีน้ำที่เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน พื้นที่ ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง หลายร้อยหลังคาเรือน และหลากเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร 2,000 ไร่

จ.แพร่ หลังฝนตกหนักตั้งแต่คืนวันที่ 1 ต.ค. ต่อเนื่องเช้าวันเดียวกัน ทำให้น้ำป่าจากห้วยขมิ้น และห้วยผาคำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรหมู่ 4 และหมู่ 11 ต.ป่าแมต อำเภอเมืองแพร่ ชาวบ้านต่างตกใจตื่นและพากันเร่งขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูงกันให้วุ่น บางคนขนข้าวของไม่ทัน ถูกน้ำพัดพาไหลไปตามกระแสน้ำ ถนนในหมู่บ้านน้ำท่วมสูงเกือบเมตร เพราะมีขยะกิ่งไม้เศษวัชพืชไหลไปอุดตันตามท่อและสะพาน เป็นเหตุให้น้ำล้นทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน และวัดได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ที่ จ.ภูเก็ต ตั้งแต่ช่วงใกล้เที่ยงคืนวันที่ 1 ต.ค.จนถึงช่วงบ่ายวันเดียวกัน เกิดฝนตกหนักและต่อเนื่อง ทำให้น้ำเอ่อล้นจากคลองบางใหญ่และคูระบายน้ำ เข้าท่วมขังในตัวเมืองภูเก็ตหลายจุด เช่น บริเวณ ตลาดทวีสมาน ถนนสงขลา ต.รัษฎา บริเวณหน้าห้างซุปเปอร์ชิฟ ถนนเทพกระษัตรี ต.รัษฎา ถนนสุรินทร์ ซอย 2 (รร.แวร์ซาย) ต.ตลาดใหญ่ ถนนเยาวราชใกล้ศาลเจ้าสามกอง ต.ตลาดใหญ่ ระดับน้ำบางจุด สูงราว 20-40 ซม. รถเล็กสัญจรผ่านไปมาลำบาก ขณะที่ภายในทางลอดสามกอง (อุโมงค์) มีน้ำท่วมขังผิวการจราจร การสัญจรผ่านไปมาได้อย่างช้าๆ รวมไปถึงซอยลักกงษี ต.รัษฎา มีน้ำท่วมขังเกือบตลอดทั้งสาย

จ.นครราชสีมา แม่น้ำมูลเอ่อล้นเข้าท่วมหมู่บ้านวังกุ่ม หมู่ 14 ต.ในเมือง อ.พิมาย บ้านเรือนเรือกสวนไร่นาจมอยู่ใต้บาดาลเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะบ้านนายมา ต่อมิตร อายุ 70 ปี ตั้งอยู่ติดแม่น้ำมูล ถูกน้ำท่วมสูงร่วม 50 ซม. ทำให้เก็บสิ่งของภายในบ้านออกไม่ทันได้รับความเสียหายยับ แถมปลานิลที่เลี้ยงไว้ในกระชัง 5,000 ตัว หลุดหายไปกับกระแสน้ำหมดขาดทุนแทบหมดตัว ส่วนหมู่บ้านลำเชิงไกร หมู่ 9 ต.โคกสูง อ.เมืองนครราชสีมา ที่ถูกน้ำจากห้วยลำเชียงไกร เอ่อล้นเข้าท่วมมานานกว่า 5 วันแล้ว ทาง ปภ.จังหวัดนครราชสีมา ได้ขึ้นธงแดงประกาศเตือนให้ประชาชนในหมู่บ้านกว่า 500 หลังคาเรือน ขนข้าวของย้ายอพยพออกจากหมู่บ้านแล้ว เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นทางผ่านน้ำห้วยลำเชียงไกรพอดี แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ยอมอพยพออกจากบ้าน เพราะเป็นห่วงข้าวของ

ขณะที่ จ.ตราด พายุฝนพัดถล่มทำให้ต้นยางพาราในพื้นที่หมู่ 4 บ้านทุ่งไก่ดัก ต.ท่ากุ่ม อ.เมืองตราด หักโค่นได้รับความเสียหายหลายร้อยต้น นอกจากนี้ยังมีสวนผลไม้ทั้ง ทุเรียน ลองกอง เงาะ ต้นสะเดา และต้นไม้อีกหลายชนิด โค่นล้มได้รับความเสียหายหนักเช่นกัน

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ช่วงวันที่ 2-8 ต.ค.นี้ ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร ตาก ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้