วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทรัมป์เจอสื่อมะกันแฉ 18 ปีเลี่ยงจ่ายภาษี

ทรัมป์เจอสื่อมะกันแฉ 18 ปีเลี่ยงจ่ายภาษี

  • Share:

จากกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ถูกทีมพรรคเดโมแครต ตั้งประเด็นโจมตีมาตลอดเรื่องไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลการจ่ายภาษีแก่สาธารณชน ทำให้เป็นที่น่าสงสัยว่าสรุปแล้วไม่เคยจ่ายภาษีเลยหรือไม่นั้น ผลปรากฏว่าเมื่อวันที่ 1 ต.ค. หนังสือพิมพ์ เดอะนิวยอร์กไทม์ส ของสหรัฐฯ ได้นำหลักฐานมาเปิดโปงแล้วว่า เรื่องอาจเป็นความจริงอย่างที่ตั้งข้อสงสัยกัน

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ เดอะนิวยอร์กไทม์ส ได้รับเอกสารภาษีของนายทรัมป์จำนวน 3 ฉบับ ถูกส่งใส่ซองมายังสำนักงานหนังสือพิมพ์ โดยมีแสตมป์ประทับตราจากนครนิวยอร์ก ขณะที่อยู่ส่งคืนคือตึกทรัมป์ทาวเวอร์ ในนครนิวยอร์ก ซึ่งจากการติดต่อให้นายแจ็ก มิตนิค อดีตทนายความผู้เคยจัดการภาษีให้นายทรัมป์นานกว่า 30 ปี มาช่วยตรวจสอบนั้น ได้ยืนยันว่าลายเซ็นบนเอกสารดังกล่าวเป็นของเขาจริง

โดยเอกสารดังกล่าว ซึ่งเป็นรายงานการเสียภาษีของนายทรัมป์ในปี 2538 ระบุว่านายทรัมป์ได้มีการอ้างกิจการขาดทุนเป็นมูลค่า 916 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 32,000 ล้านบาท ซึ่งตามข้อกำหนดของกรมสรรพากรสหรัฐฯ หรือไออาร์เอส ในปี 2538 ได้ระบุไว้ว่า ผู้เสียภาษีสามารถใช้ข้ออ้างการขาดทุนสะสมจากกิจการ เพื่อไม่ต้องจ่ายภาษีรายได้ ดังนั้น การอ้างขาดทุน 916 ล้านดอลลาร์ จึงทำให้มีความเป็นไปได้ว่า นายทรัมป์ ซึ่งปกติแล้วต้องจ่ายภาษีปีละกว่า 50 ล้านดอลลาร์ อาจไม่ต้องเสียภาษีเลยเป็นเวลานานถึง 18 ปี

วันเดียวกัน ทีมหาเสียงของนายทรัมป์ออกแถลงการณ์ว่า นายทรัมป์ได้จ่ายภาษีรวมถึงภาษีอสังหาริมทรัพย์เป็นเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ และเอกสารภาษีดังกล่าวใครเอาไป ถือเป็นการได้มาครอบครองอย่างผิดกฎหมาย เห็นได้ชัดว่าสื่อหลักเดอะ นิวยอร์กไทม์ส กลายเป็นกระบอกเสียงของพรรคเดโมแครตไปแล้ว แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าทีมหาเสียงนายทรัมป์มิได้ระบุว่า เอกสารเป็นของปลอมแต่อย่างใด นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่ให้คำปรึกษาแก่เดอะนิวยอร์กไทม์ส ก็ระบุว่าในรายงานภาษีดังกล่าว ไม่มีหลักฐานว่านายทรัมป์ได้ทำอะไรผิด

ส่วนนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต กล่าวโจมตีในเวลาต่อมาว่า ดูเหมือนว่านายทรัมป์จะเลี่ยงจ่ายภาษีเป็นเวลานานเกือบ 2 ทศวรรษ ขณะที่ชาวอเมริกันนับสิบล้านครอบครัวได้จ่ายภาษีมาตลอด.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้