วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'องอาจ' จี้ทุกฝ่ายเคารพคำวินิจฉัยศาลฯ เชื่อยากเหตุรัฐใช้ ม.44 ยุบสภา

'องอาจ' จี้ทุกฝ่ายเคารพคำวินิจฉัยศาลฯ เชื่อยากเหตุรัฐใช้ ม.44 ยุบสภา

  • Share:

"องอาจ" เรียกร้องทุกฝ่ายเคารพคำวินิจฉัยศาล รธน. เชื่อศาลทำเพื่อประโยชน์คนในประเทศ ระบุยังเร็วเกินไปด่วนสรุปปมผุดนายกฯ คนนอก ชี้ยังไม่เห็น ก.ม.ลูก แนะอย่าวิตกปม "วิษณุ" บอกเลือกนายกฯ ไม่ได้ รบ.ใช้ ม.44 ยุบสภาผ่าทางตัน เชื่อเกิดขึ้นยาก

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 59 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่บางฝ่ายยังคาใจไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และมองคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอก ว่า ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ถึงแม้จะไม่เห็นด้วย หรือเห็นด้วยก็ตาม เมื่อมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว ทุกภาคส่วน ทุกองค์กร ต้องปฏิบัติตาม เชื่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้วินิจฉัยเพื่อให้เกิดผลอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่น่าจะวินิจฉัยไปตามเนื้อหามากกว่า เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติบ้านเมือง ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะทำให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอกนั้น ตนเห็นว่ายังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุป เพราะวันนี้รัฐธรรมนูญก็ยังไม่ประกาศใช้ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคการเมือง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็ยังไม่มี ยังไม่รู้ว่าหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร
       
"การด่วนสรุปว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้ไม่ได้นายกรัฐมนตรีจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง แต่จะได้จากคนนอกนั้นจึงเร็วเกินไป" นายองอาจ กล่าว

นายองอาจ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ดี ถึงแม้รัฐธรรมนูญจะบัญญัติให้มีสมาชิกวุฒิสภาจากการแต่งตั้ง ขั้นตอนสุดท้าย โดย คสช. ถึง 250 คนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ เพียงหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากสภาผู้แทนราษฎร อีกเพียง 126 คน ก็จะทำให้ได้เสียงเกินครึ่งของสมาชิกรัฐสภา สามารถมีนายกรัฐมนตรีจัดตั้งรัฐบาลได้แต่การที่รัฐบาลจะบริหารงานได้ราบรื่น ควรมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สนับสนุนเกิน 250 คนน่าจะปลอดภัยกว่า เพราะการบริหารงานของรัฐบาลที่ราบรื่นควรมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร คือ เกิน 250 คน ก็จะช่วยให้รัฐบาลสามารถผ่านกฎหมายได้ ผ่านงบประมาณได้ และผ่านอภิปรายไม่ไว้วางใจได้

"เนื่องจากเวลารัฐบาลบริหารงานไม่มีเสียงของ ส.ว. 250 คน มายกมือสนับสนุนด้วยเป็นเรื่องของรัฐบาล กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะทำงานบริหารประเทศ เพราะฉะนั้นการมี ส.ว. สนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนนอกถึง 250 คน ก็ยังไม่เพียงพอ ต้องได้เสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกิน 250 คนด้วย ถึงจะช่วยทำให้นายกรัฐมนตรีทำงานได้ จึงยังไม่มีอะไรแน่นอนขณะนี้ ว่า นายกรัฐมนตรีหลังจากการเลือกตั้งจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก หรือนายกรัฐมนตรีจากบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง" นายองอาจ กล่าว

นายองอาจ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นว่าถ้าเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้ อาจใช้มาตรา 44 สั่งให้ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่เป็นการขู่นั้น ตนไม่มองว่าเป็นการขู่แต่อย่างใด นายวิษณุ คงชี้ให้เห็นถึงขั้นตอนของกฎหมาย และอำนาจที่รัฐบาล คสช.มีอยู่ คือ มาตรา 44 ที่ยังสามารถใช้ได้ตราบเท่าที่ยังไม่มีรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง แต่รัฐบาล และ คสช.ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่ที่จะทำเช่นนั้น อย่างไรก็ดี การหานายกรัฐมนตรีไม่ได้หลังการเลือกตั้งคงไม่เกิดขึ้นง่ายๆ จึงไม่ควรไปวิตกกังวลล่วงหน้าจะดีกว่า

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้