วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เส้นทางสู่นายกฯคนนอก

เส้นทางสู่นายกฯคนนอก

โดย สายล่อฟ้า
3 ต.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

เป็นอันว่าคำถามพ่วงนั้นเอื้อเพื่อเปิดช่องให้ “คนนอก” สามารถเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ หากไม่สามารถโหวตเลือกจากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอพรรคละ 3 คน ก็เป็นทีของ ส.ว. 250 คนที่จะเข้ามามีบทบาทแทนในรูปของสมาชิกรัฐสภา

เพราะรัฐธรรมนูญในส่วนของคำถามพ่วงที่จะเติมเต็มเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ซึ่ง กรธ.จะต้องดำเนินการเขียนบรรจุเอาไว้ภายใน 15 วัน หลังจากศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วจึงถือว่าเป็นอันสิ้นสุด

ไม่ต้องไปตีความให้เป็นอย่างอื่นนอกจากต้องทำไปตามนั้น

นั่นคือให้บทบาท ส.ว.ในการลงมติร่วมกับ ส.ส.ที่เรียกว่า “รัฐสภา” ด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่งเพื่องดใช้ข้อบังคับบัญชีรายชื่อจากพรรคการเมือง ทำให้สามารถเลือกบุคคลใดบุคคลหนึ่งให้เป็นนายกฯ

ช่องทางเปิดให้ “คนนอก” เข้ามาเป็นได้ โดย ส.ส.จะเป็นผู้เสนอชื่อเอง ส.ว.ไม่สามารถเสนอชื่อได้ แต่สามารถร่วมโหวตได้

เท่ากับว่าความเห็นหรือการตีความของ สนช.และ กรธ.นั้นมองต่างมุมกัน แม้ กรธ.จะยืนยันชัดเจนว่า ส.ว.โหวตได้ แต่ไม่มีสิทธิเสนอชื่อเอง

แต่ สนช.มองแบบ “กินรวบ” คือเสนอชื่อได้และร่วมโหวตได้

ที่สุดก็มาลงล็อกอย่างที่ศาลรัฐธรรมนูญตีความออกมา ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรือต่างกัน

เพราะเจตนารมณ์นั้นตรงกันคือให้ ส.ว.เข้ามามีส่วนร่วมโหวตนายกฯได้ แต่ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆก็เท่านั้นเอง

เพียงแต่การเขียนคำถามพ่วงนั้นไม่ได้ระบุเอาไว้ให้ชัดว่าเป็นอะไร เพราะขืนบอกว่าให้นายกฯมาจาก “คนนอก” ได้ มันก็ดูจะเถรตรงเกินไป

ที่สำคัญก็คือจะเกิดแรงเสียดทานเต็มรูปแบบจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่แล้ว

แม้จะมีกระแสต่อต้านอยู่แล้วถ้าไม่มีเรื่องนี้ด้วยซ้ำไปเพียงแต่เป้าใหญ่คือการสืบทอดอำนาจจึงต้องใช้วิธีที่แยบยลลึกลับซ่อนเงื่อนเอาไว้

พูดง่ายๆไม่ชัดเจน แต่สามารถตีความไปให้ถึงเป้าหมายได้

ประเด็นสำคัญหากให้ “คนนอก” เป็นนายกฯได้ หากมองตามรูปการณ์และความเป็นไปได้เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ในข่ายที่มีโอกาสมากที่สุด

แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเสียง ส.ส.ที่จะให้การสนับสนุนที่จะต้องเกินกว่าครึ่งจากจำนวนเต็ม 500 คน เพราะเมื่อเป็นนายกฯแล้วเสียงจาก ส.ว. 250 คนนั้น แทบจะไม่ได้ช่วยได้เลยแม้แต่น้อย เพราะรัฐธรรมนูญได้กำหนดบทบาทอำนาจหน้าที่เอาไว้อย่างชัดเจน

ไม่มีส่วนร่วมในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่มีส่วนร่วมในการพิจารณางบประมาณแผ่นดิน แค่ 2 เรื่องนี้ก็แทบจะไม่มีความหมาย

สิ่งที่สำคัญก็คือรัฐบาลโดยนายกฯคนนอกจะต้องมีเสียงอย่างน้อยเกินกึ่งหนึ่งคือ 251 คนขึ้นไป จึงจะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพที่มั่นคง

นั่นเป็นเรื่องที่ฝ่ายสนับสนุนนายกฯคนนอกจะต้องทำให้ได้

มองตามรูปการณ์ทางการเมืองในเวลานี้ แม้พรรคเพื่อไทยเชื่อมั่นว่าจะชนะการเลือกตั้งได้ ส.ส.มากที่สุด เป็นเรื่องที่คิดได้แต่ในความเป็นจริงแล้วจะเป็นอย่างนั้นหรือไม่

นี่เป็นคำถามที่จะยังไม่สามารถหาคำตอบได้ เพราะพรรคเพื่อไทยเวลานี้กำลังถูกไล่ล่าด้วยกระบวนการยุติธรรมจากความผิดที่ได้กระทำมาแล้ว

หลายคนเดินเรียงเข้าคุก หลายคนจะต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง ทำให้สมาชิกพรรคระดับแถว 1 ดูท่าจะต้องล้มหายไปจากสนามการเมือง

ตรงนี้จึงเป็นตัวแปรสำคัญทำให้โอกาสของนายกฯคนนอกมีมากขึ้น.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้