วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อ่างทองท่วม! นอนบนถนน 'โผงเผง'ระทม จุดเทียนในมุ้ง

อ่างทองท่วม! นอนบนถนน 'โผงเผง'ระทม จุดเทียนในมุ้ง

  • Share:

ภาคกลางเตรียมรับมือน้ำเหนือไหลบ่า จ.ชัยนาท น้ำเอ่อล้นตลิ่งชาวบ้านเร่งเก็บข้าวของขึ้นที่สูง ชาวอ่างทองระทมหนีน้ำขึ้นไปอยู่บนถนนเดือดร้อนหนัก อยุธยา 6 อำเภอจมบาดาลบ้านเสียหายกว่า 2 หมื่นหลัง ชาวสุพรรณเก็บกวาดบ้านหลังน้ำลดเฝ้าระวังน้ำระลอกสอง ส่วนกรม ชลประทานหน่วงน้ำเหนือรอระบายลงลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ขณะที่โฆษกนายกฯเผยเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและทำความเข้าใจผู้เสียสละเป็นพื้นที่รับน้ำพร้อมเยียวยา

สถานการณ์น้ำเหนือไหลบ่าลงสู่ภาคกลางระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ระดมกำลังช่วยเหลือทำแนวป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 1 ต.ค. จ.ชัยนาท แม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำจากภาคเหนือไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยามากขึ้นอย่าง ต่อเนื่องเอ่อล้นตลิ่งในหลายพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านใน ต.วัดโคก อ.มโนรมย์ ต่างเร่งเก็บข้าวของเครื่องใช้ ไว้บนที่สูง ด้านนางตะล่อม โพธิ์มูล ชาวบ้านตำบลวัดโคก เปิดเผยว่า พื้นดินใต้ถุนบ้านมีน้ำท่วมสูงกว่า 1.20 เมตร หากระดับน้ำสูงขึ้นอีกก็คงต้องตัดสินใจทิ้งบ้านไปอาศัยอยู่กับญาติชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย เพราะเมื่อปี 54 น้ำท่วมสูงจนมิดหลังคามาแล้ว

จ.อ่างทอง น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน จ.อ่างทอง เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องระดับน้ำอยู่ที่ 7.43 เมตร มีผู้ประสบภัย 3 อำเภอ 12 ตำบล 34 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 729 หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 3,644 ไร่ ผู้ประสบภัยบางรายต้องอพยพมาพักในเต็นท์ชั่วคราวบนถนน นางบุญธรรม เต่าเล็ก อายุ 50 ปี คนงานโรงอิฐ หมู่ 3 ต.โผงเผง อ.ป่าโมกเปิดเผยว่า หลังน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมที่โรงอิฐและบ้าน ครอบครัวต้องย้ายมานอนที่เต็นท์บนถนนสายโผงเผง-บางบาล แต่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มและห้องสุขา ช่วงกลางคืนยังหวาดระแวงกลัวรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาพุ่งชนเต็นท์และมียุงชุมมาก บางคืนต้องเข้าไปจุดเทียนกินข้าวในมุ้งเพื่อไม่ให้ยุงกัด

ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานที่ 12 เปิดประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว คลองสาขาแม่น้ำเจ้าพระยา หมู่ 10 ต.บ้านอิฐ อ.เมืองอ่างทอง เพื่อระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลลงทุ่งนาด้านตะวันออกพื้นที่ ต.บ้านอิฐ ต.บ้านรี อ.เมืองอ่างทอง ต่อเนื่องไปยัง ต.บ้านนา อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อลดระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และยังเป็นการกักเก็บน้ำไว้ใช้ทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง

ที่จุดตรวจวัดระดับน้ำ ต.บางพุทรา อ.เมืองสิงห์บุรี นายณรงค์ศักดิ์ วิงวอน นายกเทศมนตรีเมืองสิงห์บุรี เข้าพบชาวบ้านในแต่ละชุมชนที่อยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลเมืองสิงห์บุรีเพื่อสร้างความเข้าใจการป้องกันน้ำท่วมอาจมีผู้ได้รับผลกระทบและผู้ไม่ได้รับผลกระทบ จะต้องมีผู้เสียสละคือกลุ่มที่อยู่นอกเขตแนวกั้นน้ำ หากป้องกันไม่ได้จะหาแนวทางช่วยเหลือเยียวยา ขณะนี้ชาวบ้านเดือดร้อน 3 อำเภอ 8 ตำบล บ้านเรือนเสียหาย 135 หลัง ไร่นาพืชผลทางการเกษตรจมน้ำ 14,000 ไร่

จ.พระนครศรีอยุธยา มวลน้ำก้อนใหญ่จากภาคเหนือไหลมาถึงภาคกลาง เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เร่งระบายน้ำท้ายเขื่อนส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย คลองบางหลวง และคลองบางบาลสูงขึ้นเอ่อท่วมในพื้นที่ อ.พระนคร ศรีอยุธยา อ.บางบาล อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางปะอิน และ อ.บางไทร รวม 6 อำเภอ 79 ตำบล 447 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 20,769 หลัง ที่เขื่อนพระรามหก อ.ท่าเรือ เจ้าหน้าที่ระบายน้ำเพิ่มขึ้น 491 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมปักธงเหลืองเตือนชาวบ้านให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

จ.สุพรรณบุรี อ.เมืองและ อ.บางปลาม้า ปริมาณน้ำลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนตลอดแนวใน ต.พิหารแดง ต.รั้วใหญ่ ต.ทับตีเหล็ก ต.ท่าระหัด อ.เมือง และ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า น้ำลดลงทำให้มีดินเลนเกาะติดไปทั่วพื้น ชาวบ้านเริ่มทำความสะอาด ส่วนใหญ่ยังไม่ยกสิ่งของลงมาจากที่สูงเนื่องจากยังอยู่ในช่วงเฝ้าระวังน้ำระลอกสอง

จ.ปทุมธานี ถนนเลียบคลอง 13 หนองเสือ-ธัญบุรี น้ำท่วมสูง 50 ซม. ทำให้ถนนทรุดตัวเป็นทางยาวกว่า 150 เมตร ขณะเดียวกันชาวสวนกล้วยกว่า 20 คน ช่วยกันตักทรายใส่กระสอบเพื่อทำเป็นแนวกั้นน้ำจากคลองส่งน้ำที่ 13 ที่มีระดับน้ำสูงขึ้น ด้าน น.ส.สุภาวดี เสมอใจ อายุ 43 ปี เจ้าของสวนกล้วยหอม เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในคลองส่งน้ำที่ 13 เพิ่มสูงขึ้นล้นคลองไหลข้ามถนนเลียบคลอง 13 เข้ามาในสวนกล้วยหอมมีเนื้อที่กว่า 20 ไร่ ระหว่างรอเก็บผลผลิต ตนต้องระดมญาติพี่น้องมาช่วยกันตักทรายใส่กระสอบทำเป็นแนวกั้นสูงกว่า 20 ซม. และเร่งสูบน้ำออกจากสวนก่อนเกิดความเสียหาย

ด้านนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผวจ.นนทบุรี พร้อมด้วยนายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครปากเกร็ด ลงเรือล่องตามแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ท่าน้ำวัดกลางเกร็ด ต.บางตลาด ไปจนถึงท่าน้ำวัดช่องลม ต.บ้านใหม่ เพื่อตรวจและติดตามดูระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมามีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องวัดได้ 1.70 เมตร คาดว่าน้ำอาจมีระดับเพิ่มสูงมากกว่านี้ ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ ต.เกาะเกร็ด เป็นพื้นที่มีแม่น้ำเจ้าพระยาล้อมรอบและเป็นที่ลุ่มต่ำเริ่มมีน้ำเข้าท่วมสวนผลไม้ของชาวบ้าน ทาง อบต.เกาะเกร็ดได้แจกกระสอบทรายให้กับชาวบ้านนำไปวางแนวคันกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมแล้ว

สำหรับสถานการณ์น้ำทางภาคเหนือ นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผอ.ชลประทาน จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า พื้นที่ใน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย อ.พรหมพิราม อ.เมือง และอ.บางระกำ จ.พิษณุโลก มีน้ำท่วมขังอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำประมาณ 71,000 ไร่ ปริมาณน้ำที่ จ.พิษณุโลก และ จ.สุโขทัย หน่วงน้ำไว้เพื่อรอระบายลงลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างประมาณ 120 ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ ยังมีน้ำในบึงขี้แร้ง บึงตะเคร็ง และบึงระมาณ อีก 15 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมหน่วงน้ำไว้รอระบายประมาณ 135 ล้านลูกบาศก์เมตร

จ.พิจิตร มวลน้ำที่ไหลจาก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำยมไหลผ่าน อ.สามง่าม อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพทะเล และ อ.บึงนาราง สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายพื้นที่น้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ที่ ต.วังจิก
อ.โพธิ์ประทับช้าง น้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร หมู่ 1-10 รวม 10 หมู่บ้าน ชาวบ้าน 500 หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อนต้องขนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยงขึ้นไว้บนที่สูง ขณะที่น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลลงมาตามคลองบุษบงเข้าท่วม ต. ห้วยเขนและ ต.ภูมิ อ.บางมูลนาก ระดับน้ำเฉลี่ยสูง 80 ซม.ชาวบ้านเดือดร้อน 250 หลังคาเรือน

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศว่า บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมในระยะนี้ สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ คาดหมายช่วงวันที่ 1-2 ต.ค. ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนโดยทั่วไปและมีฝนตกหนักบางแห่ง วันที่ 3-7 ต.ค. ภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนลดลง ส่วนบริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคใต้ตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่ง คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลางคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนตกต่อเนื่องจะมีฝนตกหนักมากขึ้นในช่วงวันที่ 4-6 ต.ค.

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ว่า รัฐบาลมอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่ และให้ท้องถิ่นเป็นผู้สนับสนุนข้อมูล รัฐบาลจำเป็นต้องผันน้ำหรือระบายน้ำเข้าไปในบางพื้นที่

โดยสร้างคันกั้นน้ำบังคับไม่ให้น้ำไหลอย่างสะเปะสะปะ หน่วยงานชลประทานและหน่วยงานอื่นๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่อยู่ในแต่ละจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณาว่าจะผันน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมอย่างไร และจะผันน้ำไปไว้ที่ใด เพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกและที่อยู่อาศัยของประชาชนหรือมีผลกระทบน้อยที่สุด เมื่อมีการตกลงกันแล้วว่าจะผันน้ำเข้าพื้นที่ใด ขอให้จัดตั้งทีมออกไปชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนให้ชัดเจนว่า ผู้ที่ต้องเสียสละที่ดินของตนให้เป็นพื้นที่รับน้ำนั้นจะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากทางราชการอย่างไร เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่ดีในการแก้ไขปัญหา หากจังหวัดติดขัดในเรื่องการประสานงานกับส่วนราชการในพื้นที่ ให้รีบแจ้งไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้ช่วยแก้ปัญหาในระดับกระทรวงโดยด่วน

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้