วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฝนชะล้างสารเคมีลงน้ำมูล ผู้เลี้ยงเศร้า ปลาในกระชังที่บุรีรัมย์ตายอื้อ

ฝนชะล้างสารเคมีลงน้ำมูล ผู้เลี้ยงเศร้า ปลาในกระชังที่บุรีรัมย์ตายอื้อ

  • Share:

ผู้เลี้ยงปลาในกระชังที่บุรีรัมย์ เศร้าหนัก ปลาที่เลี้ยงไว้มีจุดแดงและบาดแผลเต็มตัว ทยอยตายวันละ 30 กก. คาดเกิดจากฝนชะล้างสารเคมี และสิ่งปฏิกูลลงแม่น้ำมูล เผยแม้ขาดทุนแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

เมื่อวันที่ 1 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากปริมาณน้ำในลำน้ำมูลที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนใกล้ล้นตลิ่ง ทั้งกระแสน้ำยังไหลเชี่ยว และเริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรแล้ว ทั้งนี้ปริมาณน้ำที่หนุนสูงขึ้นและไหลเชี่ยวยังได้ส่งผลกระทบกับกลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชังบ้านท่าเรือตำบลท่าม่วง อ.สตึก กว่า 10 ราย ทำให้ปลาของเกษตรกรที่เลี้ยงไว้มีจุดแดงและบาดแผลตามตัว คล้ายกับเป็นโรคระบาดทยอยตายวันละกว่า 30 กิโลกรัม

ปลาเลี้ยงในกระชังเกษตรกรบุรีรัมย์ลำน้ำมูลตายเพียบ คาดฝนชะล้างสารเคมีลงไปในน้ำ

ทั้งนี้ เกษตรกรต่างเชื่อว่าสาเหตุที่ปลาตายในครั้งนี้ อาจเนื่องมาจากน้ำที่ไหลมารวมในลำน้ำมูลได้ชะล้างเอาน้ำเสียสิ่งปฏิกูล และสารเคมีจากไร่นาของเกษตรกรจากพื้นที่ต่างๆ ไหลมารวมในลำน้ำมูล ประกอบกับยังมีผักตบชวาและวัชพืชพัดพามากับกระแสน้ำมาสะสมอยู่รอบกระชังทำให้สารเคมีสะสมทำให้ปลาที่เลี้ยงไว้เป็นแผล ลอยตายได้ ทำให้หลายรายต้องเร่งจับปลาขายแม้จะได้ราคาต่ำก็ตามเพราะหากปล่อยไว้เกรงจะทยอยตายมากกว่า ซึ่งอาจทำให้ขาดทุน

นายมนัส คำศรี อายุ 46 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังบ้านท่าเรือ กล่าวว่า น้ำมูลที่หนุนสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงนี้และทำให้ปลาในกระชังทยอยตายนั้น เชื่อว่าน่าจะเกิดจากน้ำที่หลากลงมาได้พัดเอาสารเคมีที่ตกค้างตามไร่นาลงมาด้วย ส่งผลให้ปลาเป็นจุดแดงและเป็นแผลตามตัวคล้ายโรคระบาด จึงต้องเร่งจับปลาที่ยังไม่ลอยตายออกขาย แม้จะได้ราคาต่ำกว่าปกติก็ตาม เพราะหากปล่อยไว้ให้เป็นแผลลอยตายก็จะไม่สามารถจับขายได้ ซึ่งจะทำให้ขาดทุน โดยรอบนี้ตนลงทุนเลี้ยงปลามากกว่า 330,000 บาท ปริมาณปลา 10,000 ตัว แต่ยังไม่รู้จะได้ทุนคืนหรือไม่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้