วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เด็กปชป.ติง วิษณุ อย่าขู่ใช้ ม.44 ยุบสภา หากเลือกนายกฯ ไม่ได้

เด็กปชป.ติง วิษณุ อย่าขู่ใช้ ม.44 ยุบสภา หากเลือกนายกฯ ไม่ได้

  • Share:

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ติง "วิษณุ" อย่าบ้าอำนาจ ขู่ใช้ ม.44 ปมเลือกนายกฯ ปชป.ชง ขยายเวลาปชช.ใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็น 08.00-18.00 น. จี้ กมธ.จัดซื้อจัดจ้างพัสดุรัฐแจงสังคม

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 ต.ค.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่า เป็นภาระหน้าที่ของ กรธ. ที่ต้องปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนจากการทำประชามติและจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กระบวนการในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นคนในบัญชีพรรคการเมือง หรือนอกบัญชีพรรคการเมือง ซึ่งชัดเจนและพอคาดได้ว่า ส.ว. 250 คน จะเลือกนายกฯ จะมาจากคนกลุ่มใด แต่ขอติติงกรณีที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่พูดว่า ถ้าเลือกนายกฯ รอบแรกไม่ได้และใช้ระยะเวลานาน ก็สามารถใช้ มาตรา 44 ยุบสภาได้นั้น ถือเป็นคำพูดที่ไม่ถูกต้องเหมือนคำขู่เพื่อให้เลือกนายกฯ ตามที่ผู้มีอำนาจวางทิศทางประเทศเป็นไปตามที่รัฐบาลทหารกำหนดไว้ แต่ถ้าคิดว่าหากสิ่งที่คิดที่จะทำดีแล้วก็ให้พวกท่านทำไปเลย แต่อย่าขู่คนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน หากใช้มาตรา 44 ยุบสภา เพราะไม่ได้คนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีตามที่รัฐบาลทหารต้องการใช่หรือไม่ ฉะนั้น จะพูดอะไรขอให้อยู่ในร่องรอย แม้การลุ่มหลงในอำนาจจะเป็นเรื่องปกติของคนก็ตาม

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กรธ. อยู่ในระหว่างการยกร่างกฎหมายลูกรวม 10 ฉบับว่า ขอเรียกร้องถึง กรธ.ว่า ควรยกร่างกฎหมายโดยยึดหลักตามรัฐธรรมนูญ เพื่อจะไม่เป็นปัญหาในอนาคต และควรรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อใช้ข้อมูลประกอบหาก กรธ. ต้องการความเห็นจากพรรคก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือเต็มที่ ซึ่งพรรคเห็นด้วยกรณีที่จะกำหนดโทษ กรณีกรรมการบริหารพรรค ที่รู้เห็นเป็นใจใจการทุจริตเลือกตั้งให้มีโทษตัดสิทธิ์การเมือง 5 ปี แต่ขอให้มีอำนาจตุลาการ เข้ามาตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจของ กกต. ด้วย และขอเสนอให้ขยายเวลาในการใช้สิทธิลงคะแนนเสียงของประชาชนเพิ่มรวม 10 ชั่วโมง คือ 08.00 น ถึง 18.00 น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น และควรจะใช้กับการเลือกตั้งในทุกระดับ

นายราเมศ ยังกล่าวถึงกรณี การยกร่าง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการพัสดุในภาครัฐฉบับปี พ.ศ.... ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญร่าง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ สนช. ว่า แม้จะมีการท้วงติงว่า ร่างกฎหมายนี้ มีการเปิดช่อง ไม่บังคับใช้การจัดซื้อจัดจ้างในหลายกรณีที่ส่อว่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบางกลุ่ม บางองค์กร แต่ กมธ.วิสามัญชุดนี้ก็ยังไม่ออกมาชี้แจงต่อสังคม ล่าสุด ทราบว่า แม้มีการปรับปรุงเนื้อหา โดยเฉพาะการจัดซื้ออาวุธให้เว้นการบังคับแค่กรณี การซื้อแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจีแล้วก็ตาม แต่ยังมีกรรมาธิการบางคนในสายนักวิชาการ ที่ต้องการให้มีการยกเว้นกรณีเงินบริจาคต่อสถาบันการศึกษา หรือบางองค์กร ที่ไม่ต้องถูกตรวจสอบ คือ ไม่ต้องเปิดเผยยอดบริจาคและไม่ถือว่าเป็นเงินของรัฐที่ต้องชี้แจงการใช้จ่ายนั้น เกรงว่าจะเป็นช่องทางในการแสวงหาประโยชน์จากเงินในส่วนนี้ของผู้บริหารสถาบันนั้นๆ และจะเกิดความเสียหายในวงกว้างจึงขอให้ กมธ.วิสามัญฯ ชี้แจงความคืบหน้าต่อสังคมเพื่อที่กฎหมายฉบับนี้จะเกิดประโยชน์กับประเทศได้จริงตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้