วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"องอาจ" เชื่อเลือกนายกฯ ได้หลัง ลต. ไม่น่าถึงขั้นยุบสภา

"องอาจ" เชื่อเลือกนายกฯ ได้หลัง ลต. ไม่น่าถึงขั้นยุบสภา

  • Share:

"องอาจ" เชื่อเลือกนายกฯ ได้แน่หลังเลือกตั้งคงไม่ถึงขั้นต้องยุบสภา ชี้ "วิษณุ" มองตามมุมกฎหมาย "วิรัตน์ กัลยาศิริ" ดักคอแค่โยนหินถามทาง...

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า หากรัฐสภาไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้ จนเวลาเลยไป 5-6 เดือนแล้ว ต้องยุบสภา ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยู่ไปจนกว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ โดยมาตรา 44 ยังคงมีผล อยู่สามารถยุบสภาได้นั้น ว่า ตนเห็นว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่จะเลือกนายกฯ ไม่ได้ เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วทุกฝ่ายก็อยากให้ประเทศเดินหน้าไปได้ด้วยวิธีการใดก็ตามที่ให้ประเทศเดินไปได้ คือต้องมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ส่วนที่นายวิษณุระบุจะใช้มาตรา 44 ในการยุบสภาหากเลือกนายกฯ ไม่ได้นั้น คงใช้ได้ แต่ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมด้วยเชื่อว่าเหตุการณ์ในลักษณะนั้น ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะทุกฝ่ายก็อยากเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้า

เมื่อถามว่า ที่นายวิษณุพูดเป็นการขู่ว่าต้องเลือกนายกฯ ให้ได้หรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า ตนไม่มองเช่นนั้นเพราะยังอีกไกลว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร แต่ในฐานะนักกฎหมายนายวิษณุคงชี้ให้เห็นว่ากฎหมายใช้ช่องทางอะไรบ้าง แต่ตนเชื่อมั่นว่าน่าจะเลือกนายกฯ ได้ ดังนั้น จึงไม่ต้องนำมาตรา 44 มาใช้ และยังมองไม่เห็นว่าจะเป็นปัญหาขึ้นมาได้คงไม่มีใครสามารถพูดล่วงหน้าตั้งแต่รัฐธรรมนูญยังไม่ประกาศใช้ได้

ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า น่าจะเป็นการโยนหินถามทาง เพราะถ้ามีการแก้ไขตามที่ศาลรัฐธรรมนูญแก้ไขมา ที่ปกติให้ ส.ส.เป็นผู้เสนอชื่อนายกฯ ในบัญชีพรรคการเมือง ถ้ากระบวนการเดินไปไม่ได้ ก็ให้ ส.ส.และ ส.ว.เข้าชื่อยกเว้นนายกฯจากบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง ส.ว. 250 ส.ส.อีก 150 เสียงก็เกินอยู่อยู่แล้ว การยุบสภาฯ ก็ไม่เกิด และถ้าเดินที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน การยุบสภาก็ไม่เกิดขึ้น ซึ่งต้องเดินตามอยู่แล้วเพราะคำวินิจฉัยผูกพันทุกองค์การ และการใช้มาตรา 44 ยุบสภา ก็จะก่อให้เกิดปัญหาไม่จบไม่สิ้น คนที่ลงนามในคำสั่งก็จะเสียหาย และการเมืองไม่ควรแก้ด้วยมาตรา 44

เมื่อถามย้ำว่า ถ้า ส.ส.ไม่เอาด้วยกับ ส.ว.ก็เกิดปัญหาแน่ นายวิรัตน์ กล่าวว่า ยังเชื่อศักยภาพรัฐสภาที่ทุกฝ่ายอยากให้บ้านเมืองเดินต่อได้ และการที่คำถามพ่วงและร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติถึง 60 เปอร์เซ็นต์ เพราะประชาชนต้องการให้ ส.ว.มีโอกาสเลือกนายกฯ เพราะเมื่อใดที่ ส.ส.เลือกนายกฯ จากรายชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายพรรคการเมืองไม่ได้ แปลว่า ส.ส.มีพวกไม่เป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ลงรอยกัน ส.ว.ต้องมองเห็นว่าควรจะร่วมกับกลุ่มใดเพื่อโหวต ขอให้รัฐสภามีมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 เพื่อให้สามารถเลือกนายกฯจากนอกบัญชีพรรคการเมืองได้ ส่วนจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือไม่นั้น ตนมองว่า รัฐบาลเสียงข้างน้อยก็สามารถอยู่ครบเทอมได้ หากไม่ทุจริตคดโกง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้