วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มือถือกับมะเร็ง

มือถือกับมะเร็ง

โดย หมอดื้อ
2 ต.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

เล็งกันมานานกว่า 20 ปีแล้ว ว่ามือถือจะทำให้เกิดมะเร็งหรือไม่ ผลที่ผ่านมาจากการศึกษาในระดับเซลล์ และผลกระทบต่อยีน เมื่อได้เจอะเจอกับคลื่นมือถือพบมีการเปลี่ยนแปลงในทางร้าย

แต่ผลในการติดตามผู้ใช้มือถือ ซึ่งถึงแม้จะเกิดมีเนื้องอกในสมองด้านที่ใช้ฟังมือถือ จำนวนที่เกิดก็ดูจะไม่น่ากลัวนัก รวมทั้งการศึกษาต่างๆ มีผลที่ได้ไม่เหมือนกัน จากความต่างกันในระเบียบการวิจัย ก่อให้เกิดความงงงวย แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ก็ทั้งใช้ ทั้งกดกันทั้งวันทั้งคืนอยู่แล้ว และองค์กรสุขภาพทางมะเร็งก็ให้คำแนะนำขัดแย้งกัน

ข้อจำกัดในการหาความเชื่อมโยงระหว่างผลของมือถือกับเนื้องอกในมนุษย์อีกประการ อยู่ที่ความยากที่คนที่มีเนื้องอกในสมองแล้วจะจำได้เป๊ะๆ ว่าใช้งานจากมือถือมากน้อยแค่ไหน เป็นช่วงหรือตลอดเวลา เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับคนที่ไม่เกิดเนื้องอก การศึกษาล่าสุดที่จะขจัดปัญหาข้อจำกัดดังกล่าว คือต้องทำในหนู โดยให้ได้รับพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทั้งตัว ในปริมาณที่เทียบเท่ากับที่คนควรจะได้รับเมื่อใช้มือถือ

ทั้งนี้ เป็นรายงานจากโปรแกรมการศึกษาวิจัยแห่งชาติของสหรัฐฯ (National Toxicology Program Carcinogenesis Studies of Cell Phone Radiofrequency Radiation in Hsd: Sprague Dawley SD Rats :Whole body exposure : เผยแพร่ 19 พฤษภาคม 2016) (จำนวน 74 หน้า) หนูหลายร้อยตัวที่ได้อาบพลังงานคลื่นทุกวันเป็นเวลา 2 ปี พบว่า เฉพาะตัวผู้จะเกิดเป็นเนื้องอกในสมองในจำนวน 2-3% (โดยหนูที่ไม่ได้โดนคลื่นจะไม่เกิดมีเนื้องอกเลย) ในขณะที่ตัวเมียซึ่งได้รับคลื่นเท่ากันจะมีเพียง 1% เท่านั้น

โดยทั้งนี้จำนวน 1% ในตัวเมีย ถือเป็นจำนวนที่น้อยโดยอาจเกิดขึ้นเองได้โดยไม่เกี่ยวกับคลื่น เมื่อดูอัตราเกิดเนื้องอกของเส้นประสาทในหัวใจพบว่ามีจำนวนถึง 2-7% ของตัวผู้ที่มีเนื้องอกหัวใจและพบ 2% ในตัวเมีย และไม่เกิดขึ้นเลยในหนูที่ไม่ได้รับคลื่น

ในรายงานสรุปโดย John R. Buchen, รองผู้อำนวยการของโปรแกรมนี้สรุปว่าเป็นไปได้ที่มือถือในความถี่และชนิดของคลื่นที่ใช้ในปัจจุบันนี้อาจสามารถก่อให้เกิดมะเร็งได้ (Possible Carcinogen) ทั้งนี้ ชนิดของเนื้องอกที่พบเป็นชนิดเดียวกับที่พบในรายงานก่อนหน้านี้

สิ่งที่เป็นจุดกังขาในการศึกษานี้คือ หนูในกลุ่มที่ไม่ได้อาบคลื่นกลับมีชีวิตสั้นกว่า และเป็นที่มาของข้อสังเกตว่า ถ้าหนูเหล่านี้อายุยืนยาวเท่ากับหนูอาบคลื่น หนูเหล่านี้ก็อาจจะเกิดเนื้องอกในอัตราเท่ากันก็ได้

นอกจากนี้ยังเป็นที่สงสัยว่าทำไมหนูตัวผู้จึงโชคร้ายกว่าตัวเมีย ข้อสงสัยอีกคือ การที่หนูทดลองเหล่านี้อาจได้คลื่นพลังงานมากเกินไป ขนาดน้อยที่สุดที่ได้รับคือ 1.5 วัตต์ต่อกิโลกรัม โดยน้อยกว่าระดับสูงสุดที่กำหนดไว้จาก Federal Communication Commission (FCC) ซึ่งอยู่ที่ 1.6 วัตต์ต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นปริมาณพลังงานเต็มที่ทั้งร่างกายจะสามารถดูดซับได้ หนูเหล่านี้ได้รับคลื่นทั้งตัวเป็นเวลา 9 ชั่วโมงต่อวัน ตลอด 2 ปี

คำอธิบายของผู้วิจัยที่ต้องให้หนูได้รับคลื่นทั้งตัว เนื่องจากในมนุษย์ มือถือจะเก็บในที่ส่วนต่างๆ ของเสื้อ กางเกง ไม่ใช่ถือไว้ตลอดเวลา FCC มีข้อแนะนำให้เก็บมือถือห่างกับตัว แล้วใช้หูฟังแทน

สำหรับปริมาณ 1.6 วัตต์ต่อกิโลกรัม แม้ว่าจะดูสูง แต่เป็นมาตรฐานที่ FCC ตั้งไว้เผื่อในอนาคตซึ่งน่าจะมีการใช้มากมายขึ้นไปอีก ผลของการที่ก่อให้เกิดมะเร็ง แม้ว่าจะมีการโต้แย้งอยู่พอสมควร แต่ได้รับการตอบรับจาก Jonathan M.Samet ซึ่งเป็นหัวหน้าของภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันที่มหาวิทยาลัย Southern California และเป็นประธานในคณะกรรมการขององค์การอนามัยโลกที่สรุปว่ามือถืออาจทำให้เกิดมะเร็งได้ในปี 2011

ในทางวิทยาศาสตร์ ข้อโต้แย้งที่สำคัญที่คลื่นมือถือไม่น่าก่อให้เกิดมะเร็ง อยู่ที่มือถือเป็นชนิด Non-Ionizing และโดยที่ไม่มีพลังงานมากพอที่จะทำลายสาย DNA เหมือนคลื่น Ionizing Radiation ที่ได้จากการฉายเอกซเรย์ และจากเครื่องคอมพิวเตอร์เอกซเรย์ แต่ถ้าผลดังกล่าวเป็นจริง ควรต้องมีคำอธิบายว่า ชนิดของ NonIonizing Radiation ก่อให้เกิดมะเร็งโดยเกิดจากปฏิกิริยาอะไร

รายงานที่เขียนนี้เป็นส่วนที่หนึ่งของสภาวิจัยแห่งชาติทางด้านสุขภาวะสิ่งแวดล้อมทางวิทยาศาสตร์ (Environmental Health Science) รายงานส่วนที่สองจะมีกำหนดการเผยแพร่ในปี 2017 โดยมีผลการศึกษาในหนู Mice ไม่ใช่หนู Rats เช่นจากการศึกษานี้ และจะดูการเกิดของมะเร็งในอวัยวะอื่นๆ นอกจากสมองและหัวใจ ดังรายงานแรก ถ้าจะออก “ก้อย” มนุษย์เราทั้งโลกที่เสพติดมือถือ วางไว้ข้างตัว ข้างหัวนอน คงเป็นมะเร็งกันระนาวในช่วงชีวิตนี้.

หมอดื้อ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้