วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิดโลกทัศน์เสริมศักยภาพเด็กช่าง อาชีวะฝีมือชน คนสร้างชาติ อาชีวะฝีมือชน คนสร้างชาติ

เปิดโลกทัศน์เสริมศักยภาพเด็กช่าง อาชีวะฝีมือชน คนสร้างชาติ อาชีวะฝีมือชน คนสร้างชาติ

โดย ยายรหัส
2 ต.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

หนึ่งในโครงการที่ มูลนิธิเอสซีจี ได้ริเริ่มตั้งแต่ปี 2556 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนไทยหันมาเรียนสายอาชีวศึกษามากขึ้น ด้วยการมอบทุนการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ต่อเนื่องจนจบหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทั้งยังจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เสริมศักยภาพให้เด็กอาชีวะเป็นคนดีมีคุณภาพ

ล่าสุด มูลนิธิเอสซีจี ได้เฟ้นนักเรียนทุนที่ผ่านการคัดเลือกจากการส่งนวัตกรรมเข้าประกวด 27 คน พร้อมกับนักเรียนอาชีวศึกษาจากทุกสถาบันผู้โชคดี 14 คนที่เข้าวินจากการนำเสนอเรื่องราว “My idol ฝีมือชน คนโดนใจ” เพื่อร่วมเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งการเข้าชมการแข่งขันทักษะฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 11 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และตะลุยเมืองสิงคโปร์ศึกษาความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี

“ยายรหัส” มีโอกาสร่วมไปกับคณะ ซึ่งนอกจากได้เปิดโลกทัศน์ ยังได้เห็นถึงความสามารถของเหล่าฝีมือชนที่แต่ละคนล้วนมี “ของดี” เลยอดไม่ได้ต้องขอไปฉกตัวแทนมาเปิดใจ

เริ่มที่หนุ่มช่างมาดเซอร์ เฉลิมศักดิ์ ไชยสนาม “ศักดิ์” ปวส.1 สาขาช่างเทคนิคยานยนต์ วิทยาลัยเทคโนโลยีรัตนโกสินทร์ เล่าว่า “ผมเกเรมากสมัยเรียน ม. 1-3 จนคนละแวกบ้านดูถูก จึงนำคำดูถูกมาเป็นแรงกระตุ้นว่าสักวันจะกลับไปให้ชื่นชม และ ตัดสินใจเลือกเรียนช่างยนต์เพราะมองการเรียนอาชีวะไม่มีวันอดตาย ช่วงเรียน ปวช.ก็ช่วยงานในวิทยาลัย จนอยู่ ปวส.1 ขณะนี้ผมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรอง หน.ฝ่ายอาคารสถานที่ เพราะผู้บริหารเห็นความสามารถ ตอนนี้ผมมีรายได้เลี้ยงตัวเอง ช่วยปลดหนี้ให้แม่และมีเงินเก็บในบัญชี รู้สึกภูมิใจมาก ทุกวันนี้เมื่อกลับบ้าน จ.นครนายก คนที่เคยดูถูกกลับมาชื่นชม ทั้งนี้ การมาดูงานได้เรียนรู้เทคนิคความก้าวหน้าด้านต่างๆ ซึ่งจะนำกลับไปพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น เพราะ ผมมุ่งมั่นที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคมเจริญรอยตามพระ บาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวที่พระองค์ทรงเป็นนักพัฒนา ครับ”

มาต่อที่หนุ่มหัวใจศิลป์ ปราโมทย์ การัมย์ “ป้อม” ปวส.2 สาขาการจัดการธุรกิจดอกไม้และงาน วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา บอกว่า “ผมตัดสินใจลาออกหลังจบ ม.4 เพราะไม่รู้จบแล้วจะไปทำอะไร และหันไปต่อ ปวช.1 สาขาคหกรรมการผลิต ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา เพราะอยากเรียนรู้ด้านดอกไม้ หลังเรียนเพียง 5 วันผมได้มีโอกาสเป็นลูกมือช่วยรุ่นพี่ที่รับงานจัดดอกไม้ โดยแค่ตัดแต่งโอเอซิส ได้เงินจากการทำงานครั้งแรก 420 บาท ภูมิใจมาก จากนั้นก็มีโอกาสไปเป็นลูกมือหรือรับเองตามงานต่างๆ ซึ่งงานแต่งของ ชมพู่ อารยา ผมก็เป็น 1 ในทีมงานที่ตกแต่งซุ้มเค้ก ปีนี้ผมได้เป็นแชมป์ระดับประเทศจากการประกวดจัดดอกไม้ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งปีหน้าจะได้เป็นตัวแทนไปแข่งขันระดับนานาชาติที่อาบูดาบี ส่วนความใฝ่ฝันผมอยากเป็นครูสอนจัดดอกไม้ ซึ่งตอนนี้ผมเป็นจิตอาสาสอนตามโรงเรียน และวังพญาไท ทั้งนี้ อยากให้มองการเรียนอาชีวะให้อะไรเรามากมาย ไม่อยากให้มองแต่ในแง่ลบ ครับ”

จ้อกันต่อกับ “พี” พีรพันธ์ ทองเปลว ปวส.2 วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด เล่าประสบการณ์ว่า “ได้มีโอกาสฝึกงานที่ฟาร์มปลูกพริกหวานและมะเขือเทศออแกนิก ประเทศอิสราเอล ระหว่างวันที่ 27 ก.ค.58-20 มิ.ย.59 ซึ่งนอกจากได้ภาษา มีรายได้ ยังได้ความรู้การเกษตรของชาวยิว ก่อนหน้าที่ผมจะเรียนเกษตรพ่ออยากให้เป็นหมอ แต่ผมอยากเรียนเกษตร จึงขอพ่อ ผมได้นำเทคนิคต่างๆ ไปพัฒนาไร่นาที่บ้าน จนพ่อบอกว่าผมมาถูกทางแล้ว อนาคตผมตั้งใจเป็นครูสอนเกษตร ส่วนการที่สังคมมองภาพเด็กอาชีวะต้องตีกัน ผมว่าข่าวดีๆ ของเด็กอาชีวะที่ประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมสร้างชื่อเสียงมีมากมาย แต่พูดถึงกันน้อยไม่เหมือนเด็กตีกันที่เป็นข่าวใหญ่โต สื่อเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เผยแพร่ภาพที่ว่า แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ตัวนักเรียนเองและระบบสถาบันที่สร้างค่านิยมผิดๆครับ”

ส่วนสาวเทคนิค “น้ำค้าง” สิริมา ปังอุทา ปวช.3 สาขาไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคโนโลยีวานรนิวาส จ.สกลนคร บอกว่า “ไม่อยากให้มองว่าผู้หญิงต้องเรียนแต่บัญชี บริการ แต่สามารถเรียนช่างได้ ซึ่งตั้งใจจะเป็น ช่างไฟฟ้าเพราะแถวบ้านยังขาดแคลน การได้มาศึกษาดูงานครั้งนี้คุ้มค่ามาก ได้เห็นการแข่งขันการต่อวงจรไฟฟ้าที่สลับซับซ้อน เป็นแรงกระตุ้นในการฝึกฝนเพิ่มทักษะให้มากขึ้น ค่ะ”

ปิดท้ายกับ น.ส.สุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี บอกถึงความมุ่งมั่นว่า “เยาวชนไทยมีทักษะฝีมือและยังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างมาก มูลนิธิฯ จึงหันมาให้ความสำคัญและสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนอาชีวศึกษาให้มากขึ้น”

นี่เป็นเพียงไอเดียและผลงานสร้างสรรค์เสี้ยวหนึ่งของเด็กอาชีวะที่ “ยายรหัส” ได้สัมผัสมาด้วยตัวเอง ทำให้เชื่อมั่นว่ายังมี “ของดี” ที่กระจายอยู่ในอีกหลายพื้นที่ ซึ่งรอโอกาสที่จะได้ต่อยอดเป็นทรัพยากรมนุษย์เปี่ยมคุณภาพ

เพราะอาชีวะฝีมือชนเหล่านี้ คือพลังสร้างชาติอย่างแท้จริง.

ยายรหัส/รายงาน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้