วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
น้องจ.ส.อ. ยำนักสนุ้ก เล็ก พิจิตร ดั้งจมูกหัก โร่‘มอบตัว’

น้องจ.ส.อ. ยำนักสนุ้ก เล็ก พิจิตร ดั้งจมูกหัก โร่‘มอบตัว’

  • Share:

เจ้าของโต๊ะสนุ้กย่าน บางพลัดสุดซวย ถูกพนักงานขับรถกระทรวงการต่างประเทศ น้องชาย อดีตจ่าทหาร ยำเละจมูกแตก หน้าแหก หลังเข้าไปเตือนให้ลดโทนเสียงรบกวนลูกค้ารายอื่นไม่เป็นผล กลับถูกเจ้าตัวอ้างเป็นทหารอาละวาดไล่คนออกจนหมดร้าน ก่อนหวนกลับมาทำร้ายเหยื่อ หลังเกิดเหตุทหารจริงกดดันจนทนไม่ไหวต้องเข้ามอบตัวพร้อมพี่ชาย

น้องชายอดีตทหาร ปตอ. กระทืบเจ้าของโต๊ะสนุ้กเละ เปิดเผยเมื่อเวลา 03.50 น. วันที่ 29 ก.ย. นายสุรศักดิ์ วงศ์ส่ายถนอม อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92 ม.5 ต.ท่าฬ่อ อ.เมืองพิจิตร อดีตนักสนุ้กเกอร์ฉายา “เล็ก พิจิตร” เจ้าของร้านจันทร์เพ็ญ สนุ้กเกอร์ ใกล้คลองบางพลัด ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงและเขตบางพลัด กทม. เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.รักพงศ์ รักอยู่ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางพลัด หลังถูกชายอ้างตัวเป็นทหาร ทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ

นายสุรศักดิ์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเล่นสนุ้กกับลูกค้าภายในร้าน จากนั้นเวลาประมาณ 02.00 น. มีกลุ่มชาย 4 คน 1 ในนั้นสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวพับแขน กางเกงขายาวสีดำ ที่เหลือสวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีน้ำตาล ด้านหลังสกรีนตัวหนังสือข้อความ “กองทัพบก” เข้ามาใช้บริการพร้อมสั่งเบียร์ดื่มหมดไปหลายขวด ระหว่างนั้น 1 ในกลุ่มที่ถูกเรียกว่า “จ่า” มีปากเสียงกับคนในกลุ่มโวยวายส่งเสียงดัง จึงตัดสินใจเดินเข้าไปตักเตือนด้วยถ้อยคำที่สุภาพว่า “ลูกพี่ลดเสียงลงสักนิดนะครับ” กลับทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ออกอาการนักเลงอันธพาล อวดเบ่งและพูดด้วยเสียงดังว่า “กูเป็นทหาร” พร้อมไล่ลูกค้าภายในร้านออกจนหมด ก่อนแยกย้ายออกจากร้าน หลังเหตุการณ์สงบตนนั่งเก็บของอยู่เพียงลำพัง จากนั้นไม่นานมีชาย 2 คน ประกอบด้วยคนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวและคนสวมเสื้อยืดสีน้ำตาล เดินย้อนเข้ามารุมทำร้ายตนถึง 2 รอบ รอบแรกชกต่อยที่ใบหน้าจนดั้งจมูกหน้าผากแตก เลือด กำเดาไหลเปรอะเสื้อผ้า จากนั้นอีกประมาณ 10 นาที ทั้งคู่ย้อนกลับมาใหม่คราวนี้ใช้ไม้คิวและข้าวของทุกอย่างที่อยู่ใกล้มือฟาดที่ศีรษะตนจนแตก แต่ตนไม่กล้าสู้เพราะรู้ว่าสู้ก็ต้องตายแน่ๆ ก่อนตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.บางพลัด เบื้องต้นพนักงานสอบสวนลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมส่งตัวนายสุรศักดิ์ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล และนัดหมายให้นายสุรศักดิ์มาสอบปากคำเพิ่มเติม

ต่อมาเวลา 10.50 น. วันที่ 30 ก.ย. นายสุรศักดิ์ นำเอกสารใบตรวจร่างกายจากคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล ที่ระบุว่าถูกทำร้ายร่างกายชกเข้าบริเวณใบหน้า มีบาดแผลที่ดั้งจมูก เลือดกำเดาไหล ไม่สลบจำเหตุการณ์ได้ มามอบไว้เป็นหลักฐานกับพ.ต.ต.ธานี มีชัย สว.(สอบสวน) สน.บางพลัด พร้อมสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนนายสุรศักดิ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนเดินทางมาที่ สน.บางพลัด มีนายทหารสังกัด พล.ร.9 และกองทัพภาคที่ 1 ไปหาที่ร้าน สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมดูคลิปก่อนเกิดเหตุที่มีลูกค้าใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพเอาไว้ แต่ทหารที่เดินทางมาทั้งหมด ไม่สามารถบอกได้ว่าคู่กรณีเป็นทหารในสังกัดหรือไม่

กระทั่งเวลา 14.30 น. จ.ส.อ.ไพโรจน์ นุชดำรงค์ อายุ 55 ปี อดีตทหารสังกัดกองพล ปตอ. นายอดิพร นุชดำรงค์ อายุ 51 ปี พนักงานขับรถ สังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ผู้เป็นน้องชาย เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.ท.ชัชชัย จักรวิวัฒนากุล รอง ผกก.สส.สน.บางพลัด พ.ต.ท.วรเดช ชมพูพันธ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.บางพลัด ทั้งคู่รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ ท่ามกลางทหารสังกัด พล.ร.9 และนักข่าวหลายสำนัก ที่เดินทางมาเฝ้าสังเกตการณ์

นายอดิพรให้การว่า เป็นชายที่ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวพับแขนในคลิป ทำงานในตำแหน่งพนักงานขับรถ สังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนจ.ส.อ.ไพโรจน์ พี่ชาย เป็นอดีตทหารสังกัดกองพล ปตอ.เออรี่ออกจากราชการมาแล้ว ก่อนเกิดเหตุตน พี่ชายและเพื่อนที่เป็นทหารอีก 2 นาย ไปเล่นสนุ้กที่ร้านจันทร์เพ็ญ สั่งเบียร์ดื่มกินจนเมา กระทั่งถูกนายสุรศักดิ์ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นเจ้าของโต๊ะมาเตือนให้เลิกเล่น ทำให้ตนไม่พอใจจะปรี่เข้าทำร้ายร่างกาย แต่พี่ชายและเพื่อนอีก 2 คน เข้ามาห้ามไว้ โดยก่อนกลับตนยังอ้างตัวเป็นทหารอาละวาดไล่ลูกค้าคนอื่นกลับหมดร้าน

“เมื่อแยกย้ายกันออกมาแล้ว ผมนึกขึ้นได้ว่าลืมเสื้อคลุมกับโทรศัพท์มือถือไว้ จึงชวนพี่ชายย้อนกลับไปเอา พี่ชายผมเป็นคนขี่รถ จยย.พอไปถึงพบนายสุรศักดิ์อยู่ที่โต๊ะคนเดียว ผมจึงปรี่เข้าไปหาเรื่องชกต่อย อยากฝากขอโทษนายสุรศักดิ์ด้วย ยืนยันว่าไม่ได้ใช้อาวุธอย่างอื่นนอกจากกำปั้น เรื่องนี้พี่ชายผมและคนในกองทัพไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะขณะเกิดเหตุพี่ชายผมจอดรถ จยย.รออยู่หน้าร้าน” นาย อดิพรกล่าว

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นและร่วมกันบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนแก่ จ.ส.อ.ไพโรจน์และนายอดิพร ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว โดยนัดมาพบพนักงานสอบสวนอีกครั้งเพื่อนำตัวส่งศาลจังหวัดตลิ่งชันในวันที่ 1 ต.ค.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้