วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปัดคาใจศาลรธน. มีชัยยัน ไม่มีอะไรเกินเลย

ปัดคาใจศาลรธน. มีชัยยัน ไม่มีอะไรเกินเลย

  • Share:
จรัญลั่นไม่วินิจฉัยตามคำขอใคร สื่อนอกจวก-รบ.เลือกปราบโกง ‘บิ๊กตู่’โอ่สู้ตายยิ่งด่ายิ่งมีกำลังใจ

“มีชัย” ปัดคาใจคำวินิจฉัยศาล รธน. ตอบ ตามคำขอไม่มีอะไรเกินเลย เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ กันแล้วไม่คิดหยุมหยิม อ้ำอึ้งนับวาระย้อนหลัง “บิ๊กตู่” สวมบทนายกฯคนนอก “จรัญ” ลั่นไม่ได้วินิจฉัยตามคำขอใคร ชี้ปม 2 ประเด็นเห็นต่าง กรธ. ปัดเปิดอ้าซ่านายกฯคนนอก “วิษณุ” ผ่าทางตันให้ “ประยุทธ์” ยุบสภาถ้ามีดึงเกมเลือกผู้นำ กกต.เปิดที่มา ส.ว. 250 คน เพิ่มโทษแรงจำคุก-เพิกถอนสิทธิ “เสี่ยตือ” รับได้ทุกสภาพทำงานอยู่หลังฉากก็เอา โฆษกศาลปกครองชี้ “ปู-บุญทรง” มีสิทธิยื่นขอทุเลาคำสั่ง พณ. บอกจำเป็นต้องมีองค์กรคานอำนาจ ป.ป.ช. สื่อนอกตีข่าวรัฐบาลไทยเลือกปราบโกง “บิ๊กตู่” สู้ตายยิ่งด่ายิ่งมีกำลังใจ มึนโจทย์อาฆาตดาบนั้นคืนสนอง “ยังไม่บ้าไม่ต้องกลัว” คสช.ปรับทัพรับ ผบ.เหล่าทัพใหม่

จากข่าวระบุว่า กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยังคาใจในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญตามคำถามพ่วงประชามตินั้น ล่าสุดนายมีชัย ฤชุพันธ์ุ ประธาน กรธ. ได้ออกมาปฏิเสธ และพร้อมเดินหน้าปรับแก้ไขตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

“มีชัย” ปัดคาใจศาล รธน.วินิจฉัย

เมื่อเวลา 13.50 น.วันที่ 30 ก.ย.ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวถึงการนำเสนอข่าวของสื่อบางฉบับที่ระบุว่า กรธ.คาใจคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ตนไม่ได้พูด กรธ.ไม่มีวันคิด หรือพูดในทางที่ว่าศาลรัฐธรรมนูญทำเกินคำขอ ศาลรัฐธรรมนูญตอบมาตามคำขอและสอดคล้อง ไม่มีอะไรเกินคำขอ แต่อาจไม่ตรงตามที่บางฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ เช่น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ถกเถียงกันว่า ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เมื่อถามว่าจะไปพูดคุยหรือทำหนังสือถึงศาลรัฐธรรมนูญทำความเข้าใจในเรื่องนี้หรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ใหญ่คงไม่คิดอะไร และคงไม่มีผลต่อบรรยากาศการทำงานที่ต้องทำร่วมกัน คนทำหน้าที่เป็นเสาหลักของบ้านเมืองจะเถียงกันอย่างไร เวลาปฏิบัติหน้าที่ก็ทำตามหน้าที่ของเรา ไม่เอาเรื่องส่วนตัวเข้ามายุ่ง

เป็นผู้ใหญ่กันแล้วไม่หยุมหยิม

นายมีชัยกล่าวต่อว่า กรธ.เคารพผู้ใหญ่ เมื่อเขาบอกให้เราทำอย่างไร เราก็ต้องทำตาม เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญคงไม่เอาเรื่องนี้มาใส่ใจ เพราะคนที่ได้รับเลือกเข้ามาทำงานตรงนี้ต้องมีฐานที่วางใจได้อยู่แล้ว เมื่อถามย้ำว่า กรธ.จะไปพูดคุยกันนอกรอบหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ถ้าเจอหน้ากันก็คุยกันได้ กรธ.ให้แต่ละคนไปอ่านรายละเอียดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. กรธ.จึงจะเริ่มพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นคาดว่าจะแก้ไขแค่มาตรา 272 หาก กรธ.แก้ไขแล้ว ถ้าใครเห็นว่าไม่ตรงตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ สามารถไปร้องศาลรัฐธรรมนูญได้

อ้ำอึ้งนับวาระรัฐบาล “ประยุทธ์”

เมื่อถามว่าในร่างรัฐธรรมนูญกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นได้ไม่เกิน 8 ปี หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับเลือกให้เป็นนายกฯนอกบัญชีพรรคการเมือง ตรงนี้จะมีผลนับวาระย้อนหลังในช่วงที่เป็นรัฐบาล คสช.ด้วยหรือไม่ นายมีชัยนิ่งไปสักครู่ก่อนตอบสั้นๆว่า “เอ่อ...ไม่เคยคิดเลย ต้องขอกลับไปคิดก่อน” เมื่อถามถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทาง
การเมืองสั่งยึดทรัพย์ บ้านหรู 16 ล้านบาท ของนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้ตกเป็นของแผ่นดิน หากดูตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ต้องดูว่าคำตัดสินของศาลฎีกาฯว่าเป็นคดีร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ ถ้าเป็นตามคดีนี้จะถือว่านายสมศักดิ์ถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต

“จรัญ” ลั่นไม่ได้ทำตามคำขอใคร

ด้านนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว จึงไม่มีประเด็นว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกินคำขอ เพราะมิได้วินิจฉัยตามคำขอของใคร เมื่อตรวจสอบพบว่าไม่สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติ ก็ต้องแก้ให้ถูกต้อง เพราะไม่ใช่การใช้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มันคนละระบบคนละศาล จึงต้องตัดประเด็นเรื่องคำขอไป ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นแตกต่างไปจาก กรธ. และส่งกลับไปให้แก้ไขให้สอดคล้องกับคำถามพ่วง มี 2 ประเด็น คือ 1.การกำหนดให้สมาชิกรัฐสภาในวาระเริ่มแรกนับตั้งแต่มี ส.ส. ซึ่งไม่ตรงกับวรรคแรกของคำถามพ่วงที่เขียนไว้ว่า “ในระหว่างห้าปีแรกนับจากมีรัฐสภา” ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 1 ว่าต้องใช้กรอบเวลาเดียวกันไม่เช่นนั้นจะขัดแย้งกันหมด จึงขอให้มีการแก้ไขเรื่องกำหนดเวลา และการเริ่มนับเวลาให้ตรงกับคำถามพ่วง ถ้าตั้งนายกฯไปครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นนายกฯลาออก หรือมีเหตุให้เปลี่ยนรัฐบาลต้องตั้งนายกฯใหม่ก็ยังอยู่ใน 5 ปีแรก ตามผลการออกเสียงประชามติของประชาชน

ปัดเปิดช่องทางนายกฯคนนอก

นายจรัญกล่าวต่อว่า 2.การเข้าชื่อขอยกเว้นการเลือกนายกฯจากบัญชีพรรคการเมือง กรธ.เห็นว่าให้เป็นเรื่องของ ส.ส.เข้าชื่อกัน แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 ให้ ส.ว.มีส่วนร่วมเข้าชื่อด้วยเพราะมีส่วนร่วมอนุมัติ-ยกเว้น ควรให้สมาชิกรัฐสภาร่วมกันทำ เพื่อแก้ปัญหากรณีไม่สามารถแต่งตั้งคนที่อยู่ในบัญชีรายชื่อได้ ไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิ ส.ส.ที่มีอยู่เดิม ส่วนการเสนอชื่อนายกฯยังให้เป็นอำนาจ ส.ส. ตามร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 159 เมื่อถามว่า มีเสียงวิจารณ์ว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวเปิดทางให้มีนายกฯคนนอก นายจรัญตอบว่า ไม่ใช่ เพราะ ส.ส.ต้องเสนอชื่อคนจากบัญชีพรรคการเมืองก่อนเป็นอันดับแรก อย่างน้อยน่าจะมี 3 พรรคที่ได้คะแนนเสียงเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ในสภา เท่ากับมี 9 คน แต่ถ้าติดล็อกว่าที่ประชุมรัฐสภาไม่เห็นชอบก็เท่ากับต้องเลือก 9 รอบจาก 9 คน จะปล่อยให้ประเทศอยู่ในภาวะอย่างนั้นนานก็อันตราย ไม่มีทฤษฎีใดสำคัญไปกว่าความมั่นคงอยู่รอดของประเทศชาติ

โหวตนายกฯตัน “บิ๊กตู่” ยุบสภาได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 29 ก.ย. มีโอกาสพบนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ได้รับการยืนยันว่าไม่มีปัญหาจะแก้ไขตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และมีโอกาสพบประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับคำชี้แจงว่าการวินิจฉัยมติเป็นเอกฉันท์ การโหวตเลือกนายกฯ เจตนารมณ์คือให้ ส.ว.เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะสมาชิกรัฐสภา ยกเว้นการเสนอชื่อ ส่วนเรื่องระยะเวลา 5 ปีนั้น เกรงว่าถ้าเกิดข้อถกเถียงกันแล้วต้องไปขึ้นศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งจะยุ่งกันใหญ่ จึงวินิจฉัยก่อนที่จะมีปัญหาดีกว่า ทำให้ชัดเจนเสียแต่ตอนนี้ การโหวตเลือกนายกฯถ้าไม่ได้จริงๆ ยืนยันมีทางออกแน่ ผ่านไป 5-6 เดือนแล้วยังไม่ได้ แสดงว่ามีปัญหาอะไรบางอย่างในบ้านเมือง แสดงว่าประชาชนหรือผู้แทนราษฎรไม่พอใจให้มีรัฐบาล มันก็มีวิธีแก้ไขตามรัฐธรรมนูญ เช่น การยุบสภา ผู้มีหน้าที่ยุบคือรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าให้รัฐบาลและ คสช.อยู่ไปจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่มาปฏิบัติหน้าที่ และรัฐบาลก็ยังมีอำนาจมาตรา 44 อยู่ สามารถยุบสภาได้

ยันไม่ทำผิดชั่วร้ายร่าง ก.ม.ลูกรอ

เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่าจะมีการร้องคัดค้านร่างกฎหมายลูกก่อนที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะประกาศใช้ นายวิษณุตอบว่า ยังเป็นขั้นตอนการพูดคุยกัน ยังไม่ถือว่าเข้าสู่กระบวนการจัดทำกฎหมายลูก ไม่ถือว่าเป็นความผิดชั่วร้าย ดีเสียอีกทำเสร็จก่อน พอรัฐธรรมนูญประกาศใช้กฎหมายลูกที่ร่างไว้เสร็จแล้ว การเลือกตั้งจะเร็วขึ้น ขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีความเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไร เบื้องต้นตกลงไว้จะไม่มีความเห็นไป แต่เมื่อ กรธ.จัดทำเสร็จ แล้วส่งมาถามรัฐบาล อาจมีความเห็นกลับไป เพราะมีบางส่วนที่รัฐบาลต้องปฏิบัติ อย่างกฎหมายเลือกตั้ง ยังไม่รู้ว่าจะให้รัฐบาล กระทรวงมหาดไทย หรือเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติอย่างไร ถ้ารู้จะได้แสดงความเห็นกลับไปและยังมีกฎหมายที่รัฐบาลจะเข้าไปเกี่ยวข้อง อาทิ กฎหมายพรรคการเมือง กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะกฎหมายเหล่านี้ใช้ตรวจสอบรัฐบาล ต้องดูว่ามากหรือน้อยไป อะไรปฏิบัติได้หรือไม่

กกต.แจงเนื้อหาร่างที่มา ส.ว.

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงาน กกต. แถลงถึงสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ กกต.จะส่งให้ กรธ.ว่า มีทั้งหมด 100 มาตรา 3 หมวด กำหนดให้ ส.ว. 50 คน มาจากการเลือกกันเอง 20 กลุ่ม กระบวนการได้มาทั้งหมดไม่เกิน 60 วัน นับตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกาประกาศ และภายใน 5 วัน กกต. จะกำหนดวัน เวลารับสมัคร ส.ว. เริ่มเปิดสมัครไม่เกิน 10 วัน และเปิดรับสมัครไม่น้อยกว่า 5 วัน ส่วนการเลือกกันเองให้เป็น ส.ว.นั้น ผู้มีสิทธิสมัครจะสมัครได้เพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง กรณีฝ่าฝืนให้ กกต.ถอนชื่อออกจากประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือก หากพบเหตุภายหลังประกาศผล ให้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

ใครหลุดเก้าอี้เลื่อนลำดับแทน

พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า กรณีที่สมาชิกภาพของ ส.ว. ในกลุ่มใดสิ้นสุดลงก่อนครบวาระ ไม่ต้องจัดให้มีการเลือกใหม่ แต่ให้ผู้ที่อยู่ในบัญชีกลุ่มนั้นในลำดับถัดไป เป็นผู้ได้รับเลือกเป็น ส.ว.แทน เมื่อรวมกับกลุ่มได้รับการสรรหาอีก 194 คน และมาโดยตำแหน่ง 6 คน รวมจำนวน ส.ว.ทั้งสิ้น 250 คน ส่วนการดำเนินสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัยว่าก่อนประกาศผลการเลือก กกต.มีอำนาจพิจารณาให้ใบเหลืองแก่ผู้สมัครรับเลือกได้ กรณีภายหลังประกาศผลการเลือก ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครกระทำการทุจริต หรือรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำของบุคคลอื่น ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น โดยให้ยื่นคำร้องคัดค้านก่อนประกาศผลการเลือก หรือภายใน 30 วัน นับแต่ประกาศผลการเลือก

เพิ่มโทษแรงจำคุก–เพิกถอนสิทธิ

พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวต่อว่า บทกำหนดโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ได้กำหนดโทษเพิ่มเติมจากเดิม คือ 1.ผู้กระทำการสนับสนุนให้บุคคลเข้ารับหรือไม่เข้ารับการสมัครรับเลือก เพื่อประโยชน์ในการเลือกให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น หรือลงสมัครเพื่อการเลือกโดยมีผลประโยชน์ตอบแทน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี 2.กรรมการบริหารหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นใดในพรรค การเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กระทำการโดยวิธีใดอันเป็นการช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น ส.ว. ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี 3.กรณีจูงใจให้มีการเลือก หรือซื้อเสียง โดยการให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยง หลอกลวง คุกคาม หรือใช้อิทธิพลข่มขู่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัคร และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี กรณีศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้กระทำการฝ่าฝืน ให้ศาลสั่งจ่ายเงินสินบนนำจับไม่เกินกึ่งหนึ่งจากจำนวนเงินค่าปรับแก่ผู้แจ้งความนำจับ

“เสี่ยตือ” ยอมรับได้ทุกสภาพ

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์กรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาให้ยึดทรัพย์บ้านและที่ดินมูลค่า 16 ล้านบาท และอาจถูตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต ว่า ทำใจมาได้ตั้งนานแล้ว นักการเมืองต้องยอมรับได้ทุกสภาพ ยอมรับกติกาบ้านเมือง อะไรจะเกิดห้ามไม่ได้ ไม่มีอะไรรู้ดีไปกว่าตัวเอง อย่างน้อยเราก็สบายใจ การที่บ้านถูกยึดไม่ได้หมายความว่าตนและครอบตัวต้องรีบขนของออก ยังมีขั้นตอนของกรมบังคับคดีที่ยังสามารถไปร่วมประมูลหรือซื้อกลับมาได้ หลังจากมีการขายทอดตลาด เมื่อถามว่าหากถูกตัดสิทธิ์จะกระทบต่อพรรคชาติไทยพัฒนาหรือไม่ นายสมศักดิ์ตอบว่า พรรคไม่ได้มีตนคนเดียว มีบุคลากรคุณภาพมากมาย จากคำพิพากษาเป็นการห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ไม่ได้ห้ามแสดงความเห็นทางการเมือง ตนยังช่วยงานพรรคได้ ส่วนจะดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองได้หรือไม่ ต้องรอดูกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งว่าเป็นอย่างไร

บอกทำงานอยู่หลังฉากก็ได้

นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า การเมืองยุคนี้ทำงานอยู่หลังฉากได้ แต่อนาคตตอบไม่ได้ว่าเป็นอย่างไร แกนนำบางพรรคก็อยู่เบื้องหลังให้พรรคนั้นสำเร็จอยู่ได้ตลอด เมื่อถามว่ายังยืนยันทำงานให้พรรคต่อไปหรือไม่ นายสมศักดิ์ตอบว่า เกิดจากพรรคชาติไทย เปรียบเหมือนคนในครอบครัว ดังนั้นทั้งตนและลูกชายจะคงอยู่กับพรรค ส่วนใครจะมานำพรรคคนต่อไป ยังพูดไม่ได้ เพราะยังเรียกประชุมหรือทำกิจกรรม
ไม่ได้ แต่ยืนยันว่าครอบครัวศิลปอาชายังให้การสนับสนุนพรรคชาติไทยพัฒนาต่อไป ส่วนจะมีตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือไม่นั้น ตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคสนับสนุน

“ปู-บุญทรง” มีสิทธิยื่นขอทุเลา

อีกเรื่อง นายสมชาย งามวงศ์ชน ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ในฐานะโฆษกศาลปกครอง กล่าวว่า ยังไม่มีคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ชดใช้ค่าเสียหายกรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว มายังศาลปกครอง นายบุญทรง และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สามารถยื่นฟ้องได้ภายใน 90 วันนับแต่ได้รับคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ กรณีนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน คาดว่าถ้ามีการยื่นคำร้อง และคำขอทุเลาการบังคับคดี ศาลคงใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการพิจารณาว่าจะให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งไว้ก่อนหรือไม่ และแม้จะมีการฟ้องเป็นคดีอาญาต่อศาลยุติธรรม ก็ไม่มีผลให้ศาลปกครองต้องรอผลในคดีอาญา โดยศาลปกครองสามารถพิจารณาไปได้เลย เพราะมีประเด็นพิจารณาเพียงว่าคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ออกโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ถ้าศาลสั่งทุกฝ่ายต้องหยุดไว้ก่อน

เมื่อถามว่าหากในคดีอาญามีคำพิพากษายกฟ้องนายบุญทรง จะมีผลต่อคำสั่งให้ชดใช้อย่างไร นายสมชายตอบว่า ตามหลักแล้วคำสั่งทางแพ่งต้องดูผลของคดีอาญา แต่กรณีคำสั่งบังคับทางแพ่งอาจต้องแยก เพราะอาจมีปัญหาให้ต้องวินิจฉัยว่าคดีอาญาที่ยกฟ้องไปนั้นมีความผิดฐานประมาทเลินเล่อหรือไม่ นายบุญทรงอาจนำข้อเท็จจริงในคดีอาญามาต่อสู้ในศาลปกครองได้ ส่วนที่หัวหน้า คสช.มีคำสั่งให้กรมบังคับคดีดำเนินการเรื่องการบังคับให้เป็นไปตามคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ทันทีนั้น เป็นเรื่องการให้แนวทางกับกรมบังคับคดี แต่ถ้ามีการฟ้องคดีและศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับคดี กรมบังคับคดีต้องหยุดดำเนินการไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา

ชี้จำเป็นต้องคานอำนาจ ป.ป.ช.

นายสมชายยังกล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ป.ป.ช.มีอำนาจพิจารณาเฉพาะคดีทุจริต โดยไม่รวมคดีวินัยข้าราชการตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดนั้นถูกต้องหรือไม่ ว่า เรื่องนี้ถกเถียงกันมาตลอด ขอไม่ออกความเห็นเพราะจะกลายเป็นการก้าวล่วงการวินิจฉัย แต่ส่วนตัวอยากให้ข้อสังเกตว่า ถ้ามีข้าราชการกระทำต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือการยุติธรรม แล้วมีการส่งเรื่องให้สอบสวน ซึ่งทำได้ 2 ทาง 1.หน่วยงานต้นสังกัดสอบ ถ้าผิด ผู้ถูกกล่าวหาสามารถอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม และยื่นต่อศาลปกครองสู้คดีได้ 2.ถ้า ป.ป.ช.สอบ ซึ่งผิดได้ทั้งอาญาและวินัย หากพบว่าผิดอาญาก็ส่งให้อัยการฟ้องต่อศาล ผู้ถูกกล่าวหาสามารถสู้คดีพิสูจน์ในชั้นศาลได้ แต่ในทางวินัยเมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูลแล้ว หน่วยงานจะปฏิบัติตามการชี้มูล โดยผู้ถูกกล่าวหาไม่สามารถไปยื่นอุทธรณ์ต่อใครได้ จะเกิดคำถามว่ามันเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ ซึ่งตนมองว่าการชี้มูลโดยไม่สามารถโต้แย้งได้จะเกิดการลักลั่น

“เรื่องนี้เป็นปัญหาเหมือนกันถ้าในคดีวินัยเขาโดน ป.ป.ช.ชี้มูลหน่วยงานต้นสังกัดไล่ออกจากราชการไปแล้ว แต่ต่อมาในคดีฟ้องอาญาผู้ถูกกล่าวหาเขาชนะศาลยกฟ้อง ถามว่าแล้วจะทำยังไงเพราะชีวิตราชการจบแล้วโดนไล่ออก จะอุทธรณ์กับใครก็ไม่ได้” นายสมชายกล่าว

สื่อนอกตีรัฐบาลเลือกปราบโกง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชี่ยลไทม์ส มีรายงานกรณีรัฐบาลไทยเรียกเงินค่าเสียหาย 35,000 ล้านบาท จาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จากโครงการรับจำนำข้าว ฐานประมาทเลินเล่อนั้น ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความยุติธรรมของแผนการรณรงค์ของรัฐบาลไทย ที่ต้องการกวาดล้างคอร์รัปชันให้หมดไปกับการเมืองไทย ทั้งที่ขัดแย้งต่อการเพิกเฉยของรัฐบาลเกี่ยวกับงบประมาณการก่อสร้างของกองทัพ ที่มีเครือญาติพี่น้องของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าไปเกี่ยวข้อง

ยกบทวิเคราะห์จุดจบแห่งอำนาจ

เว็บไซต์ดังกล่าวยังหยิบยกบทวิเคราะห์ของนางพวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มองถึงสิ่งที่ปรากฏขึ้นนี้เป็นสองมาตรฐาน พร้อมเตือนว่าข้อกล่าวหาที่อาจเกิดขึ้นจะสร้างความเสียหายให้กับรัฐบาล มีสองสิ่งที่สามารถโค่นล้มอำนาจกองทัพได้ คือ การขาดคุณสมบัติ และการคอร์รัปชัน ที่ทางกองทัพกำลังเผชิญกับข้อสงสัยกับโครงการก่อสร้างมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ที่ให้กับบริษัทซึ่งบริหารโดยนายปฐมพล จันทร์โอชา บุตรชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์ปรีชา ปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่ง พล.อ.ปรีชาปฏิเสธเรื่องการกระทำความผิด พร้อมระบุว่าบริษัทลูกชายชนะการประมูลอย่างถูกต้อง

ขณะที่ ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิ์รักษ์ นักวิเคราะห์การเมืองและเป็นอาจารย์ประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า วิธีการไล่ล่ายิ่งลักษณ์ในสมัยนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ต้องการ ประเด็นขณะนี้คือ โอกาสของการปรองดองจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

“นพดล” จี้ยึดนิติธรรมจึงปรองดอง

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดหรือยุทธศาสตร์ใดที่ชัดเจนในการสร้างความปรองดอง คสช.ประกาศเองว่าที่ต้องเข้ามาเพื่อสร้างความปรองดองในชาติ ปัจจัยพื้นฐานที่ต้องมี คือ การขจัดเฮท สปีช หรือวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง การนำประเทศไปสู่ประชาธิปไตย การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การแสดงออกทาง การเมือง ยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายเท่าเทียมกันทุกฝ่าย การสอบสวนคดีอาญาว่ามีใครทำผิดต้องกระทำโดยบุคคลที่เป็นกลางทางการเมือง หลักนิติธรรมคือหัวใจในการสร้างความปรองดอง ถ้ากระบวนการบังคับใช้กฎหมายยึดหลักนิติธรรม ทุกคนจะยอมรับ ดังนั้นจึงขอเรียกร้องผู้มีอำนาจได้เริ่มดำเนินการสร้างความปรองดองในชาติอย่างจริงจัง

“บิ๊กตู่” สู้ตายยิ่งด่ายิ่งมีกำลังใจ

วันเดียวกันเวลา 14.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวระหว่างเป็นประธานมอบนโยบายเสริมสร้างความรู้ และธรรมาภิบาลของกรรมการรัฐวิสาหกิจ ว่า ขอให้เชื่อมั่นว่าตนไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของพวกพ้องใดๆ ทุกอย่างทำเพื่อประเทศ ยิ่งด่ายิ่งมีกำลังใจ การทำอะไรต้องเริ่มจากใจตัวเอง ต้องปฏิรูปตัวเองก่อนถึงจะปฏิรูปประเทศให้ดีขึ้นกว่าเดิม รัฐวิสาหกิจสำคัญที่สุดที่จะปฏิรูปให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจในการพัฒนา การลงทุนและธุรกิจต่างๆเพื่อสร้างสังคมไทยให้มีคุณภาพเข้มแข็ง มีคุณธรรมและธรรมาภิบาล ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน องค์กรไม่เดือดร้อนถือว่ามีคุณธรรมแล้ว สิ่งสำคัญต้องเสียสละและอดทน ต้องคำนึงถึงผู้อื่นมากกว่าตัวเอง ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ไม่มุ่งหาผลกำไรเพียงเดียว

มึนโจทย์อาฆาตดาบนั้นคืนสนอง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ต้องเร่งแก้ไขปัญหาในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เปิดเผยโปร่งใส ต้องไม่ไปรวมหัวกันกระทำการทุจริต หรือทำในสิ่งไม่ถูกต้อง เปิดเว็บไซต์ดูไปเจอข้อความซึ่งเป็นคนที่ถูกสอบสวนโดยกระบวนการทางกฎหมาย เขียนไว้ว่า ตอนนี้เกษียณอายุราชการแล้ว ขอบคุณนายกฯและหัวหน้า คสช.จำไว้แล้วกัน ระวังดาบนั้นคืนสนอง ก็เลยคิดว่าตนผิดตรงไหนในเมื่อตัวเองมีความผิด กฎหมายก็ดำเนินการไปแล้ว ไม่เคยคิดทำร้ายคนเลย เป็นทหารเกือบ 40 ปี ไม่เคยคิดอยากฆ่าใครสักคน กฎหมายก็คือกฎหมาย หน้าที่ตนต้องทำกฎหมายให้บังคับใช้ให้ได้ และนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่เคยไปตั้งข้อกล่าวหาขึ้นมาเอง หรือไปล้วงลูกใคร แม้แต่การใช้มาตรา 44 ก็มีผู้เสนอผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วจะให้ทำอย่างไรในเมื่อมีรายชื่อขึ้นมา เสนอขึ้นมาตามขั้นตอนก็ต้องอนุมัติตามหลักฐานที่มี แต่ถ้าไม่มีหลักฐานแล้วเสนอขึ้นมาก็ต้องไปเล่นงานคนที่เสนอ

ไม่เคยพูดเรื่องผลประโยชน์กับใคร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ทั้งหมดต้องอาศัยความร่วมมือกับทุกฝ่าย รวมทั้งรัฐวิสาหกิจที่เป็นตัวหลักสำคัญ วันนี้เราประเมินเศรษฐกิจจะโตที่ร้อยละ 3 ขึ้นไป ต้องคิดเสมอว่าเราทำงานเพื่อคน 70 ล้านคนไม่ใช่แค่องค์กร รัฐบาลไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวว่าจะต้องดูแลเฉพาะคนกลุ่มนี้ ไม่มีนโยบายที่จะต้องหาเงินมาส่งให้รัฐบาล อย่าให้ใครมาอ้าง ตนไม่เคยพูดเรื่องผลประโยชน์กับใคร แต่ถ้าใครมีส่วนเกี่ยวข้องต้องว่ากันตามกระบวนการยุติธรรม มีหลายคนระบุว่าการเข้ามาของตนเหมือนเป็นการบังคับ มีการใช้อำนาจทางปกครองในเชิงบังคับ ตนไปบังคับให้ทุกคนอยากมีความสุข หรือไปบังคับให้บ้านเมืองสงบ เรื่องแบบนี้อยู่ที่ใจของคน

“ยังไม่บ้าไม่ต้องกลัวยังไม่ป่วย”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ภาพ น.ส.อธิชา กุศลตระกูลพัฒน์ อายุ 22 ปี เด็กสาวชาวกะเหรี่ยงที่โพสต์รูปนุ่งกระโจมอกอาบน้ำกลางถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ที่บ้านตีนธาตุ อ.แม่ระมาด จ.ตาก ไปถึงองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แล้ว อายเขาไหม ถนนเส้นนั้นเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของใคร ก็เป็นของท้องถิ่น เอาเงินมาจากไหนก็เอาเงินมาจากภาษีตัวเอง แล้วทำกันได้ไหม อย่าให้มีอีก คราวหน้าจะนุ่งชุดว่ายน้ำอีกหรือเปล่าไม่รู้ ก็น้ำมันลึกขึ้นไง ทำกันเป็นเรื่องสนุกไปได้ วันนี้เหนื่อยมากตั้งแต่กลับมาจากสหรัฐฯ เวียนหัวไปหมดจนคิดอะไรไม่ออก สมองตื้อ พูดไม่เพราะและไม่ต่อเนื่อง แต่ยังไม่บ้าแน่นอน ไม่ต้องกลัวยังไม่ป่วย

“บิ๊กหมู” ส่งไม้ต่อให้ “บิ๊กเจี๊ยบ”

เมื่อเวลา 10.45 น.ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน กองทัพบกจัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่ ผบ.ทบ. ระหว่าง พล.อ.ธีรชัย นาควานิช กับ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ทั้งนี้ พล.อ.ธีรชัย และ พล.อ.เฉลิมชัย ได้กระทำพิธีสักการะศาลพระชัยมงคลภูมิ และพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดย พล.อ.ธีรชัยลงนามเอกสารส่งมอบหน้าที่และการบังคับบัญชาให้กับ พล.อ.เฉลิมชัย และมีพิธีส่งมอบธงประจำกองทัพบกก่อนทำพิธีสวนสนาม พล.อ.ธีรชัยกล่าวว่า ภาคภูมิใจที่ได้ปฏิบัติงานรับใช้ชาติ โดยเฉพาะการได้ร่วมปฏิบัติงานกับเพื่อนทหารทุกคน เชื่อมั่นว่า ผบ.ทบ.คนใหม่จะสานต่อภาระหน้าที่สำคัญได้อย่างดี ด้าน พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่าจะปฏิบัติหน้าที่ ผบ.ทบ.อย่างเต็มกำลังความสามารถ และจะปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเป็นธรรม รวมทั้งจะพัฒนากองทัพบกให้เข้มแข็ง สมบูรณ์ และเป็นเสาหลัก
ของชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนอย่างแท้จริง

เครื่องร้อนเรียกถก นขต.ทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศรับส่งหน้าที่ ผบ.ทบ.ปีนี้เป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีกำลังพลร้องเพลงเหมือนสมัยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. และ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม เป็นอดีต ผบ.ทบ. หลังจบพิธี พล.อ.ธีรชัยได้นั่งรถยนต์ส่วนตัวเดินทางออกจาก บก.ทบ. โดยมีกำลังพลเข้าแถวรอส่ง ขณะที่ พล.อ.เฉลิมชัยเตรียมเรียกประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ระดับกองพลขึ้นไปในวันที่ 3 ต.ค. เพื่อมอบนโยบายการทำงาน ทั้งในส่วนของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) เพื่อสนับสนุนงานของรัฐบาลและ คสช.ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ให้เป็นไปตามโรดแม็ปที่ได้วางไว้ รวมถึงการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน และดูแลรักษาความสงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ผบ.ทอ.หนุนช่วงเปลี่ยนผ่าน

ต่อมาช่วงบ่าย ที่โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช กองทัพอากาศ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผบ.ทอ. ทำพิธีรับส่งหน้าที่พร้อมทั้งมอบธงประจำตำแหน่ง ผบ.ทอ. ให้ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ.คนใหม่ พร้อมจัดพิธีสวนสนาม พล.อ.อ.ตรีทศกล่าวว่า เชื่อมั่นว่า ผบ.ทอ.คนใหม่จะเป็นผู้นำกองทัพอากาศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป ด้าน พล.อ.อ.จอมกล่าวว่า ตั้งใจจะสานต่อนโยบายเดิม สิ่งไหนที่ขาดก็จะสนับสนุนให้ครบถ้วน เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์กองทัพ 20 ปี พร้อมทั้งนำกองทัพอากาศเป็นกองทัพชั้นนำในภูมิภาค อย่างไรก็ตามขณะนี้กองทัพอากาศยังไม่จำเป็นต้องเสริมยุทโธปกรณ์เพิ่มเติม เพียงทำที่มีอยู่ให้สมบูรณ์ตามแผนที่วางไว้ โดยยังคงสนับสนุนงานของ คสช.และรัฐบาลในช่วงเปลี่ยนผ่าน ส่วนการเปลี่ยนไปสู่การเลือกตั้งที่ดีกว่าที่ผ่านมานั้น น่าจะเกิดขึ้นได้ ถ้าภาครัฐและ 3 เหล่าทัพช่วยกัน และไม่มีความขัดแย้งรุนแรงเกิดขึ้นในประเทศ

โบ้ยถามสันติบาลเบรกแอมเนสตี้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีเจ้าหน้าที่สันติบาลห้ามแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แถลงเปิดรายงานการซ้อมทรมานในประเทศไทย ว่าไม่ทราบรายละเอียด เห็นเพียงข่าวว่ามีปัญหาเรื่องใบอนุญาตทำงาน การห้ามเช่นนี้อาจมีมาก่อนเพียงแต่เราไม่ทราบ ส่วนที่องค์กรต่างๆ สามารถเข้าประชุมในไทยได้ เพราะมีการเชิญและได้รับอนุญาตจากรัฐบาล แต่ไม่มีใครเชิญแอมเนสตี้ ความจริงเรื่องการแถลงสามารถทำได้ แต่ครั้งนี้อาจเกิดความเข้าใจผิดบางอย่าง ทำให้แถลงไม่ได้ หากจะยื่นข้อเรียกร้องมายังไทยสามารถทำได้ แต่เรื่องแถลงข่าวอยากให้สื่อไปถามผู้ห้ามมากกว่า

รบ.เร่งช่วยเกษตรกรรายได้น้อย

จากนั้นเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ว่ารัฐบาลกำหนดการส่งเสริมคุณภาพชีวิตเกษตรกรรายย่อย มอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ที่ลงทะเบียนในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะโอนเงินเข้าบัญชี 3,000 บาทต่อคน สำหรับผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี และเป็นเงิน 1,500 บาทต่อคน สำหรับผู้มีรายได้ 30,000 -100,000 บาทต่อปี โดยมีผู้มีสิทธิได้รับ 2.85 ล้านคน และมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย ผ่านระบบ ธ.ก.ส. เพื่อบรรเทาภาระหนี้สิน และสนับสนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ กลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรรายย่อยที่มีหนี้สิน ต้นเงินกู้รายละไม่เกิน 300,000 บาท ประมาณ 3 ล้านราย ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2559-31 มี.ค.2561

ยาหอม ขรก.เกษียณมีคุณค่า

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ในโอกาสเกษียณอายุราชการประจำปี 2559 ขอให้ผู้ที่เกษียณอายุราชการ ที่ทุกคนล้วนเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำงานต่างพระเนตร พระกรรณ รับใช้ประเทศชาติ ดูแลทุกข์สุขของประชาชนด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจมาโดยตลอด ขอให้ภูมิใจในอาชีพรับราชการไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งใด และเชื่อว่าความรู้และประสบการณ์ ยังจะเป็นคุณูปการต่อชุมชน สังคมและประเทศชาติ

คสช.ปรับทัพรับ ผบ.ใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศ คสช.ที่ 1/2559 เรื่องแต่งตั้งผู้ดํารงตําแหน่งใน คสช. เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ หัวหน้า คสช. จึงมีประกาศให้ยกเลิกประกาศ คสช.ที่ 1/2558 เรื่องแต่งตั้งผู้ดํารงตําแหน่งใน คสช. โดยมีการเปลี่ยนแปลงสมาชิก คสช.ที่เกษียณอายุราชการ 4 ตำแหน่ง ประกอบด้วย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง อดีต ผบ.ทอ. และตำแหน่งเลขาธิการ คสช. คือ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช อดีต ผบ.ทบ. พ้นจากตำแหน่ง แล้วตั้ง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. เป็นสมาชิก คสช. และให้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เป็นเลขาธิการ คสช. ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้

ร้อง “บิ๊กตู่” ยึดทรัพย์ กก.คตช.

ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. ตัวแทนภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของชาติ (ภตช.) นำโดย พ.อ.ธนะศักดิ์ มิตรภานนท์ รองประธานเครือข่ายฯ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน ขอให้ตรวจสอบบุคคลที่มีตำแหน่งในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เพราะถูกตรวจสอบว่าจงใจเลี่ยงภาษีจากการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ ทำให้รัฐเสียหายเป็นเงินกว่า 11,667 ล้านบาท จึงขอให้นายกฯพิจารณาใช้มาตรา 44 ยึดทรัพย์บุคคลดังกล่าวเช่นเดียวกับการยึดทรัพย์ในโครงการรับจำนำข้าว ให้เป็นไปตามนโยบายประเทศไทยโปร่งใส

ญาติวีรชนค้านถอนประกัน นปช.

ขณะที่นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวถึงกรณีที่อัยการอาจถอนประกันแกนนำ นปช. ว่า กรณีแกนนำ 19 คน ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่จะนำไปสู่การเพิกถอนคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราว มาจากการตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ ต้นเรื่องจึงมาจาก คสช.คิดต่างกับกลุ่ม นปช. แล้วนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จึงอยากให้รัฐบาลมองว่าไม่ควรไปไล่ล่าจนเกินไป ฝ่ายทหารก็นิรโทษกรรมตัวเองเรียบร้อยหมดแล้ว แถมหลายคนยังได้รับการปูนบำเหน็จเป็นรัฐมนตรี เป็นกรรมการบอร์ดรัฐวิสาหกิจ แต่กลับเอาคนที่เป็นนักต่อสู้เพื่อประชาชนเข้าคุก ไม่อยากให้สร้างแรงกดดันไปยังมวลชนมากกว่านี้ เพราะจะกลายเป็นระเบิดเวลา

“หญิงอ้อ–ปู” ร่วมอาลัย “แม่โภคิน”

ช่วงค่ำที่วัดพระศรีมหาธาตุบางเขน พรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ นางอรุณี พลกุล มารดานายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ถึงแก่กรรมอย่างสงบด้วยโรคชราในวัย 94 ปี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา มีคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส.จำนวนมากเข้าร่วมพิธี อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค การสวดพระอภิธรรมศพจะมีจนถึงวันที่ 3 ต.ค. และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพวันที่ 4 ต.ค. เวลา 17.00 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้