วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ใช้ 3 แก้มลิงรับน้ำที่เขื่อน ระบายลงเจ้าพระยา กันทะลักกรุง

ใช้ 3 แก้มลิงรับน้ำที่เขื่อน ระบายลงเจ้าพระยา กันทะลักกรุง

  • Share:

สถานการณ์น้ำท่วมลุ่มเจ้าพระยายังน่าห่วง จ.ชัยนาท ชาวบ้านผวาตลิ่งทรุด บ้านพังซ้ำเหมือนน้ำท่วมใหญ่ปี 54 ส่วนที่ จ.สิงห์บุรี น้ำเซาะคันดินขาด 3 เมตร ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา น้ำสูงกว่า 1 เมตรต้องย้ายวัวมาอยู่บนถนน ส่วนโคราช เจ้าหน้าที่ติดธงแดงสั่งอพยพคนหนีน้ำทั้งหมู่บ้าน หลังน้ำทะลักสูงเฉียดพื้นชั้นสองเดือดร้อนกว่า 500 หลังคาเรือน ด้านกรมชลประทานเตรียมทุ่งนาหลังเก็บเกี่ยว 3 แห่งทำแก้มลิงรับน้ำเจ้าพระยา ย้ำปีนี้น้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯแน่นอน

สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ผลกระทบจากเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เร่งระบายน้ำท้ายเขื่อนที่ 1,998 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นและกัดเซาะตลิ่งพื้นที่หมู่ 4 ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท จนเกิดการทรุดตัวหลายจุด บางแห่งถูกน้ำซัดลึกใต้พื้นถนนเกือบ 1 เมตรจนเห็นท่อระบายน้ำ ทำให้ชาวบ้านหวาดผวากลัวว่าจะเกิดอันตราย โดยเฉพาะบ้านของนายไพริน เกตุวิจิตรชัย อายุ 54 ปี เลขที่ 126 หมู่ 4 ต.ตลุก ที่ถูกน้ำเซาะตลิ่งจนบ้านส่วนที่ต่อเติมเกิดการทรุดตัว ข้าวของบางส่วนถูกน้ำพัดหายไป

นายไพรินเปิดเผยว่าช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาเขื่อนเจ้าพระยาได้ระบายน้ำเพิ่มขึ้น ทำให้ตลิ่งถูกน้ำเซาะและเริ่มทรุดตัว กระทั่งตอนดึกขณะสมาชิกในบ้านนอนหลับได้ยินเสียงดังครืนๆและบ้านสั่น เมื่อตื่นมาดูพบส่วนที่ต่อเติมเมื่อครั้งถูกน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 54 เกิดทรุดตัวลงมาอีก จึงรีบหนีออกมาจากบ้าน โชคดีไม่มีใครเป็นอะไร และอยากวิงวอนให้หน่วยงานราชการมาช่วยเหลือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เพราะคราวถูกน้ำท่วมใหญ่ครั้งก่อนมีการนำไม้ยูคาลิปตัสมาช่วยพยุงดิน แม้จะช่วยได้แต่พอนานไปก็เกิดทรุดตัวอีก จะให้ย้ายไปอยู่ที่อื่นก็ไม่เหมือนอยู่บ้าน

ที่ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี นายทวีป ผูกโพธิ์ นายก อบต.บ้านหม้อ อ.พรหมบุรี ระดมเจ้าหน้าที่ช่วยชาวบ้านทำแนวป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาพื้นที่หมู่ 8 ต.บ้านหม้อ หลังเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่ม ทำให้น้ำไหลแรงเซาะตลิ่งพังถึง 3 เมตร และยังพบรอยแตกเป็นแนวยาว สาเหตุเพราะจุดนี้เป็นโค้งน้ำทำให้น้ำหมุนและไหลเชี่ยวทำให้ตลิ่งทรุดและพังจึงต้องทำแนวป้องกัน อย่างไรก็ตามหากกรมชลประทานระบายน้ำไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็น่าจะรับมือไหว ส่วนที่ อ.อินทร์บุรี น้ำยังท่วมหลายตำบล โดยที่ ต.อินทร์บุรี เจ้าหน้าที่ อบต.อินทร์บุรี ได้เร่งระบายน้ำออกทั้งวันทั้งคืน ทำให้เครื่องสูบน้ำขนาด 15 นิ้วพังใช้การไม่ได้

จ.พระนครศรีอยุธยา แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอีก 10 ซม. ทำให้บ้านเรือนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงริมแม่น้ำน้อย คลองบางหลวง คลองบางบาล นอกเขตคันกั้นน้ำเอ่อท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ คือ อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางบาล อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางปะอิน และ อ.บางไทร นอกจากชาวบ้านอพยพหนีน้ำแล้ว สัตว์เลี้ยงก็ได้รับผลกระทบไปด้วย นายสุรัตน์ ทับทิมเทศ อายุ 57 ปี ชาวบ้านหมู่ 2 ต.สะพานไทย อ.บางบาล กล่าวว่าคลองบางบาลมีน้ำเพิ่มขึ้นทุกวันจนท่วมบ้านและคอกวัวสูงกว่า 1 เมตร ต้องย้ายครอบครัวและวัวมาอยู่ริมถนนสายบางบาล-ผักไห่ และนอนเฝ้าทุกคืนเพราะกลัวมีคนมาขโมย

จ.สุพรรณบุรี น้ำท่วมในเขต อ.เมือง ลดลงจากเมื่อวาน 5-7 ซม. เนื่องจากประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ได้ปล่อยน้ำลดลงจาก 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 180 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้น้ำลดลงเล็กน้อย แต่เฉลี่ยน้ำยังท่วมสูงกว่า 1 เมตร ส่วนที่ อ.สองพี่น้อง นายปิยพจน์ เกียรติชูสกุล ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.สองพี่น้อง พาชาวบ้านตรวจดูเครื่องสูบน้ำประตูระบายน้ำคลองบางสามที่มีทั้งหมด 10 เครื่อง แต่ใช้ได้แค่ 2 เครื่องเท่านั้น ที่เหลือเสียมาเป็นปีแล้ว

ที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม ด.ต.บำรุง วิมูลชาติ นายกเทศบาลตำบลบางหลวง อ.บางเลน นำเจ้าหน้าที่ตรวจดูแนวตลิ่งตลาดเก่าบางหลวง รศ.122 หลังแม่น้ำท่าจีนริมตลาดบางหลวงสูงขึ้นจากเดิมอีก 1 เมตร เหลือเพียง 30 ซม. น้ำก็จะท่วมตลาด ล่าสุดน้ำท่วมสะพานไม้และบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำ ทางเทศบาลจึงยกสะพานไม้ให้สูงขึ้น เพื่อให้ประชาชนเดินข้ามไปมา และเตรียมกระสอบทรายจำนวน 20,000 ใบ และเครื่องสูบน้ำอีก 4 เครื่องเพื่อรองรับหากเกิดภาวะฉุกเฉินมีการปล่อยน้ำจาก จ.สุพรรณบุรี

จ.นครสวรรค์ น้ำท่วมขยายวงกว้างหลายพื้นที่ ล่าสุดแม่น้ำน่านเอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเกรียงไกร หมู่ 6 ต.เกรียงไกร อ.เมืองนครสวรรค์ ระดับน้ำสูงกว่า 50 ซม. ชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน ส่วนพืชผลทางการเกษตรเสียหายเกือบหมด ขณะที่เกษตรกรชาวสวนกล้วยไข่ หมู่ 1 ต.บางมะฟ่อ อ.โกรกพระ ต่างโอดครวญ เนื่องจากถูกน้ำจากคลองบางประมุงเอ่อท่วมสูงกว่า 2 เมตร ขณะที่เหลืออีก 10 วันก็จะตัดกล้วยขายได้แล้ว ทำให้ชาวบ้านต้องลอยคอไปลงตัดกล้วยใส่เรือมาขายให้พ่อค้าแม่ค้า ทั้งที่ยังไม่แก่เต็มที่ ทำให้ได้ราคาไม่ดี

ส่วนที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ยังคงมีน้ำท่วมบ้านวังกุ่ม หมู่ 14 ต.ในเมือง ถนนทางเข้าหมู่บ้านน้ำสูงประมาณ 50 ซม. และมีบ้านถูกน้ำท่วม 4 หลัง โดยเฉพาะบ้านนายมา ต่อมิตร อายุ 70 ปี เลขที่ 280/9 มีน้ำทะลักเข้าบ้านอย่างรวดเร็วจนเก็บข้าวของออกหนีไม่ทัน ส่วน อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา มีน้ำไหลมาจากอ่างลำมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เข้าท่วมพื้นที่เกษตรกร ถนนสายบ้านระโว้-บ้านประสุข กม.ที่ 4 ต.ประสุข อ.ชุมพวง ถูกน้ำเซาะถนนขาดหายไป 1 ช่องทางยาวกว่า 6 เมตร

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา ได้ติดป้ายธงแดงอพยพชาวบ้านหมู่บ้านลำเชิงไกร หมู่ 9 ต.โคงสูง อ.เมืองนครราชสีมา หลังถูกน้ำจากลำห้วยและลำน้ำสาขาลำเชียงไกร เอ่อท่วมถนนและบ้านเรือนกว่า 500 หลังคาเรือน บางหลังน้ำสูงเกือบถึงพื้นชั้น 2 เจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้ประชาชนอพยพออกทั้งหมู่บ้าน เนื่องจากมีแนวโน้มว่าสถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนลำเชียงไกรตอนล่าง อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ถึงวันละ 4,000 ลูกบาศก์เมตร ประกอบกับยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง โดยน้ำทั้งหมดจะไหลเข้าบ้าน ลำเชิงไกรไปลงสู่แม่น้ำมูลที่ อ.พิมาย ต่อไป

อ.แกลง จ.ระยอง นายวิทยา ชพานนท์ นายอำเภอแกลง ร่วมกับนายอนิรุต บุญเหลือ นายก อบต.กระแสบน และนายบุญสืบ แกล้วกล้า กำนันตำบลกระแสบน นำรถแบ็กโฮไปขุดเปิดคันดินพื้นที่นายเอนก สมคิด หลังฝนตกน้ำท่วมขังสวนยางพาราและสวนผลไม้หลายร้อยไร่ รวมถึงถนนเชื่อมหมู่ 2 กับหมู่ 4 ต.กระแสบน ถูกน้ำท่วมขังมานาน เนื่องจากน้ำระบายไม่ได้เพราะติดที่ดินของนายเอนก กระทั่งทางอำเภอได้เจรจากับนายเอนกยอมให้เปิดทางน้ำ เพื่อระบายลงคลองหมู่ 1 ต.ทางเกวียน อ.แกลง ทำให้นํ้าที่ท่วมขังเริ่มลดระดับลงเรื่อยๆ

ขณะที่นายโสภณ อบสุวรรณ ผอ.สำนักเครื่องจักรกล เทศบาลนครปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งเพิ่มเติมบริเวณแยกเมืองทองธานี ฝั่งขาออก ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำเวลาฝนตกเกิดปัญหาน้ำท่วมขังได้ง่าย โดยนายโสภณเปิดเผยว่า ทางเทศบาลได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำบนถนนแจ้งวัฒนะ ฝั่งขาออกเพิ่มอีก 2 จุด เพื่อช่วยในการเร่งระบายน้ำ เนื่องจากเวลาเกิดฝนตกหนักบริเวณดังกล่าวจะมีปัญหาน้ำท่วมขังมากที่สุด ส่งผลให้การจราจรติดขัด โดยเฉพาะเวลาเร่งด่วนช่วงเช้าและเย็น

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรม ชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานวางแผนใช้พื้นที่แก้มลิง 3 แห่ง เป็นแหล่งรองรับน้ำเพื่อลดยอดน้ำสูงสุดที่จะต้องระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาประกอบด้วย 1.ทุ่งป่าโมก-ผักไห่ ประมาณ 50,000 ไร่ รับน้ำได้ 80 ล้านลูกบาศก์เมตร 2.ทุ่งผักไห่ประมาณ 150,000 ไร่ รับน้ำได้ทั้งหมด 240 ล้านลูกบาศก์เมตร และ 3.ทุ่งบางบาลประมาณ 130,810 ไร่ รับน้ำได้ประมาณ 130 ล้านลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม พื้นที่แก้มลิง 3 แห่งนี้ ยังมีเกษตรกรบางส่วนที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิต และขอให้ชะลอนำน้ำเข้าถึงช่วงต้นเดือน ต.ค.นี้ หลังเก็บเกี่ยวเสร็จก็จะเริ่มใช้ประโยชน์จากแก้มลิงทั้ง 3 แห่งต่อไป

“ขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีเพียง 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไม่อยากให้กังวลว่ากรุงเทพฯและปริมณฑลจะเกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่แบบปี 54 เพราะการที่น้ำจะท่วมกรุงเทพฯได้ บริเวณ อ.บางไทร จะต้องมีปริมาณน้ำไหลผ่านเกิน 3,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนพื้นที่ที่เกิดปัญหาน้ำท่วมขณะนี้ เป็นเพียงพื้นที่ลุ่มต่ำที่ไม่มีคั้นกันน้ำเท่านั้น ดังนั้น อยากให้ประชาชนคลายความกังวลได้ว่าจะไม่เกิดปัญหาน้ำท่วมเหมือนปี 2554 แน่นอน” รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าว

ด้านนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยหลังประชุมติดตามสถานการณ์น้ำร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยัง ผวจ.และนายอำเภอทั่วประเทศว่า ขณะนี้มีพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาน่าเป็นห่วง 3 จังหวัดคือชัยนาท พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง แต่ยืนยันว่าจะไม่หนักเหมือนปี 2554 เพราะน้ำในเขื่อนหลักอย่างเขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ ยังรับน้ำได้อีกประมาณร้อยละ 30-40 ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯเป็นน้ำที่เกิดจากฝนตกหนัก

ช่วงเย็นวันเดียวกัน เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในพื้นที่ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และย่านรังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ทำให้น้ำระบายไม่ทันท่วมบ้านเรือนในซอยจามร ต.คูคต สูงประมาณ 20-50 ซม. ส่วนใหญ่เป็นบ้านชั้นเดียว ทำให้ชาวบ้านเก็บข้าวของไม่ทัน ขณะที่ถนนภายในซอยมีน้ำท่วมขังส่งผลให้การจราจรติดขัด นางสุดใจ เสน่ห์พูด อายุ 47 ปี เปิดเผยว่า ซอยแห่งนี้เป็นที่ต่ำ เวลาเกิดฝนตกน้ำจะท่วมทุกครั้ง และครั้งนี้ฝนตกหนัก และน้ำเอ่อท่วมอย่างรวดเร็วจนเก็บข้าวของไม่ทัน แม้แต่ถังข้าวสารยังลอยน้ำ ข้าวสารเสียหายหมด

ขณะที่บริเวณถนนพหลโยธิน ฝั่งมุ่งหน้าเข้า กทม. โดยเฉพาะหน้าอนุสรณ์สถานแห่งชาติ และแยกลำลูกกา ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี มีน้ำท่วมพื้นผิวถนนสูงประมาณ 50 ซม. การจราจรติดขัดยาวต่อเนื่องไปถึงเส้นทางถนนรังสิต-นครนายก ประกอบกับมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ลุยน้ำดับกลางทางหลายคัน และบางส่วนพยายามจะเลี้ยวกลับรถเพื่อหนีน้ำท่วม ส่งผลให้รถติดหนักมากยิ่งขึ้น สาเหตุเกิดจากฝนตกหนักน้ำระบายไม่ทัน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้