วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จี้งานดันเศรษฐกิจฝุ่นตลบ “บิ๊กตู่”-“สมคิด”-“อภิศักดิ์” เดินสายขาขวิด

จี้งานดันเศรษฐกิจฝุ่นตลบ “บิ๊กตู่”-“สมคิด”-“อภิศักดิ์” เดินสายขาขวิด

  • Share:

“ประยุทธ์” มอบนโยบายรัฐวิสาหกิจ หวังทำงานเทียบเท่ารัฐวิสาหกิจต่างประเทศ ขณะที่ รมว.คลัง จี้รัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายงบลงทุน ปี 60 ให้ได้ 95% จากเม็ดเงิน 6 แสนล้านบาท ชี้หากเอกชนลงทุนเพิ่มตามรัฐ–รัฐวิสาหกิจ จีดีพีปีหน้าแตะ 4% ด้าน “สมคิด” ย้ำกระทรวงอุตสาหกรรมเข็น 5 คลัสเตอร์ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0 ธปท.ยอมรับมาตรการแจก เงินเกษตรกรมาถูกเวลาช่วยพยุงเศรษฐกิจ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบนโยบายในการสัมมนาเสริมสร้างความรู้และธรรมาภิบาลของกรรมการรัฐวิสาหกิจว่า ขอให้มั่นใจว่าตนเองไม่ได้ทำประโยชน์เพื่อพวกพ้องแต่ทำเพื่อประเทศไทย เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุด จึงต้องทำประเทศให้ดีกว่าเดิม ไม่เช่นนั้นจะปฏิรูปไปทำไม โดยสังคมไทยขณะนี้ต้องการคุณธรรมและจริยธรรม การบริหารบ้านเมืองก็ต้องสร้างองค์กรที่มีจริยธรรมในการปฏิบัติงานและต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ขณะที่การบริหารงานของรัฐวิสาหกิจ จะต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

“ผมอยากให้รัฐวิสาหกิจทั้ง 55 แห่งไปดูงานและเปรียบเทียบการทำงานกับรัฐวิสาหกิจของต่างประเทศว่าเป็นอย่างไร วันนี้ผมเปิดทางให้ทำได้ทุกอย่าง และให้มาหารือกันให้เข้ากรอบ ว่าจะปลดล็อกตรงไหน จะแก้กฎหมายใดให้จบ โดยมองวัตถุประสงค์การทำงาน ให้ประเทศชาติเป็นหลัก วันนี้รัฐวิสาหกิจ 55 แห่ง ต้องปรับการทำงานให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อ ให้งานมีประสิทธิภาพและมีการแข่งขันที่เป็นธรรม”

ขณะเดียวกัน จากนี้ไปทุกรัฐวิสาหกิจ จะต้องวางแผนลงทุนเป็นแผน 1 ปี + 20 ปี โดยแบ่งเป็นช่วงละ 5 ปี (1+5+5+5+5) หรืออย่างน้อยต้องมีแผนแม่บท เพื่อให้รัฐบาลต่อไปเข้ามา แล้วรู้ว่ามีสิ่งใดที่ต้องทำไม่เช่นนั้นจะไม่มีอะไรเลยเหมือนตอนที่ตนเองเข้ามาแล้วไม่เห็นมีอะไรที่เป็นแผนใหญ่ของประเทศ และการมีแผนจะทำให้ประชาชนได้รู้ว่าทุกๆ 5 ปี จะมีอะไรเกิดขึ้น ชาวบ้านจะได้ช่วยรัฐบาลทำงานไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาเช่นที่ผ่านมา เวลาทำประชาพิจารณ์หรือทำการสำรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อมและผลการตรวจผลกระทบทางสุขภาพก็มักมีปัญหาจนทำให้โครงการที่วางไว้เดินหน้าต่อไปไม่ได้

ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม ไปปรับปรุงการทำงาน ในภาพรวมของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ซึ่งขณะนี้ได้รับทราบแผนการปรับโครงสร้างกระทรวงอุตสาหกรรม และได้สั่งการให้กลับไปปรับปรุงบางส่วน และปรับเปลี่ยนการส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (เอส–เคิร์ฟ) ไปสู่การพัฒนาเป็น 5 คลัสเตอร์อุตสาหกรรม ที่ครอบคลุมไปภาคอุตสาหกรรมในทุกๆ ด้าน ได้แก่ คลัสเตอร์เกษตร คลัสเตอร์สุขภาพ คลัสเตอร์ไฮเทค คลัสเตอร์ดิจิทัล และคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเชิงสร้าง– สรรค์และบริการ และได้สั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรม เน้นงานสร้างกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ (สตาร์ทอัพ) โดย เฉพาะเอสเอ็มอีผลักดันไปสู่การเป็นระดับกลางและขยายตัวพัฒนาไปสู่การเป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า รัฐวิสาหกิจเป็นหน่วยงานที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยจะต้องเร่งดำเนินการเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพ การสร้างธรรมาภิบาลในองค์กร ซึ่ง จะเป็นหลักในการสร้างความโปร่งใส และสร้างความ เชื่อมั่นให้กับเอกชน ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบกรอบและงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจทั้ง 55 แห่ง ในปีงบประมาณ 2560 จำนวน 600,000 ล้าน บาท จึงต้องพยายามเร่งรัดเบิกจ่ายให้มากขึ้น โดยตั้งเป้า เบิกจ่ายให้ได้ถึง 95% เพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวเมื่อเปรียบเทียบ กับการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2559 ที่มีงบลงทุนจำนวน 300,000 ล้านบาท แต่เบิกจ่ายจริงไม่ถึง 50% ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายและส่งผลต่อการลงทุนของภาคเอกชน

“อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) น่าจะขยาย ตัวได้ไม่น้อยกว่า 3% แต่หากภาคเอกชนลงทุนตามการ ลงทุนของภาครัฐ จะสามารถผลักดันให้จีดีพีเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 4% อย่างแน่นอน เพราะในไตรมาส 4 ของปีนี้ การลงทุนต่างๆของภาครัฐจะมีเพิ่มมากขึ้น”

นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยอาวุโสสายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงเศรษฐกิจเดือน ส.ค.ว่า ขยายตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 แต่อย่างไรก็ตาม ธปท.ยังมองว่าเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 จะชะลอลงจากไตรมาสที่ 2 บ้าง โดยยังต้องจับตาการส่งออกที่แม้ปรับตัวดีขึ้นในเดือนนี้ แต่ต้องดูการขยายตัวที่ต่อเนื่องก่อน เนื่องจากเศรษฐกิจต่างประเทศยังคงมีความเปราะบาง โดย 8 เดือนแรกส่งออกไทยติดลบอยู่ 1.8% ขณะที่การออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยเพิ่มเติมของรัฐบาลด้วยการแจกเงินเกษตรกรที่มีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาท ในอัตรา 1,500-3,000 บาทต่อเดือน และการพักหนี้นั้น จะช่วยในเรื่องแรงส่งของการใช้จ่ายภาคเอกชนในระยะต่อไปให้ดีขึ้นกว่าที่ ธปท.คาด จากเดิมที่ ธปท.มีความกังวลว่า การใช้จ่ายของภาคเอกชนในช่วงต่อไปจะชะลอตัวลง แต่การฟื้นตัวที่แท้จริงจะมาเมื่อเราเห็นการลงทุนเพิ่มขึ้น.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้