วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"หัวขบวน" ก็ยังแหยง

"หัวขบวน" ก็ยังแหยง

  • Share:

ถูกจุดกระแสเป็นประเด็นร้อนฉ่าขึ้นมาอีกครั้ง

ปม “นายกฯคนนอก” ตามการถอดรหัสสัญญาณคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ตีกลับร่างรัฐธรรมนูญให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กลับไปแก้ไขให้ตรงเจตนารมณ์คำถามพ่วงประชามติ

ทุบโต๊ะให้แก้เงื่อนไขการปลดล็อกขอใช้ “บัญชีรายชื่อนายกฯคนนอก”

จากเดิมต้องใช้ “เสียง ส.ส.ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง” เป็นการใช้ “เสียงสมาชิกรัฐสภาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง” เข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา

แปลความเป็นภาษาชาวบ้านง่ายๆ คือ การให้ ส.ว.แต่งตั้ง มีเอี่ยวร่วมกับ ส.ส.เปิดทางให้มี “ผู้นำคนนอก” หากที่ประชุมรัฐสภาไม่สามารถเลือกนายกฯจากบัญชีพรรคการเมืองในรอบแรกได้

เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขให้ ส.ว.มีสิทธิเข้าร่วมปลดล็อกเสนอชื่อบัญชีนายกฯ คนนอกได้ จากเดิมให้ ส.ส.เป็นฝ่ายตั้งแท่นเสนอเพียงฝ่ายเดียว

ปูทางสูตร “นายกฯคนนอก” ให้เป็นไปได้ง่ายขึ้น

เพิ่มเค้าลางให้ชื่อของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ลอยลำยึดเก้าอี้ผู้นำยาวๆ 8 ปี ภายหลังการเลือกตั้ง มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น

นั่นก็เป็นเพียงการคาดการณ์ตามจินตนาการหลอนๆของฝ่ายการเมือง ที่ยังไม่

สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงหรือไม่

แต่ที่เป็นเรื่องจริง และกำลังใส่เกียร์เดินหน้าจริงจังคือ กรณีเช็กบิลทวงค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว สมัยรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ในฤดูกาล 2555–2556 และ 2556–2557

ไปๆมาๆ เรื่องทำท่าไม่หยุดอยู่แค่การเรียกค่าเสียหาย “อดีตนายกฯปู” 35,600 ล้าน

บาท แต่แฉลบไปถึงผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายให้ถูกวิบากกรรมพ่วงไปด้วย

ตามการแย้มไต๋จาก “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ที่ต้องไล่บี้หาผู้รับผิดชอบร่วมเฉ่งค่าเสียหายอีก 80% หรือ 1.43 แสนล้านบาท นอกเหนือจากความเสียหาย 20% ที่อดีตนายกฯหญิงต้องรับผิดชอบ

แง้มรายชื่อผู้เกี่ยวข้องต้องร่วมชดใช้ค่าเสียหาย 1.43 แสนล้านบาท มีทั้งอดีต ครม.รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” 35 คน คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) 24 คน

แค่เฉพาะคณะกรรมการ กขช.อย่างเดียว นอกจากจะมีอดีตรัฐมนตรีกระทรวง

หลายคนแล้ว ยังพ่วงอดีตปลัดกระทรวง อธิบดี ผอ.สำนักงบประมาณ โดนหางเลขร่วมด้วย

และที่อาจพลอยติดร่างแหไปด้วยคือ เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติงานที่ต้องรับผิดชอบโครงการ อาทิ กรมการค้าภายใน องค์การคลังสินค้า (อคส.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) รวมถึงภาคเอกชน โรงสี บริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์)

เผลอๆอาจรวมไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดที่มีโกดังเก็บข้าวรัฐด้วย

ข้าราชการหนาวๆร้อนๆ อยู่ในข่ายโดนหางเลขเป็นทอดๆต้องร่วมควักกระเป๋าเฉ่งค่าเสียหาย กลายเป็น “โดมิโนจำนำข้าว”

แต่ที่ลอยตัว ไม่มีภาระเสี่ยง ก็หัวหน้า คสช. เห็นกันจะๆกรณีไม่เซ็นลงนามทวงค่าเสียหายจำนำข้าว ตั้งท่าโยนให้รัฐมนตรี และข้าราชการเป็นผู้รับผิดชอบร่วมกันลงชื่อเรียกค่าเสียหายแทน

ส่อซ้ำรอยการเช็กบิลค่าเสียหายโครงการจีทูจีข้าว ที่นายกฯโบ้ยให้ รมว.พาณิชย์ลงชื่อแทน ก่อนลากปลัดกระทรวงพาณิชย์ไปร่วมลงชื่ออีกต่อหนึ่ง

แม้แต่เบอร์หนึ่ง คสช.ที่ว่าภูมิคุ้มกันแน่นๆ ก็ยังแหยง ไม่กล้าเอาตัวเข้าไปเสี่ยงต่อการถูกฟ้องกลับภายหลัง

ในฐานะผู้บริหารสูงสุดของประเทศ แต่กลับไม่กล้าเซ็นชื่อทวงค่าเสียหายระดับแสนล้าน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และเรื่องสำคัญ ดูแล้วก็ขัดความรู้สึกคนส่วนใหญ่ไม่ใช่น้อย

นับประสาอะไรกับข้าราชการที่ไม่มีภูมิคุ้มกันติดตัวอะไรเลย แต่ถูกบีบให้ร่วมลงชื่อทวงค่าเสียหาย ต้องไปลุ้นวัดดวงในอนาคตว่า จะถูกเช็กบิลย้อนหลังหรือไม่ หากอำนาจเปลี่ยนมือ

ยิ่งมีตัวอย่างให้เห็นจากโครงการจำนำข้าว ที่ข้าราชการถูกลาก ให้ร่วมชดใช้ค่าเสียหาย ทั้งที่อยู่ในสถานะต้องปฏิบัติงานตามคำสั่ง ไม่มีอำนาจยับยั้งโครงการ แต่กลับมีมลทินติดตัว

มาถึงยุครัฐบาลทหาร แม้จะมีมาตรา 44 เป็นเกราะป้องกันให้เจ้าหน้าที่รัฐในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันความปลอดภัยได้ หากมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจในอนาคต

ไม่ว่ารัฐบาลพลเรือนหรือทหาร ข้าราชการก็เป็นเบี้ยล่างรับกรรมตามเคย!!!

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้