วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
NISSAN SYLPHY DIG 1.6 TURBO

NISSAN SYLPHY DIG 1.6 TURBO

  • Share:

มันเหมือนกับการเติมพริกเผ็ดๆ ลงไปในชามมิโซะราเมนและทำให้คุณรู้สึกแสบปากร้อนท้องแต่อร่อย Nissan Slyphy 1.6 Turbo คือรถแรงที่คุณสามารถขับได้อย่างสบายใจเฉิบทั้งวันทั้งคืน เป็นรถซีดานหน้าตาบ้านๆ ที่มุทะลุดุดันเอาเรื่อง บ้ารอบและชอบยั่วยุให้คุณขับมันเร็วขึ้นไปเรื่อยๆ ผมกำลังพยายามทำความเข้าใจกับแนวทางการผลิตรถรุ่นนี้ของ Nissan โดยขับออกทางไกลเพื่อค้นหาบางสิ่งบางอย่างที่ Nissan นำเสนอ เจ้า Slyphy Turbo มีท่านั่งที่ดีและมีเครื่องยนต์ที่ขยันขันแข็งเหมาะกับการลากยาวข้ามจังหวัดหรือขับใช้งานในเมือง

รูปลักษณ์ที่ธรรมดาและดูเหมือนไม่มีอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกตื่นตาตื่นใจนั้นมีบางสิ่งบางอย่างซ่อนอยู่ใต้ฝากระโปรงหน้าที่สามารถทำให้รู้สึกสนุกได้ทุกเมื่อเท่าที่ต้องการ พวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดแปรผันค่อนข้างเบาและไว ในย่านความเร็วสูงมีน้ำหนักที่พอดิบพอดี ช่วงล่างแบบรถบ้านถูกปรับให้แข็งกว่า Slyphy รุ่นปกติเล็กน้อยเพื่อรับมือกับแรงบิด 240 นิวตันเมตร ส่วนขุมกำลังซึ่งเป็นที่มาของแรงบิดกว้างๆ เป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 4 สูบ ความจุ 1618 ซีซี 16 วาล์ว ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป DOHC อัดอากาศด้วยเทอร์โบเดี่ยวประสิทธิภาพสูงพร้อมชุดลดอุณหภูมิไอดีอินเตอร์คูลเลอร์ กำลัง 190 แรงม้ากับแรงบิด 240 นิวตันเมตร เป็นเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบเพียงตัวเดียวของ Nissan ที่ขายในไทยหากไม่นับตัวแรงในอดีตอย่าง Nissan Pulsar Turbo กับตัวโหดในยุคนี้อย่าง Nissan GT-R อสูรกายสายซุปเปอร์คาร์สุดระห่ำ

รูปทรงภายนอกของ Nissan Slyphy Turbo มีการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนภายนอกในบางจุดบางตำแหน่งให้มีความแตกต่างไปจาก Slyphy รุ่นมาตรฐาน จากราคาขายเกือบ 1 ล้านบาทของมันที่ดูเหมือนจะแพงเกินไปเมื่อยังไม่ได้ลองขับ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากรถ Slyphy รุ่นปกติ เช่น กระจังหน้าสีเทา Gun Metalic สปอยเลอร์หน้าในตำแหน่งของไฟตัดหมอก ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ Bi-Xenon ไม่มีไฟหรี่กลางวันแต่มีหลอดไฟ LED ที่คล้ายกับไฟหรี่พร้อมสวิตช์ควบคุมที่ต้องเปิด-ปิดเอาเอง ไฟหน้าแบบอัตโนมัติเพิ่มเติมความสะดวกในการใช้งาน ด้านข้างของตัวถังมีชิ้นงานสเกิร์ตข้าง แถบคิ้วที่ชายล่างของบานประตูลายคาร์บอนไฟเบอร์ กรอบกระจกมองข้างลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์คล้ายสเกิร์ตข้าง วินหลังแบบแบนๆ บนฝากระโปรงหลังพร้อมไฟเบรกดวงที่สาม Slyphy Turbo ยังติดตั้งเซนเซอร์ถอยหลัง 3 จุด พร้อมกล้องมองหลังมาให้เพื่อความปลอดภัย ส่วนขนาดของล้ออัลลอยลายกงจักรสีเงิน เพิ่มขนาดจาก 16 นิ้วเป็น 17 นิ้ว ยางสปอร์ตจากเยอรมนียี่ห้อ Continental รุ่น ContiPremiumContact 2E ไซส์ 205/50 R17 จากการทำตัวเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้าซึ่งยัดยางขนาดเท่ากันหมดทั้งสี่ล้อ

เครื่องยนต์ของ Sylphy Turbo ถูกยกมาทั้งยวงจากรถ Pulsar Turbo เป็นเครื่องยนต์รหัส MR16DDT แบบเบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ DOHC 16 วาล์ว 1,618 ซีซี มีการปรับผนังลูกสูบให้หนาขึ้นเพื่อรองรับการทำงานในรอบสูงและการบูสของเทอร์โบ ระบบวาล์วแปรผันสองฝั่ง (ฝั่งไอดีและไอเสีย) CVTC (Continuous Variable Valve Timing Timing Control) จ่ายเชื้อเพลิงแบบยิงตรงไอเรคอินเจคชั่นหรือ DIG ส่วนชุดอัดอากาศหรือหอยพิษเทอร์โบเป็นของ Mitsubishi รุ่น TF-035HL-13T ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับการสร้างแรงบิดให้กับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร เครื่องยนต์รหัส MR16DDT ตัวนี้ทำให้ Nissan Slyphy Turbo มีเรี่ยวแรง 190 แรงม้าที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิด 240 นิวตันเมตร หรือ 24.4 กิโลกรัม-เมตร ที่ 2,400-5,200 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังวางเกียร์อัตโนมัติ อัตราทดแปรผัน Xtronic CVT แบบล็อกอัพ 6 สปีด เป็นชุดส่งกำลัง CVT สายพานที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อรับมือกับแรงบิดที่มากกว่า Slyphy รุ่นปกติและไม่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย Paddle Shift มาให้แต่สามารถเปลี่ยนเกียร์เองได้โดนผลักคันเกียร์ไปด้านขวาเพื่อเข้าไปในตำแหน่งแมนนวล อัตราเร่งของ Nissan Slyphy รุ่นเทอร์โบ จาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ที่ 8.3 วินาที ถือว่ากระฉับกระเฉงว่องไวใช้ได้ ส่วนตัวเลขความเร็วสูงสุดทาง Nissan เคลมไว้ที่ 215 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ไม่มีถนนที่โล่งและยาวมากพอในการขับทดสอบความเร็วสูงสุด

Nissan Slyphy Turbo คันทดสอบผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านมือผ่านเท้าสื่อมวลชนมาแล้วแทบจะทั้งวงการ ตัวเลขไมล์ที่ผ่านการวิ่งมากว่า 9,000 กิโลเมตรกับริ้วรอยเล็กๆ น้อยๆ บนตัวถังบ่งบอกถึงสิ่งที่รถทดสอบคันนี้ต้องเผชิญได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะร่องรอยการสึกหรอของแก้มและขอบยาง ContiPremiumContact 2E ยางที่ผ่านการขับแบบจัดเต็มกลายเป็นยางหัวโล้นดอกเหี้ยนเตียนแทบจะเป็นยางสลิคไร้ดอกที่ใช้สำหรับการแข่งขันในวันที่แดดจัด หลังจากควบเร็วๆ ออกจากกรุงเทพฯ ได้ไม่นาน สัมผัสที่เจ้า Slyphy Turbo ถ่ายทอดออกมาก็ทำให้คนที่มีความรู้สึกช้าแบบผมรับรู้ได้ว่ารถคันนี้มีแรงบิดที่ไม่ธรรมดา เครื่องยนต์ของมันทำให้ผมคิดถึง Pulsar Turbo ในช่วงปลายยุค 80' รถเล็กพริกขี้หนูในอดีตซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักขับที่นิยมรถแรงขนาดกะทัดรัด เมื่อคุณเข้าไปนั่งในตำแหน่งคนขับของ Slyphy Turbo ไม่มีอะไรที่บ่งบอกถึงความแสบของมันแม้แต่น้อย แต่เครื่องยนต์เทอร์โบตัวเล็กบ้ารอบจะทำให้คุณพบกับความตื่นเต้นทันทีที่คันเร่งไฟฟ้าถูกกดลงจนสุด มันเป็นรถที่ขับง่ายทำให้เจ้าของไม่จำเป็นต้องปรับตัวเข้าหาแต่อย่างใดทั้งสิ้น สมรรถนะที่ไม่เป็นสองรองจาก Civic 1.5 Turbo หรือแม้แต่ Ford Focus 1.5 EcoBoost ทำให้เจ้า Slyphy Turbo ขึ้นทำเนียบรถเล็กแรงเยอะที่มีขายในประเทศไทยเพียงไม่กี่ยี่ห้อซึ่งมีราคาไม่ถึง 1 ล้านบาท เหลือแค่หน้าตาที่ดูเรียบร้อยเกินเหตุคล้ายกับเด็กแสบที่แอบทำตัวเรียบร้อยแต่ซ่อนความดื้อเอาไว้ข้างในของมันเท่านั้นที่ค่อนข้างจะขัดแย้งกับย่านของกำลัง

แรงบิดที่ดีและมีให้อย่างต่อเนื่องของเครื่องยนต์ 1.6 เทอร์โบ ในรอบต่ำมีอาการเทอร์โบแลคแค่นิดเดียวหลังจากนั้นแรงบิดก็พรั่งพรูออกมาจนแทบจะล้น ส่วนอาการทอร์คสเตียร์หรืออาการดึงที่พวงมาลัยขณะออกตัวแรงๆ ก็น้อยมากจนไม่สร้างปัญหาหากคิดจะลงมือขับแบบจัดเต็มแบบพุ่งออกตัวอย่างรวดเร็วก็สามารถทำได้เลยเมื่อมีพื้นที่ข้างหน้าโล่งพอ ชุดบังคับเลี้ยวแบบแรคแอนพีเนียนกับมอเตอร์ผ่อนแรงหมุนจะปรับน้ำหนักของพวงมาลัยให้รู้สึกตึงมือเมื่อขับเร็วๆ พวงมาลัยของ Slyphy Turbo พยายามปรับตัวเองให้เข้ากับรายละเอียดของผิวถนน อาจไม่แม่นยำเท่ากับพวงมาลัยของ Focus 1.5 Turbo แต่ก็คมพอที่จะทำให้คุณหักเลี้ยวในโค้งแคบๆ ได้อย่างมั่นใจ ยางโล้นซ่า ContiPremiumContact 2E ไซส์ 205/50R17 ไม่ได้ใหญ่โตจนไปกินกำลังของเครื่องยนต์ยิ่งทำให้พวงมาลัยกระฉับกระเฉงเกินเหตุ ท่ามกลางแดดจัดจ้าช่วงเที่ยงในแถบจังหวัดเพชรบุรีที่มีส่วนทำให้อุณหภูมิพื้นผิวถนนพุ่งสูงถึง 55 องศาเซลเซียส ยางดอกโล้นของ Slyphy Turbo เกาะถนนหนึบราวกับทากาวและทะยานผ่านโค้งแปลกๆ ที่เต็มไปด้วยวิวทิวทัศน์อันงดงามของอำเภอหนองหญ้าปล้องด้วยความมาดมั่น แค่นี้ก็ทำให้ฟิลลิ่งของการขับเจ้า Slyphy Turbo ดุเด็ดเผ็ดมันเกินคำบรรยาย มันเป็นรถเล็กเครื่องเทอร์โบที่ค่อนข้างอึดและทนทรหด มีค่าบำรุงรักษาต่ำสุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งทั้งสองคัน ด้วยราคาไม่ถึงล้าน หากคุณไม่แคร์เรือนร่างที่คล้ายกับรถจ่ายกับข้าวของเจ้าหมอนี่ก็จัดได้เลยไม่ต้องรอให้เสียเวลา

เกียร์ CVT แบบอัตราทดแปรผัน 6 สปีดในโหมดแมนนวล เมื่อผมผลักคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง +/- เกียร์ของ Slyphy Turbo มีความฉลาดปราดเปรื่องใช้ได้ หากคุณห้อมาเต็มเหนี่ยวโดยคาอยู่ในตำแหน่งแมนนวล เมื่อแตะเบรกเกียร์จะชิฟลงให้เองหนึ่งตำแหน่งแต่แค่ชิฟลงเท่านั้น หากจะชิฟเกียร์ขึ้นก็แค่ผลักคันเกียร์ไปทางด้านหน้าเกียร์จะเปลี่ยนขึ้นไปยังตำแหน่งที่สูงกว่าอย่างรวดเร็ว เป็นเกียร์ CVT ที่ตอบสนองได้อย่างว่องไวผิดกับเกียร์สายพานอันน่าเบื่อของ Slyphy รุ่นมาตรฐานลิบลับ คุณสามารถสับเกียร์ลงต่ำเพื่อลดความเร็วแต่งองค์ทรงเครื่องให้เรียบร้อยจัดท่าจัดทางให้ดีก่อนที่จะขับเข้าโค้ง การคาเกียร์ 3 เอาไว้นานๆ เมื่อเจอเข้ากับโค้งยาวๆ แม้การขับในลักษณะดังกล่าวจะกินเชื้อเพลิงอยู่บ้างแต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือความสนุก เมื่อคุณสามารถเติมคันเร่งลงไปจนเกือบจะสุดขณะอยู่ที่ปลายโค้ง แรงยึดเกาะที่ดีกับกำลัง 190 แรงม้าที่เกินหน้าเกินตาขนาดและน้ำหนักของตัวรถอยู่พอสมควรทำให้เมื่อเร่งส่งออกจากโค้งคุณจะพบกับแรงดึงที่เกิดขึ้นพร้อมๆ ไปกับแรงเหวี่ยงที่ทำให้รู้สึกสนุกและเสียวไปพร้อมๆ กัน

เมื่อขับเจ้า Slyphy Turbo แบบปกติ ระบบส่งกำลัง CVT ของ Slyphy Turbo ยังตัดต่ออัตราทดขึ้นหรือลงได้เนียนและไหลลื่นพอๆ กับเกียร์ออโต้สายพานทั่วไป และเมื่อขับแบบท้ารบจัดหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ คุณจะพบว่าวิศวกรของ Nissan ที่ถนัดแต่การสร้างรถบ้านก็สามารถจูนเกียร์สายพานพูเลย์ให้ตอบสนองได้เร็วพอๆ กับเกียร์คลัตช์คู่เลยทีเดียว สาเหตุที่ Nissan ไม่ทำเกียร์แบบนี้ใส่มาให้ในรถอีโคคาร์รุ่นอื่นๆ ก็เนื่องมาจากแรงบิดของเครื่องยนต์ในรถอีโคคาร์ที่ไม่ได้มากเท่ากับเจ้า Slyphy Turbo นั่นเอง เมื่อควบเจ้า Slyphy Turbo สิ่งที่คุณจะต้องคอยระวังก็คือความเร็ว มันเป็นจักรกลซีดานบ้านๆ แนวรถจ่ายกับข้าวที่มีกำลังเหลือเฟือเกินคำว่าพอดีอยู่เหมือนกันและต้องคอยมองมาตรวัดความเร็วให้ดีๆ กดกันแค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้นหากยังไม่ยอมเอาเท้ายกออกจากแป้นคันเร่งความเร็วจะทะยานเข้าสู่ตัวเลข 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอย่างว่องไวจนคุณคาดไม่ถึงว่าได้ห้อมาเร็วขนาดนั้น อาการโคลงตัวเกิดขึ้นบ้างเมื่อเค้าโค้งแรงๆ ส่วนอาการหน้าทิ่มท้ายยกเมื่อใช้เบรกหนักๆ ก็ไม่ได้มากเท่าที่คิดไว้แต่แรก โช้คอัพกับสปริงที่แข็งกว่า Slyphy รุ่นมาตรฐานไม่ได้ทำให้รู้สึกกระด้างและยังคงมีความนิ่มนวลเหลืออยู่บ้างเมื่อขับบนถนนที่ไม่เรียบ

Slyphy Turbo มีเบาะคู่หน้าสูงโด่งโจ้งแม้จะปรับกดเบาะลงต่ำจนสุดมันก็ยังสูงอยู่ดี ภายในปกติธรรมดาสามัญไม่มีส่วนไหนที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างจากรุ่นมาตรฐาน คอนโซลแดชบอร์ดหน้าตาเรียบร้อย พวงมาลัยสามก้านหุ้มหนังมีรอบวงที่เล็กไปนิด มาตรวัดแบบรถรับส่งลูกไปโรงเรียนอ่านค่าได้ง่ายแต่ไม่มีความเร้าใจในแนวสปอร์ตแม้แต่น้อย เบาะหุ้มหนังคล้ายกับรถซีดานทั่วไปไม่ใช่เบาะแบบสปอร์ตที่เย็บเดินตะเข็บด้ายเพื่อโชว์ความประณีต ซุ้มเกียร์ออโต้ล้อมกรอบด้วยงานพลาสติกสีขาว คันเกียร์หุ้มหนังแท้สีดำจับได้กระชับมือดี ส่วนซันรูฟที่ติดมาให้เป็นของแถมสำหรับวัยรุ่นเด็กซิ่งก็ใช้งานได้ดีในวันที่ไม่มีแดด แป้นคันเร่งและแป้นเบรกแบบโลหะสีเเงินดูดีและมีความแตกต่างจาก Slyphy รุ่นสแตนดาร์ท ส่วนจอภาพมอนิเตอร์ที่ควบรวมระบบนำทางด้วยดาวเทียม เครื่องเสียงCD/DVD พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB / AUX ใช้งานได้ง่ายไม่มีอะไรสลับซับซ้อน เมนูภาษาไทยทำให้ทุกอย่างดูง่ายขึ้นแม้จอภาพมอนิเตอร์จะเล็กไปหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาค่อนขอด

ภายในของ Slyphy Turbo เน้นความโปร่งโล่งโดยมีพื้นที่วางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะมากพอที่จะทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด เบาะผู้โดยสารตอนหลังกว้างพอที่จะเตะตะกร้อได้หนึ่งวง ภายในที่อุดมไปด้วยพลาสติกเกรดกลางๆ ยังคงยึดโยงกับรูปแบบความเป็นรถบ้านมากกว่าจะทำออกมาในสไตล์ Type R แผงประตูหน้ามีชิ้นงานพลาสติกที่เชื่อมต่อกับคอนโซลกลาง แผงควบคุมอุณหภูมิหรือระบบปรับอากาศของมันก็เป็นแบบดิจิตอลแยกโซน สั่งงานโดยการกดปุ่มและมีการออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายไม่ยุ่งยาก ทัศนวิสัยโปร่งโล่งรอบตัวเมื่อมองผ่านกระจกหน้าและกระจกบานหลัง ส่วนเสากลางที่มีขนาดใหญ่อาจบดบังมุมมองอยู่บ้าง กระจกมองข้างแบบพับและปรับด้วยไฟฟ้ามีเลนส์ไฟเลี้ยวหลอด LED อยู่ภายใน รวมไปถึงปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์สีแดงอมส้มที่มีหน้าตาคุ้นเคยหากคุณเคยขับรถยี่ห้อ Nissan มาบ้างก็จะเห็นว่าปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์นั้นเหมือนกันแทบจะทุกรุ่น

กล่าวโดยสรุปตามความคิดเห็นส่วนตัวของผมซึ่งไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการขายรถของ Nissan เจ้า Slyphy Turbo เป็นรถซีดานพลังสูงที่ขับได้มันหยดคันหนึ่งในวงการรถเล็ก เครื่องยนต์ 4 สูบ 1.6 ลิตร เทอร์โบ 190 แรงม้ากับแรงบิด 24.4 กิโลกรัม-เมตร ทำให้มันมีพิษสงรอบตัวพร้อมจะจัดหนักกับรถทุกคันที่มีขนาดเครื่องยนต์พอฟัดพอเหวี่ยงใกล้เคียงกัน การขับขี่ที่ดีของมันทำให้ผมนึกย้อนกลับไปถึงรถแสบๆ อย่าง Pulsar Turbo ในช่วงปลายยุค 1980 ไม่จำเป็นตองมีทักษะมากมายก็สามารถขับขี่เจ้านี่ได้อย่างสบายขอแค่ไม่ติดลูกบ้ามากจนเกินไปรับรองว่าจะเพลินจนลืมดูเข็มวัดเชื้อเพลิง ส่วนอัตราสิ้นเปลืองนั้นก็ไม่ได้ยกซดกันจนทำให้สะดุ้ง ขับในเมืองที่รถติดทำได้ 8.6 กิโลเมตรต่อลิตรและขับออกทางไกลมีเร่งบ้างช้าบ้างสลับกันไปอยู่ที่ 9.2 กิโลเมตรต่อลิตร

ช่วงขากลับแถบบางตะปูน-แสมดำที่ผมต้องผจญกับพายุฝนรุนแรง ยางโล้นซ่าดอกหมดเริ่มออกอาการเป๋ปัดซวนเซจนต้องลดความเร็วลงมาเหลือแค่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแบบแทบจะคลานกันเลยทีเดียว อาการอันเดอร์สเตียร์บางๆ หากใส่หนักๆ ในโค้งแก้ได้ด้วยการลดความเร็วก่อนที่จะพุ่งเข้าสู่หัวโค้ง แค่นั้นคุณก็จะขับมันได้อย่างปลอดภัย ช่วงล่างที่ตรงไปตรงมาของ Slyphy Turbo สำหรับผมถือว่านิ่มไปนิดซึ่งเป็นการปรับเซตเพื่อทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ของ Nissan รู้สึกสบายมากกว่าจะมาเน้นในด้านความแข็งขืนจนกระด้างเหมือนรถบางรุ่นบางยี่ห้อที่แพงกว่านี้ ยาง 205/50R17 เหมาะสมกันดีกับขนาดและน้ำหนักรวมถึงลักษณะของช่วงล่าง หากอยากหนึบมากกว่านี้แล้วเปลี่ยนยางที่ใหญ่ขึ้นตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ตลอดระยะเวลา 1 อาทิตย์ที่ได้อยู่ร่วมกัน เจ้า Slyphy Turbo มันพยายามทำตัวน่ารักว่านอนสอนง่ายและให้ความบันเทิงที่พอดิบพอดี เมื่อพิจารณาถึงราคากับสมรรถนะมันเป็นต่อรถคู่แข่งอยู่นิดๆ แต่เมื่อมองดูหน้าตาแล้วก็จะพบกับความเป็นพระรองที่ Nissan จะต้องทำการบ้านด้านดีไซน์ให้มากกว่าที่เป็นอยู่เพื่อแย่งตัวเลขยอดขายอันดับสามจาก Mazda คืนกลับมา มันยังคงเป็นรองคู่แข่งอยู่บ้างในด้านความเข้มข้นของเรือนร่าง เป็นรถที่ดีคันหนึ่งที่ Nissan ตั้งใจสร้างออกมาสำหรับพ่อบ้านแม่บ้านขาซิ่ง นอกจากจะขับได้รื่นเริงบันเทิงจิตแล้วประโยชน์ใช้สอยของห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบายกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ลูกค้าของ Nissan ตัดสินใจเลือก Slyphy หรือคุณว่าไม่จริง.

Nissan Slyphy 1.6 DIG Turbo MR16 เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ 999,000 บาท
Engine size / Displacement ........................1,618 c.c.
No. of cylinders .......................................... 4
Maximum Torque (Nm) .............................240
Maximum Power (kW) ..............................190

ENGINE & TRANSMISSION
No. of cylinders .......................................... 4
Engine size / Displacement......................... 1,618 c.c. in line 4
Maximum Power (kW) ...............................190
Maximum Torque (Nm) .............................. 240
Engine type ..................................................MR16 พร้อมเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์
Transmission Type .......................................XTRONIC CVT พร้อมระบบ Manual mode 6 speed
BRAKES Front ........................................... ดิสก์เบรก แบบมีช่องระบายความร้อน
Rear Brakes ................................................. ดิสก์เบรก

DIMENSIONS & CAPACITIES
Fuel Capacity (litres) .................................. 52

Overall length (mm) ................................... 4,615
Overall width (mm) ....................................1,760
Overall height (mm) ...................................1,495
Wheelbase (mm) ......................................... 2,700
Minimum ground clearance (cm) ...............130
Minimun turning radius (m) ........................5.2


EXTERIOR
ซันรูฟ
กระจังหน้าดีไซน์สปอร์ต
กันชนหน้าดีไซน์สปอร์ต
สเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ต
กันชนหลังดีไซน์สปอร์ต
ปลายท่อไอเสียโครเมียม
สปอยเลอร์หลัง
ไฟหน้าโปรเจคเตอร์เลนส์ ซีนอน (ปรับระดับอัตโนมัติ)
ไฟตัดหมอกคู่หน้า
คิ้วไฟหน้าแบบ LED
ไฟท้ายแบบ LED
กระจกมองข้างลายคาร์บอน
ระบบปัดน้ำฝน: แบบตั้งเวลาหน่วง และปัดตามความเร็วของรถ
กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้าพับเก็บอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ
สัญลักษณ์ DIG Turbo

INTERIOR
ภายในโทนสีดำ
วัสดุตกแต่งภายในสีเงิน
พรมปูพื้นและแป้นวางเท้าดีไซน์ลายสปอร์ต
พวงมาลัยปรับระดับ 4 ทิศทาง
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)
พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นพร้อม speed sensor
ระบบเปลี่ยนหน้าจอ MID บนพวงมาลัย
ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth บนพวงมาลัย
กระจกไฟฟ้ารอบคัน พร้อมระบบป้องกันการหนีบ (Anti-jam Protecion) ด้านคนขับ
เบาะหนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์
มาตรวัดแบบ Analog แบบเรืองแสงและปรับระดับแสงได้
จอ Multi-Information Display : Trip A Trip B & อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันขณะขับขี่
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเฉลี่ยความเร็วโดยเฉลี่ย ระยะทางที่ขับขี่
อุณหภูมิภายนอก
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติพร้อมปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้ายขวา
กุญแจอัฉจริยะ (Intelligent Key) พร้อมปุ่มเปิดฝาท้ายรถและระบบ Immobilizer และ Panic Alarm
ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ (Push Start Button)
ระบบเครื่องเสียงจอ 5.8 นิ้ว
วิทยุ CD MP3 แบบ 1 แผ่น พร้อมช่อง AUX IN และ USB
ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth
ระบบนำทาง (Navigation system)
ระบบ Nissan Connect
กล้องมองหลัง
สัญญาณเตือนกะระยะด้านหลัง

SAFETY & SECURITY
ถุงลมคู่หน้า SRS
ถุงลมด้านข้าง (Side Airbags)
ม่านถุงลมด้านข้าง (Curtain Airbags)
ระบบ ABS + EBD + BA
ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ VDC
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS
ระบบโครงสร้างเพื่อความปลอดภัย Zone Body Concept
ไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED

TYRES ....................................................205/50R17 Continental ContiPremiumContact 2E
WHEELS ................................................อัลลอย 17"

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th

Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้