วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทำไมต้องโรงไฟฟ้าถ่านหิน

ทำไมต้องโรงไฟฟ้าถ่านหิน

โดย หมัดเหล็ก
1 ต.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

เหตุการณ์ไฟดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2556 ทำให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต หรือ กฟผ. ตระหนักถึง ปัญหาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ แม้จะเป็นแค่ในระยะเวลาสั้นๆ แต่ความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่ามหาศาล ปัจจุบัน การผลิตไฟฟ้าในภาคใต้ยังไม่พอเพียงกับความต้องการ จำเป็นต้องป้อนไฟฟ้าจากส่วนกลาง ไปภาคใต้วันละประมาณ 500 เมกะวัตต์ ซึ่งตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าปี 2553-2573 กฟผ.ต้องสร้างโรงผลิตไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อให้ทันกับความต้องการใช้ไฟฟ้า ไม่ต่ำกว่า 4 โรง ไม่ว่าจะเป็นที่ นครศรีธรรมราช สงขลาหรือกระบี่ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังมีความล่าช้าไม่ตรงตามแผนงานที่กำหนดไว้ ซึ่งจะมีผลกระทบในอนาคต

มาสู่คำถามที่ว่า แล้วทำไมต้องเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินด้วย ในเมื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าสามารถใช้พลังงานได้หลายชนิด คำตอบง่ายๆก็คือ คุ้มทุนที่สุด ราคาการผลิตถูกที่สุด ปลอดภัยเท่ากับหรือมากกว่าการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานเชื้อเพลิงธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นก๊าซหรือน้ำมันก็ตามซึ่งจะส่งผลให้ราคาค่าไฟถูกลงตามไปด้วย

อนาคต ก๊าซธรรมชาติในประเทศ คาดว่าจะหมดลงภายใน 10 ปี ถ้ายังต้องใช้พลังงานเชื้อเพลิง น้ำมันหรือก๊าซในการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด จะทำให้ราคาค่าไฟแพงขึ้นจากหน่วยละ 3.76 บาท เป็น 6 บาท อย่างแน่นอน

ในเรื่องของความปลอดภัยนั้น ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย ก็ใช้ถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยโรงไฟฟ้าถ่านหินดังกล่าวตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2547 โดยการถมพื้นที่ป่าชายเลน บริเวณช่องแคบมะละกายื่นเข้าไปในทะเล ชื่อว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด จิมาห์ เป็นโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ทันสมัย มีกำลังการผลิตที่ 1.4 พันเมกะวัตต์ โดยโรงไฟฟ้าดังกล่าว อยู่ห่างจากรีสอร์ตและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของมาเลเซีย Avani Sepang Goldcast Resort เพียง 5 กิโลเมตรเท่านั้น แม้การก่อสร้างโรงไฟฟ้าในระยะแรกจะมีการต่อต้านบ้างแต่ชุมชนบริเวณดังกล่าวร้อยละ 90 เห็นด้วยที่จะให้ก่อสร้างเพราะเห็นประโยชน์มากกว่าโทษ จนทุกวันนี้ก็ไม่มีการต่อต้านแต่อย่างใด

ปัจจุบัน มาเลเซียใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้า ร้อยละ 45 ใช้ก๊าซ ร้อยละ 43 ใช้น้ำมัน ร้อยละ 6 และ ใช้พลังน้ำ อีกร้อยละ 6 ไม่มี โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนอื่นๆ ทั้งๆที่ มาเลเซียมีแหล่งก๊าซธรรมชาติและแหล่งน้ำมันมากกว่าบ้านเรา หลายเท่า ต่างจากประเทศไทยที่ใช้ก๊าซ ผลิตไฟฟ้าถึงร้อยละ 67 ใช้ถ่านหิน เพียงร้อยละ 18 แต่ ค่าไฟในมาเลเซีย ยังแพงกว่าบ้านเราคือหน่วยละ 4 บาทด้วยซ้ำไป

ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร กฟผ. ธาตรี ริ้วเจริญ เล่าให้ฟังว่าการสร้างโรงไฟฟ้าในไทยก็ไม่ต่างจากโรงไฟฟ้า จิมาห์ ที่มาเลเซียมีระบบป้องกันและตรวจสอบที่ทันสมัย ซึ่งที่แตกต่างคือบ้านเรามีการทำรายงานผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพหรือ EHA ด้วย รวมทั้งบ้านเราไม่ต้องไปถมทะเลทำลายสิ่งแวดล้อมในทะเลหรือบางแห่งเช่นที่กระบี่ก็ใช้พื้นที่โรงไฟฟ้าเดิม เช่นเดียวกับ วิวัฒน์ ชาญเชิงพานิช ผช.ผอ.ชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อม ฝากข้อคิดเอาไว้ว่า โรงไฟฟ้าแต่ละโรงจะต้องใช้เวลาก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 7 ปี พื้นที่สามเหลี่ยมเศรษฐกิจภาคใต้ กำลังรอการพัฒนา ความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้ทั้งการบริโภคและอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นทุกที อนาคตพลังงานด้านไฟฟ้าน่าเป็นห่วง

ต้องรีบตัดสินใจก่อนจะสายเกินแก้.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้