วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
Digital Natives นักเรียนยุคดิจิทัล

Digital Natives นักเรียนยุคดิจิทัล

  • Share:

ผมเป็นแฟน นิตยสาร digital age ทุกเล่ม เพราะให้ข้อมูลเชิงลึกในโลกดิจิทัลได้ดีมาก นิตยสาร digital age เล่มล่าสุดได้รวมข้อมูลเชิงลึก การศึกษาในยุคดิจิทัล ไว้อย่างน่าสนใจยิ่ง โดยเฉพาะ “นักเรียนยุคดิจิทัล” ที่เป็น “พลเมืองดิจิทัล” การเรียนการสอนในยุค “ห้องเรียนเสมือน” หรือ Virtual Classroom และ หน้าที่ใหม่ของพ่อแม่ในการคุ้มครองลูกบนโลกออนไลน์

วันเสาร์สบายๆวันนี้ ผมจึงขอชวนท่านผู้อ่านไปคุยเรื่อง นักเรียนยุคดิจิทัล ห้องเรียนยุคดิจิตอล กันนะครับ เพราะมาแน่นอน เทคโนโลยีวันนี้ไม่รอคอยใคร

ข้อมูลหลักผมนำมาจากบทความของ อาจารย์บัญญพนต์ พูลสวัสดิ์ อาจารย์สาขาการออกแบบเชิงโต้ตอบและการพัฒนาเกม คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ นักเทคโนโลยีการศึกษาที่ชำนาญการด้าน Blended Learning และ Game–Based Learning ผมต้องขออภัยที่บทความวันนี้มีภาษาอังกฤษปนอยู่เยอะ ถือว่าเรียนรู้ศัพท์เทคโนโลยีใหม่ไปด้วยกันก็แล้วกันนะครับ

digital Natives หรือ ประชากรยุคดิจิทัล เป็นคนรุ่นใหม่ที่เกิดในยุคดิจิทัล ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีและดิจิทัลคอนเทนต์ ในแวดวงการศึกษาก็คือ นักเรียนที่คุ้นเคยรู้จักอินเตอร์เน็ตมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก เริ่มใช้และเข้าใจเทคโนโลยีตั้งแต่อายุ 8-9 ขวบ มีเครือข่ายสังคมออนไลน์ ใช้อุปกรณ์สื่อสารเป็นสื่อหลักในการค้นหา ค้นคว้า บันทึก ใช้อีบุ๊กเป็นหนังสือ มีแอพพลิเคชั่นออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก กูเกิล แฮงก์เอาต์ ไลน์ ครบ

อาจารย์บัญญพนต์ ระบุว่า นักเรียนกลุ่มดิจิทัล เนทีฟส์ แม้จะดูเลื่อนลอยกับกิจกรรม แต่หากวิเคราะห์พฤติกรรมและผลการเรียนจากโครงงานต่างๆของนักเรียนกลุ่มนี้จะพบว่า เป็นตัวบ่งชี้ถึงพฤติกรรม ที่บอกได้ถึง “จุดเปลี่ยนของโลก” ได้เลย เพราะมีทักษะในการเข้าถึงและสืบค้นสื่อสารสนเทศได้ดีกว่ากลุ่มที่โตกว่า

ทักษะของประชากรกลุ่ม digital Natives ที่ติดตัวมาประกอบด้วย

1.Decomposition ลงลึกเพื่อวิเคราะห์ศึกษาความซับซ้อนของผลลัพธ์หรือปัญหา เด็กกลุ่มนี้สามารถเข้าใจว่า สื่อแต่ละตัว เครื่องมือแต่ละอย่างประกอบไปด้วยอะไร เพราะมีข้อมูลอ้างอิงที่สามารถสืบค้นได้

2.Pattern Recognition การมองรูปแบบของปัญหาหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เช่น การดูแนวโน้มเศรษฐกิจหรือหุ้น ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน เทียบกับปัจจุบัน เพื่อประเมินสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

3.Pattern Generalization การมองภาพรวม เพื่อนิยามสิ่งที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อย เช่น การบริหารเวลา ดิจิทัล เนทีฟส์ สามารถใช้กูเกิลแม็ปในการคำนวณระยะทางและเวลา เพื่อวางแผนในการเดินทางแต่ละครั้ง

4.Algorithm Design เป็นการออกแบบลำดับการทำงานที่สามารถนิยามปัญหา ตั้งวิธีการทำงานเดิมๆซ้ำๆในระบบงานเดิมๆ นักพัฒนาซอฟต์แวร์จะมีการลำดับขั้นตอนความคิดในการสร้างรูปแบบการทำงานให้สั้นที่สุด และเกิดผลลัพธ์ตามที่กำหนดไว้ในโปรแกรมหรือเกมเหมือนพ่อครัวที่ทำเมนูอาหารจานเดิมที่ขึ้นชื่อของร้านเป็นประจำ จึงเขียนสูตร สัดส่วน และกระบวนการไว้ให้ลูกมือสามารถทำตามสูตรที่กำหนดไว้

จาก ทักษะของประชากรดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น และ Smart Devices ที่ทยอยออกมาไม่ขาดสาย รวมทั้ง Education Technology หรือ EdTech ใหม่ๆ จะนำไปสู่การเรียนการสอนแบบ E-Learning และ M-Learning ที่ต้องใช้เครื่องมือสื่อสารทันสมัยในการเรียนการสอน ต่อไปจะห้ามนักเรียนพกเครื่องมือสื่อสารเข้าไปใช้ในห้องเรียนไม่ได้เลย

แม้แต่ “ห้องเรียนในอนาคต” ก็จะถูกเปลี่ยนไปเป็น Active Classroom ห้องเรียนที่ตื่นตัวตลอดเวลา และ Virtual Classroom ห้องเรียนเสมือนจริง

น่าสนใจจริงๆครับ คนเป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ผมแนะนำว่า ต้องไปหามาอ่านครับ เพราะนี่คือ การเปลี่ยนโลกการศึกษา ครั้งใหญ่ เลยทีเดียว.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้