วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หลังป้อมวิชัยประสิทธิ์

หลังป้อมวิชัยประสิทธิ์

  • Share:

ร้านกาแฟร้านอาหารย่านท่าเตียน เป็นที่นิยมนั่งดูตะวันลับฟ้าของนักท่องเที่ยวฝรั่ง วันหนึ่งเพื่อนชวนไปนั่ง ให้ผมรำลึกความหลัง สองปีในกราบทหารเรือ หลังป้อมวิชัยประสิทธิ์ ปากคลองบางหลวง

ตอนนั้นยังไม่รู้ บริเวณที่ผมเคยอยู่ เป็นโรงพิมพ์ของหมอบรัดเลย์ รู้แค่ว่า “กราบ” โรงเรือนที่นอน เป็นโรงเรียนที่ปลูกให้ทหารญี่ปุ่นพักแรมขณะมากู้ ร.ล.ศรีอยุธยา ที่ถูกระเบิดจม ในกบฏแมนฮัตตัน

ระหว่างงานประจำถางหญ้า ผมมองไปที่หลังวัดวัดกัลยาณมิตร เคยไปหา “ตรียัมปวาย” ขอให้ “ครู”ช่วยดูพระเครื่อง บ้านครูอยู่ในที่ราบลุ่มเป็นโคลน ต้องเดินบนสะพานไม้

หลังฝรั่งโปรตุเกส แนะสมเด็จพระไชยราชาฯ ให้ขุดคลองลัด ตัดตรงจากปากคลองบางกอกน้อย มาบางกอกใหญ่ กระแสน้ำพุ่งแรงทำให้คลองลัดเล็กๆ กลายเป็นแม่น้ำใหญ่

เส้นทางเรือเดิม เช้าเข้าปากคลองบางกอกใหญ่ ลัดเลาะลดเลี้ยว เข้าไปผ่านวัดแม่น้ำภาษีเจริญ ลึกเข้าไปๆ ถึงตลิ่งชัน ฯลฯ บางเชือกหนัง... กว่าจะมาออกปากคลองบางกอกน้อย ก็ค่ำ

มีเรื่องเล่า ใครสักคนหุงข้าวตอนเช้า ลืมหม้อข้าวไว้ปากคลองบางกอกใหญ่ นึกขึ้นได้ตอนค่ำ ปากคลองบางกอกน้อย เดินเท้าไปเอาหม้อข้าว ใช้เวลานิดเดียว

เมื่อคลองลัด เชื่อมสองคลองเป็นแม่น้ำ แม่น้ำเดิม คือบางกอกใหญ่ และบางกอกน้อย ก็ค่อยๆเล็กลงๆ แถวๆวัดกัลยาณ์ เป็นที่งอกปากแม่น้ำทั้งนั้น

ปากคลองบางกอกใหญ่เดิมถูกเรียก “คลองบางหลวง” น.อ.สวัสดิ์ จันทนี ครูใหญ่ของทหารเรือ เขียนไว้ในนิทานชาวไร่..ว่า คำ “บางหลวง” ได้มาจากชื่อ “คลองลัดหลวง”

เมื่อคลองลัดหลวง รุกปากคลองบางกอกใหญ่...ไปเสียแล้ว คลองบางกอกใหญ่จริง จะเริ่มตรงไหน..

รวมความ เมื่อฝรั่งโปรตุเกสแนะให้ขุดคลองลัด ตัดตรง กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยากว้างใหญ่ (หน้าศิริราช ท่าพระจันทร์) เดินเรือถึงกรุงศรีอยุธยาได้ง่ายๆ

แต่พอถึงสมัยพระนารายณ์ เลือกฝรั่งตั้งเป็นเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ กลับเห็นว่า แม่น้ำเจ้าพระยาตรงและกว้าง เปิดช่องให้เรือข้าศึก รุกประชิดติดอยุธยาได้เร็วขึ้น

ป้อมวิชาเยนทร์ ก็ถูกสร้างกว้างใหญ่ คร่อมสองฟากแม่น้ำ มีทหารฝรั่งเศสเต็มป้อมพร้อมปืนเล็กใหญ่ มีสายโซ่ใหญ่ขึงกั้นกันไม่ให้เรือข้าศึกเข้า

การเมืองพลิกผัน ช่วงผลัดแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ กับแผ่นดินพระเพทราชา เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ถูกฆ่า ทหารในป้อมก็ทำท่าจะเป็นศัตรู มีเรื่องต้องรบไล่ฆ่าฟันกัน

มาถึงสมัยกบฏมักกะสัน หนีการปราบจากอยุธยา ก็ต้องปะทะทหารที่ป้อม รบกันดุเดือดเลือดพล่าน ทั้งสองฝ่ายล้มตายเป็นเบือ

ที่จริง มีฉากรบอีกหลายฉาก แต่เอาเท่าที่จำได้ ตอนเป็นทหาร ผมไม่เคยอ่านประวัติศาสตร์โชกเลือดของป้อม จึงนอนหลับฝันดี จนเมื่อใกล้พ้นเกณฑ์ ได้อ่านหนังสือ ใครฆ่าพระเจ้ากรุงธนฯ

หลวงวิจิตรเขียนแบบนิยาย ให้ “ผี”มาจับมือ เล่าเรื่องให้เข้าใจว่า รัชกาลที่ 1 ท่านก็รักและนับถือพระเจ้าตาก ยึดอำนาจไว้แล้ว ก็ไม่ฆ่าฟันกัน วางอุบายฆ่าคนหน้าเหมือน “แทน”

อ่านถึงตอนประหาร หลังป้อมวิชัยประสิทธิ์ ผมก็นึกถึงศาลเล็กๆ บนมุมหัวเลี้ยว จากกราบทหาร ผ่านหน้ากองทัพเรือไปกรมอุทกศาสตร์ ใกล้ศาลตอนนั้น (พ.ศ.2509-2511) เป็นกองขยะ หมาก็เยี่ยว คนก็เยี่ยว

พอนึกขึ้นได้ บริเวณศาลคงเคยเป็นที่ประหารใครสักคน แล้วก็ขนลุก กลัวขึ้นมา ผ่านกองขยะ ไม่เคยแวะเข้าไปใช้บริการอีกเลย

เคยฟังเรื่องผีตายโหงเฮี้ยน ดุร้าย ที่ดินไม่กี่ไร่ที่พวกผมอยู่เป็นแรมปี..มีคนฆ่าฟันกันตายนับไม่ถ้วน ถ้าผีมีจริง ทหารน่าจะเจอผีบ้าง เคราะห์ดี ที่ไม่เคยเจอ..ผมก็หวังว่า ทหารที่อยู่ต่อไปก็คงไม่เคยเจอ.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้