วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไม่ว่าแบบไหนก็ “คนนอก”

ไม่ว่าแบบไหนก็ “คนนอก”

  • Share:

แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเรื่องการเขียนรัฐธรรมนูญ ให้ตรงกับผลการออกเสียงประชามติแล้วก็ตาม แต่คำวินิจฉัยก็สร้างความสับสน ตีความไปคนละทิศละทาง เช่น ประเด็นที่ว่า ส.ว.มีสิทธิร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีในรอบไหน แม้แต่ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ซึ่งเป็นนักกฎหมายระดับปรมาจารย์ ก็ยังงงๆว่า ส.ว.เสนอชื่อนายกฯได้หรือไม่?

คำวินิจฉัยระบุว่าให้ ส.ส.เป็นผู้เสนอชื่อผู้ที่สมควรเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี จากบัญชีของพรรคการเมืองและให้ที่ประชุมรัฐสภา คือ ส.ส.กับ ส.ว.เลือก แต่ถ้ายังเลือกไม่ได้ ให้ ส.ส.กับ ส.ว.เข้าชื่อกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง เสนอให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมเพื่อลงมติยกเว้นให้เสนอ “คนนอก” เป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่ต้องได้คะแนนเสียงถึง 2 ใน 3

ถ้าทั้งสองสภามีมติด้วยคะแนน เสียง 2 ใน 3 คือ 500 เสียงขึ้นไป ให้ยกเว้นไม่ต้องเสนอชื่อนายกฯ จากบัญชีของพรรคได้ การเลือกนายกฯรอบที่ 2 จึงจะเริ่มต้นและเป็นทางให้ “นายกฯคนนอก” ผู้ที่ได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง หรือ 376 ขึ้นไป เป็นผู้ชนะคำวินิจฉัย ระบุว่าที่ประชุมร่วมรัฐสภา เป็นองค์กรที่มีบทบาทร่วมในกระบวนการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรี

จากคำวินิจฉัยนี้ทำให้ ส.ว. 250 คนที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช.ร่วมเลือกนายกฯตั้งแต่รอบแรก นักวิจารณ์การเมืองส่วนใหญ่จึงฟันธงว่า “นายกฯคนนอก” แน่นอน โดยเฉพาะ “คนนอก” ที่มี ส.ว. 250 เสียงในมือ อาจเป็นพรรคใหญ่ที่สุดในรัฐสภา สกัดกั้นไม่ให้ผู้ชิงนายกฯจากบัญชีพรรค ไม่ให้มีโอกาส เพราะต้องใช้เสียงถึง 376 ขึ้นไป

เป็นการตอกย้ำคำกล่าวของนักรัฐศาสตร์ชื่อดังท่านหนึ่ง ซึ่งพูดไว้เกือบ 30 ปี มาแล้วว่าบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญ อาจสำคัญกว่าบทถาวร เพราะบทเฉพาะกาลเป็นเครื่องชี้อนาคตการเมืองไทย จะเป็นประชาธิปไตยเต็มใบหรือครึ่งใบ ทั้งยังเป็นเครื่องชี้ด้วยว่าคณะผู้จัดทำรัฐธรรมนูญ ต้องการให้ใครเป็นนายกฯ เพียงแต่ไม่ได้ระบุชื่อให้ชัดๆ

ถึงแม้จะตีความคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่างกัน แต่นักวิเคราะห์การเมืองส่วนใหญ่ฟันธงตรงกันอย่างหนึ่งว่า “นายกฯคนนอก” ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อดูกติกาการเสนอขอยกเว้น เพื่อเปิดทางให้คนนอกเป็นนายกฯจะต้องใช้เสียงของสองสภาถึง 2 ใน 3 คือ 500 เสียงขึ้นไป น่าจะไม่ใช่เรื่องหมูๆ เพราะจะต้องล็อบบี้ทั้ง ส.ส. และ ส.ว.เกือบทั้งสภา

หนทางสู่นายกฯคนนอก จึงอาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป และอันที่จริง แม้ในรอบแรกผู้ที่มีชื่อในบัญชีของพรรคต่างๆ (ซึ่งอาจจะมีถึง 40 พรรค และ 120 ชื่อ) คนใดคนหนึ่งได้รับเลือกเป็นนายกฯ ก็อาจจะยังเป็น “คนนอก” อยู่ดี ถ้าไม่ได้เป็น ส.ส. และจะเป็นนายกฯที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ไม่เคยหาเสียง ไม่มีสัญญาหรือพันธะกับประชาชน.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้