วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'วัชระ' ร้อง กกต. ฟันอาญา 'เรืองไกร-ธาริต' ให้การเท็จ

'วัชระ' ร้อง กกต. ฟันอาญา 'เรืองไกร-ธาริต' ให้การเท็จ

  • Share:

"วัชระ" ร้อง กกต.เอาผิดอาญา "เรืองไกร-ธาริต" ฐานให้การเท็จ ปมกล่าวหาใช้ตำแหน่ง ส.ส.แทรกแซงการทำงานดีเอสไอ ช่วย "อภิสิทธิ์-สุเทพ"

เมื่อวันที่ 29 ก.ย.59 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตโฆษกกรรมาธิการงบประมาณ 2 สมัย เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อประธาน กกต. โดยมี นายอำนวย น้อยโสภา รอง ผอ.สำนักเลขานุการกกต.เป็นผู้รับเรื่อง

โดย นายวัชระ กล่าวว่า ขอให้ กกต.ดำเนินคดีอาญากับ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ที่ปรึกษากฎหมายพรรคเพื่อไทย และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ จากกรณีที่ นายเรืองไกร ร้องเรียนตน และนายศุภชัย ศรีหล้า อดีตประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองการสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชนสภาผู้แทนราษฎร ต่อ กกต.ว่า จงใจใช้สถานะของ ส.ส.ก้าวก่ายและแทรกแซงการทำหน้าที่ของนายธาริต ที่เรียก นายธาริต มาชี้แจงกรณีชายชุดดำหรือบุคคลที่มีการใช้อาวุธสงครามในการชุมนุมทางการเมือง ในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. 2553 โดยไม่มีมติของที่ประชุมซึ่งเป็นการให้การเท็จ เพราะการให้เชิญนายธาริต เป็นมติของกรรมาธิการพัฒนาการเมือง และในคณะกรรมาธิการดังกล่าวก็มี ส.ส.พรรคเพื่อไทยเป็นเสียงข้างมาก   

นายวัชระ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังให้การเท็จว่า ตนและนายศุภชัย พยายามแทรกแซงโดยมีเจตนาที่จะช่วยเหลือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ให้พ้นจากข้อกล่าวหาการดำเนินคดีของดีเอสไอ ขณะเดียวกัน นายเรืองไกร ยังมาให้การเท็จกับคณะกรรมการไต่สวนของ กกต.โดยประสงค์จะให้ กกต.ลงโทษตนและนายศุภชัย ว่า จงใจใช้สถานะของการเป็น ส.ส.ก้าวก่ายหรือแทรกแซงข้าราชการประจำ เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ 2550 มีโทษเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี แต่ กกต.ได้มีคำวินิจฉัยและส่งคำสั่งยกคำร้องมาให้ตนรับทราบ ซึ่งหมายความว่าคำร้องของทั้งสองคนนั้น ไม่มีมูลความจริงและการให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งตนเห็นว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 เนื่องจากเป็นการให้การด้วยข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานและตนได้รับความเสียหาย จึงขอให้ กกต.ดำเนินคดีอาญาอย่างเฉียบขาด.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้