วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปิดตลาดภาคเช้าหุ้นไทยพุ่ง 13.06 จุด คาดขานรับผลการประชุมโอเปก

หุ้นไทยปิดพุ่ง 13.06 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,492.64 จุด มูลค่าการซื้อขาย 21,716.23 ล้านบาท คาดทิศทางยังเป็นบวกต่อเนื่องขานรับผลการประชุมผู้ผลิตน้ำมัน ที่จะทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันที่ 29 ก.ย.59 ช่วงครึ่งวันเช้าพบว่า หุ้นไทยปิดบวก 13.06 จุด เปลี่ยนแปลง +0.88% ดัชนีอยู่ที่ 1,492.64 จุด มูลค่าการซื้อขาย 21,716.23 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ได้เข้าซื้อกิจการของโรงแรมปาร์คนายเลิศด้วยจำนวนเงิน 18,000 ล้านบาท เพื่อทำธุรกิจศูนย์สุขภาพแบบครบวงจร BDMS Wellness Clinic เป็นจำนวนประมาณ 2,000 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าลงทุนครั้งนี้ประมาณ 12,800 ล้านบาท

โดย BDMS ได้จ่ายเงินมัดจำตามสัญญาแล้วจำนวน 1,800 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะชำระในวันที่รับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประมาณไตรมาสที่ 2 ของปี 2560 นั้น ส่งผลให้หุ้นของ BDMS ในเช้าวันนี้ (29 ก.ย.) ปรับตัวลดลง 0.50 บาท อยู่ที่ 21.50 บาท จากวันก่อนหน้า (28 ก.ย.) ราคาอยู่ที่ 22 บาท

ทางด้าน นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (KTBST) ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (29 ก.ย.) ว่า ผลจากประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ ในทำนองที่ว่าธนาคารของสหรัฐฯ ยังแข็งแรงดี และกำหนดการขึ้นดอกเบี้ยยังไม่ตายตัว จึงมีการตีความของตลาดไปในทางบวก ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น น่าจะเป็นสัญญาณบวกมาจากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงดีอยู่

ขณะที่การประชุมระหว่างตัวแทนกลุ่ม OPEC และ Non-OPEC มีผลออกมาในทางที่เป็นบวกต่อตลาดหุ้นหลักๆ ในคืนที่ผ่านมา จนถึงตลาดเอเชียเช้านี้ด้วย ทั้งนี้ จากการที่กลุ่ม OPEC จะมีการคุมกำลังการผลิตไว้ที่ 32.5-33.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือลดลงประมาณ 2-7 แสนบาร์เรลต่อวัน (โดยหลักน่าจะเป็นประเทศซาอุฯ 4-5 แสนบาร์เรลต่อวัน) และจะมีการให้ความร่วมมือกันในการรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมัน ลดการแข่งขันด้านราคาลงไประดับหนึ่ง

ทั้งนี้ เราประเมินราคาน้ำมันดิบ จะวิ่งเข้าไปใกล้ระดับ $50 เหรียญ มากขึ้น ผลเป็นบวกต่อราคาน้ำมันดิบจะไม่มากนัก เพราะการลดกำลังการผลิตของกลุ่มยังไม่ชัดเจนว่าจะพร้อมใจกันลดหรือลดในบางประเทศ และจะลดกำลังการผลิตไปนานขนาดไหน ซึ่งอาจต้องรอไปถึงการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 30 พ.ย.นี้ ส่วนกรอบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน บล.KTBST ปรับจาก $40-50 เป็น $45-55 เหรียญต่อบาร์เรล

ส่วนปัจจัยในประเทศ การเพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุนของ รองนายกฯ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวประมาณ 3.2% จากที่ช่วงก่อนหน้านี้ เราเห็นการทยอยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ และการใส่เงินเข้ามาในระบบด้วยวิธีต่างๆ ที่เริ่มเห็นเป็นบวกบ้างแล้ว แต่ด้านการลงทุนหรือประมูลโครงการ น่าจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 4 มากกว่า นอกจากนี้ นักลงทุนมีพลิกกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยในวันที่ผ่านมา (net buy 767 ล้านบาท)

"ภาพรวมของตลาด บล.KTBST คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะได้อานิสงส์จากผลการประชุมผู้ผลิตน้ำมัน ที่จะทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น และภาวะเศรษฐกิจที่จะดีตามราคาน้ำมันที่จะยังคงอยู่ในระดับสูงไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ดัชนีฯ วันนี้ มีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นได้"

ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ แม้ว่าตลาดอาจจะเป็นบวก แต่เชื่อว่ากรอบการเคลื่อนไหวจำกัด นอกจากนี้ นักลงทุนจะรอดูปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของนักลงทุนต่างประเทศว่าจะซื้อต่อเนื่องหรือไม่ หรือผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ของบริษัทในตลาดที่กำลังเข้าสู่ช่วงของการทำ Preview จึงแนะนำเก็งกำไรช่วงสั้นกับหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น

ส่วนหุ้นขนาดใหญ่อื่นๆ ที่นักลงทุนต่างประเทศซื้อมากในช่วงที่ผ่านมา เราแนะให้ลดการถือลงบ้างในหุ้นที่ไม่มีปัจจัยบวกหนุนราคาอยู่ และหุ้นที่เข้าลงทุนควรพิจารณาหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว หรือเป็นหุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำ (Defensive Stock) หุ้นที่น่าสนใจ PTTEP, CPN, SPALI , GLOBAL มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,472-1,494 จุด

หุ้นไทยปิดพุ่ง 13.06 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,492.64 จุด มูลค่าการซื้อขาย 21,716.23 ล้านบาท คาดทิศทางยังเป็นบวกต่อเนื่องขานรับผลการประชุมผู้ผลิตน้ำมัน ที่จะทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น 29 ก.ย. 2559 12:51 ไทยรัฐ