วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เศรษฐกิจไทยทางสามแพร่ง “ทนง” เตือนจับตาปัจจัยลบเข้าคิวถล่มรัฐบาล

“ทนง” ย้ำชัดเศรษฐกิจไทยเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยลบของเศรษฐกิจโลก 3 ประการ “สมคิด” คุยลั่นทุ่ง จีดีพีปีนี้โตแตะ 3.2% ด้าน “เวิลด์ อีโคโนมิกส์ ฟอรั่ม” ปรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยดีขึ้น 14 อันดับจาก 27 ขึ้นสู่อันดับที่ 13 ของโลก

นายทนง พิทยะ อดีต รมว.คลัง กล่าวในงานเสวนา “ทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2017” ซึ่งจัดโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทาลีส ว่า ขณะนี้เศรษฐกิจโลกกำลังเดินมา ถึงทาง 3 แพร่ง ที่ยังไม่รู้ว่าจะไปทางไหน ทางแรก คือ 1.เศรษฐกิจที่จะพยุงตัวหรือขยายตัวขึ้นมาได้จากการโตของเศรษฐกิจเอเชีย จีน และอินเดีย ที่ จะช่วยพยุงเศรษฐกิจทั้งโลก อีกทางคือ 2.เศรษฐกิจที่ฝืดเคืองหรือถดถอยลงเหวหากเศรษฐกิจของภูมิภาคเหล่านี้โตไม่ทันหรือไม่สามารถพยุงทั้งโลกได้ เช่น หากเศรษฐกิจจีนยังคงเติบโตลดลง และ 3.คือ สถาบันการเงินยุโรปยังมีปัญหาและการแก้ปัญหาเศรษฐกิจบางประเทศในยุโรปยังไม่แล้วเสร็จ ปัญหาอาจปะทุขึ้นใหม่ได้ แถมยังมามี ประเทศเจ้าภาพอย่างอังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปด้วย

“ปัจจัยเสี่ยงที่สุดของโลกตอนนี้คือ แต่ละประเทศยังแก้ปัญหาของตัวเองไม่ได้ ประเทศที่พัฒนาแล้ว จีน ยุโรป ญี่ปุ่น อเมริกา ก็ยังไม่สามารถผลักดันให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโตได้ดี ปี 60 ก็จะเกิดภาวะเงินฝืดในแต่ละประเทศ ซึ่งก็จะกระทบประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างอาเซียนทำให้การส่งออกมีปัญหา โดยการตัดสินใจของสหรัฐฯจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ เป็นเครื่องชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นขึ้นแน่นอนหรือยัง แต่ที่ยังไม่ตัดสินใจก็แปลว่า ยังไม่แน่ใจ สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยเสี่ยงมาก ขณะที่การคุกรุ่นของประเทศในตะวันออกกลาง การสู้รบอาจปะทุขึ้นถึงจะยังไม่มีสงคราม เพียงแต่จะ ทำให้นักลงทุนไม่กล้าที่จะลงทุนเพิ่ม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้นักลงทุนเกิดความระวังตลอดเวลาถ้ารุนแรงขึ้นก็น่ากลัว ดังนั้นเศรษฐกิจโลกมีโอกาสที่จะเกิดภาวะถดถอย แต่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร”

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตได้ถึง 3.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) อย่างแน่นอน จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 3% ซึ่งถือเป็นอัตราที่น่าพอใจแล้ว และไม่จำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก ส่วนกรณีที่ World Economic Forum (WEF) จัดทำดัชนีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index : GCI) ประจำปี 2016 โดยปีนี้ ไทยถูกปรับตกลงมา 2 อันดับ จากเดิม 34 มาอยู่ อันดับที่ 32 เนื่องจากประเด็นเรื่องการศึกษาของไทยยังไม่ดีขึ้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญของประเทศที่ต้องใช้เวลาในการปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้น จึงเป็นต้นเหตุที่ฉุดการสำรวจครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในรายละเอียดของการจัดอันดับในครั้งนี้ ตนถือว่า เป็นเรื่องที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง เพราะแม้อันดับจะตกลง แต่คะแนนยังเท่าเดิม และเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งถือเป็นคู่แข่งทางด้านเศรษฐกิจพบว่าอันดับของไทยยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยมาเลเซียตกลงมา 7 อันดับ ฟิลิปปินส์ตกลงมา 10 อันดับ อินโดนีเซียตกลงมา 4 อันดับ เวียดนามตกลงมา 4 อันดับ และลาวตกลงมาถึง 10 อันดับ

“จุดที่น่าสังเกตคือ คะแนนภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่ขยับขึ้นมาเป็นอันดับที่ 13 จากปีก่อนอยู่ที่ 27 ดีขึ้นถึง 14 อันดับ ถือว่าน่าพอใจอย่างมากแต่หลังจากนี้ยังต้องพยายามกันต่อไป ส่วนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่อันดับตกลงมาเล็กน้อย เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาการใช้เงินลงทุนยังมีไม่มาก แต่ปีหน้าจะดีขึ้นอย่างแน่นอน”

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยในเวทีการค้าโลกจากทั้งหมด 138 ประเทศมาอยู่อันดับที่ 34 ในปีนี้ จากปีที่แล้วอยู่ที่อันดับ 32 ด้วยคะแนน 4.6 จากเต็ม 7 คะแนน ว่า หากเปรียบกับประเทศ ในอาเซียนของไทยถือว่ายังตกน้อย ขณะที่ของมาเลเซียตกไป 7 อันดับ และเวียดนาม 4 อันดับ

สำหรับอันดับของไทยที่ลดลงเกิดจากประเด็น ที่ใช้ในการพิจารณาอันดับขีดความสามารถของไทย มีอันดับลดลงในหลายประเด็น โดยในด้านสุขภาพและการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไทยตกลง 5 อันดับ ความพร้อมในด้านเทคโนโลยีและสาธารณูปโภค ตกลง 5 อันดับ อาจเป็นเพราะสาเหตุการได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน และยังไม่มีการอัพเดทข้อมูล ซึ่งที่ผ่านมาไทยมีการลงทุนและให้ความสำคัญต่อนวัตกรรมและการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการพัฒนาที่เน้นระดับอุดมศึกษา ส่วนประเด็นที่ดีขึ้นคือ เศรษฐกิจมหภาค จากการใช้จ่ายของภาครัฐ การส่งเสริมการออมให้มากขึ้น คุณภาพทาง การศึกษา และการปรับปรุงในด้านนำนวัตกรรมมาใช้ ซึ่งส่วนนี้ดีขึ้นถึง 3 อันดับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 10 อันดับประเทศในโลกที่มีความสามารถในการแข่งขันมากที่สุดประจำปี 59-60 ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี สวีเดน สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น ฮ่องกง และฟินแลนด์.

“ทนง” ย้ำชัดเศรษฐกิจไทยเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยลบของเศรษฐกิจโลก 3 ประการ “สมคิด” คุยลั่นทุ่ง จีดีพีปีนี้โตแตะ 3.2% ด้าน “เวิลด์ อีโคโนมิกส์ ฟอรั่ม” ปรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยดีขึ้น 14 อันดับจาก 27 ขึ้นสู่อันดับที่ 13 ของโลก 29 ก.ย. 2559 05:01 ไทยรัฐ