วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เก่งพ่วงเฮงอีกด้วย

บรรยากาศหวิวๆ นับถอยหลังวันเกษียณสิ้นเดือนนี้

ตามฉากที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม

คณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ประจำเดือนกันยายน โดยก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เชิญปลัดกระทรวงที่ครบเกษียณอายุราชการในปีนี้ จำนวน 15 คน ถ่ายรูปบน

ตึกไทยคู่ฟ้าเป็นที่ระลึก ซึ่งรวมถึง “บิ๊กติ๊ก” พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชายด้วย

ถือเป็นการแสดงความขอบคุณบิ๊กข้าราชการที่ช่วยงานรัฐบาล คสช.มา 2–3 ปี

ขณะเดียวกันก็เป็นอะไรที่สังเกตว่า ระยะนี้รัฐบาล “บิ๊กตู่” มีจังหวะเขย่าวงการข้าราชการแรงๆ

ไม่ว่าจะเป็นรายการเปิดให้บริษัทประกันภัยเข้ามาบริหารจัดการ ควบคุมระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ ล้างระบบใหม่ทั้งหมด

เล่นเอาพวกอยู่ในข่ายได้สิทธิรักษาฟรีใจแป้วไปตามๆกัน

ต่อเนื่องกับยุทธการไล่เช็กบิลข้าราชการที่มีเอี่ยวขบวนการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ที่พบว่ามีข้าราชการระดับปฏิบัติการขององค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อ.ต.ก.)เข้าไปเกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างเตรียมเสนอคดีประมาณ 600 ถึง 800 คดี

ถึงขั้นที่พวกถูกขึ้นบัญชีร่วมชดใช้ค่าเสียหายมหาศาล ขู่บอยคอตรัฐบาล

หรือแม้แต่การส่ง “เสธ.ไก่อู” พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปนั่งรักษาการตำแหน่งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์

กระตุกคลื่นใต้น้ำ ยั่วอาการต่อต้านจากข้าราชการกรมกร๊วก

2–3 คิวติดกันที่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ เดินหน้ากระตุกแรงกระเพื่อมในหมู่ข้าราชการ ที่เปรียบเปรยกันว่าเป็นพรรคใหญ่สุดของประเทศไทย รัฐบาลจากการเลือกตั้งไม่ค่อยกล้าวอแวด้วย

ถึงคราวซวยอาจถึงขั้นทำให้รัฐบาลพลิกคว่ำพลิกหงายได้เลย

แต่อย่างว่า นาทีนี้ “นายกฯลุงตู่” ไม่มีแหยงอะไรง่ายๆอยู่แล้ว เพราะลำพังไม่ใช่แค่มีเกราะกำบังอำนาจพิเศษเท่านั้น

โดยสถานการณ์ของกระแสความนิยมต้นทุนหน้าตักก็อยู่ในระดับที่รับประกันความปลอดภัยได้ ประชาชนส่วนใหญ่เป็นกำแพงให้พิง

ยิ่งเป็นอะไรที่เจ้าตัวก็ไม่ใช่พวกบุ่มบ่ามย่ามใจในอำนาจ

แบบที่เห็นอาการดุๆเข้มๆ สลับกับมุกฮาๆ ยืดได้หดได้ มีอ่อนสลับแข็ง

“นายกฯลุงตู่” รู้จังหวะผ่อนสถานการณ์ไม่ให้ตึงหรือหย่อนเกินไป

ประกอบกับสถานการณ์ที่เหมือนจะเป็นใจ นานๆไปอะไรก็เข้ารูปเข้ารอยโดยอัตโนมัติ

แม้แต่โจทย์ยากสุดตามฟอร์มของรัฐบาลทหาร สถานการณ์ลำบาก ในเงื่อนไขด้านเศรษฐกิจที่เจอกับแรงกดดันอย่างหนักทั้งภายในและภายนอกประเทศ

แทบจะติดล็อก ขยับไม่ออกเลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ตาม โดยรูปการณ์ที่เอาตัวรอดเฉพาะหน้าไปได้แบบวันต่อวัน เดือนต่อเดือน ปีต่อปี มาถึงตรงนี้เศรษฐกิจประเทศไทยก็ยังหมุนไปได้

แบบที่รัฐบาลทหารไม่มี “จุดขาย” ไร้เครดิตความเชื่อมั่นในเชิงบริหาร

แต่ก็มีมุมทดแทนแบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ไป “การันตี” กับเวทีโลกได้ ในเชิงศักยภาพทางด้านความมั่นคง รัฐบาล คสช.สามารถคุมสถานการณ์ให้ประเทศไทยสงบ ไร้ความวุ่นวายทางการเมือง

ธุรกิจการค้าก็เดินหน้าต่อไป ทำมาค้าขายกันได้อย่างปกติ

และนั่นก็สะท้อนได้จากสถานการณ์ตัวเลขการส่งออก ล่าสุดดีดกลับมาเป็นบวก

ขณะที่สถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวที่กำลังระส่ำจากการกวาดล้าง “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ตามสัญญาณที่รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ขอความร่วมมือ ทำให้สะเทือนตัวเลขรายได้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

ซึ่งก็แค่ระยะสั้นๆ เพราะ “นายกฯลุงตู่” สั่งแล้วให้รีบเคลียร์ไวๆ

และถึงเวลาก็เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาเองโดยอัตโนมัติ เพราะชัยภูมิที่ตั้งของประเทศไทยได้เปรียบประเทศอื่นในภูมิภาคใกล้เคียง เส้นทางการบินก็เป็นระยะเหมาะเจาะพอดี ไม่ใกล้ไม่ไกลสำหรับนักท่องเที่ยวจากยุโรป หรือกลุ่มทัวร์จากประเทศเอเชียทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลี

สรุปตามที่ไล่เลียงมานี้ ด้วยยุทธศาสตร์ที่เขี้ยวบวกกับสถานการณ์ที่เข้าทางโดยอัตโนมัติ

เป็นแรงส่งให้ “นายกฯลุงตู่” จัดอยู่ในฟอร์มของผู้นำที่ครบเครื่อง

เก่งไม่พอ มีเฮงแถมอีกด้วย.

ทีมข่าวการเมือง

29 ก.ย. 2559 00:30 ไทยรัฐ