วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"ตำรวจฟุตบอล" (2)

(ต่อจากเมื่อวาน)

รวมไปถึงตัวเชื่อม หรือสาย ก็จะให้ข้อมูลมาว่า แฟนจะตรงมาสนามเลย หรือแวะเข้าไปดื่มด่ำบรรยากาศกลางเมืองก่อน
นอกจากนั้น นักสืบ (สาย) ก็อาจจะกระซิบบอกว่า ให้จับตาดูใครเป็นพิเศษ แฟนบอลคนไหนน่าจะแตกแถว

จากนั้นแต่ละแมตช์ ตำรวจจะแบ่งเกรด ความเสี่ยงในการทำงานออกเป็น 4 ระดับ

ระดับแรก : แมตช์มีความเสี่ยงที่จะเกิดความวุ่นวายน้อย แฟนบอลไม่มีประวัติเสียหาย ไม่ใช่คู่อริกัน และผู้ชมนิดหน่อย หลักร้อย หลักไม่กี่พัน ลีกล่างๆ ก็ใช้ตำรวจไม่ต้องเยอะ และไม่ต้องอยู่ในสนามก็ได้ ปล่อยให้การ์ด / ซีเคียวริตี้ แต่ละสโมสรทำหน้าที่ไป

ระดับสอง : เสี่ยงปานกลาง อาจใช้ตำรวจสัก 50 นาย

ระดับสาม : มีความเสี่ยงสูง ก็ยุ่งแล้ว ตำรวจอาจต้องใช้มากถึง 150 นาย

ระดับสี่ : มีความเสี่ยงอย่างแรง อย่างเกมแมนฯยูฯ-แมนฯซิตี้ หรือสเปอร์ส-อาร์เซนอล ก็ต้องใช้ตำรวจเป็น 200-300 นาย นั่นแหละ

ซึ่งการแบ่งเกรด นี่ก็ปรับเปลี่ยนขั้นได้อีก โดยอาจดูปัจจัยอื่น อย่างเวลาเริ่มเตะ ถ้าคู่เดือดๆ ไปเตะดึก ก็ยิ่งเป็นปัญหา เตะซะกลางวัน ก็อาจจะลดระดับความเสี่ยงลง

การยกตัวอย่างยอดตำรวจนี่ ถ้าเป็น 150 นาย ก็ไม่ใช่ว่าไปอยู่ที่สนามซะหมดนะครับ มันเหมือนจะทำสงครามมากกว่า
จริงๆแล้ว อาจอยู่แถวสนามแค่ 50 นาย และที่เหลือ กระจายตัวไปตามจุดต่างๆ กลางเมือง, สถานีรถไฟใต้ดิน กระจายกำลังกัน ดูแล้วอุ่นใจดี (ย้ำ...เป็นหน้าที่ของตำรวจนะครับ ไม่ใช่สโมสร)

ในสนาม ห้องคอนโทรล ที่มีกล้องคอยดูพฤติกรรมแฟนบอลรอบสนาม ตำรวจกับเจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยของสโมสร จะนั่งเคียงข้างกัน ทำงานร่วมกัน คนหลังเป็นคนสั่งการ แต่ถ้ามันมีเหตุการณ์วุ่นวาย รุนแรง ก็จะขอให้ตำรวจ สั่งพวกเดียวกันไปช่วยงานสจ๊วร์ต (พวกใส่เสื้อกั๊กสีแจ๊ดๆในสนาม อย่างสีส้ม) ที่สโมสรจ้างมาคอยควบคุมแฟนบอล
ยังไงก็อยากจะฝากถึงท่านสมยศ นายกสมาคมฟุตบอลด้วยแล้วกันครับ ท่านเคยเป็นถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ย่อมมีพวก มีลูกน้องอยู่ในกรมตำรวจเยอะ ลองดูสิจะปรึกษา ตั้งหน่วยเฉพาะกิจดูแลการควบคุมแมตช์ฟุตบอลเหมือนอังกฤษเค้าทำได้หรือไม่

ช่วยกันพัฒนาวงการฟุตบอลไทยครับ ไม่ใช่เอาแต่รอหักตังค์ รอสั่งแบนแบบเลือกปฏิบัติ

ทีมนี้ เอาพอขำๆ

ทีมนั้น ต้องเอาให้หนัก (เสมอ)

“ลิตเติ้ลโจ” สุรศักดิ์ มากทวี

บี บางปะกง

29 ก.ย. 2559 00:27 ไทยรัฐ