วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีเบตว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ ว่าที่นายกฯไทยควรเอาอย่าง

การ “ดีเบต” รอบแรก ระหว่าง นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครพรรคเดโมแครต กับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครพรรครีพับลิกัน ในการชิงเก้าอี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อเช้าวันอังคาร และมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น/โออาร์ซี ได้สำรวจผู้ชมหลังการดีเบต ผลปรากฏว่า นางฮิลลารี คลินตัน ชนะ นายโดนัลด์ ทรัมป์ แบบขาดลอยด้วย คะแนน 62% ต่อ 27% จากการประชันวิสัยทัศน์และนโยบายเป็นเวลา 90 นาที

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะมีขึ้นในวันที่ 8 เดือนพฤศจิกายนปีนี้ ทั้งคู่ยังต้องขึ้นเวทีดีเบตแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายกันอีก 2 ครั้งก่อนการเลือกตั้ง

ผมดูการถ่ายทอดสดแล้ว ทั้ง บุคลิก หน้าตา การพูดจา กิริยาท่าทาง นโยบาย ผมอยากฟันธงล่วงหน้าแบบไม่กลัวหน้าแตกว่า นางฮิลลารี คลินตัน จะชนะการเลือกตั้งได้เป็น ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐฯ อย่างแน่นอน แม้ว่าเธอจะไม่ใช่ผู้นำที่ดีที่สุด จากข้อมูลต่างๆที่มีการเปิดเผยออกมา แต่เธอก็ดีกว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ไม่รู้ว่า ประชาธิปไตยสหรัฐฯเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เมื่อ ชาวอเมริกันจำเป็นต้องเลือกคนที่ไม่ดีน้อยกว่า แบบที่คนไทยเจอแล้วเจออีก

จากการสำรวจของ แกลลอพโพล ก่อนการดีเบต พบว่า มีชาวอเมริกันเพียง 69% ที่บอกว่าจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดี ลดลง 7% จากการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2555

ในจำนวน 69% นี้ มีประชาชนอายุ 18-34 ปี ตั้งใจจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพียง 47% ลดลงจาก 58% เมื่อปี 2555 ส่วนประชาชนอายุ 35-54 ปี ตั้งใจจะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 72% ลดลงจาก 79% และประชาชนอายุ 55-82 ปี ตั้งใจจะไปเลือกตั้งมากที่สุด 82% แต่ก็ลดลงจากครั้งก่อน 1%

แต่ไม่ว่าผลการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯจะออกมาอย่างไร คนอเมริกันก็ยังดีกว่าคนไทย ได้รู้ว่า “ใคร?” คือคนที่จะมาเป็น “ผู้นำประเทศ” ของเขา มีวิสัยทัศน์อย่างไร มีนโยบายอย่างไร มีความรู้ความสามารถแค่ไหน ซึ่งสามารถเห็นได้จากการ “ดีเบต” บนเวทีสดๆถึง 3 ครั้งก่อนการเลือกตั้ง และถ่ายทอดสดให้ชาวอเมริกันได้ชมกันทั่วประเทศก่อนการตัดสินใจ

ในขณะที่ รัฐธรรมนูญใหม่ฉบับปฏิรูปของไทย ที่ผ่านมาลงประชามติมาแล้ว ไม่รู้ปฏิรูปแบบไหน เพราะคนไทยจะไม่มีโอกาสรู้เลยว่า “ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี” แม้รัฐธรรมนูญใหม่จะเขียนไว้ว่า พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง จะต้องส่งรายชื่อ “บุคคลที่พรรคจะเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี 3 คน” ไปให้ กกต.ทราบล่วงหน้า เพื่อประกาศให้ประชาชนทราบก่อนการหาเสียงเลือกตั้ง

แต่ในความเป็นจริง ประชาชนไม่มีโอกาสรู้เลยว่า “ใครคือเบอร์ 1” ที่แต่ละพรรคจะเสนอชื่อเข้าชิงนายกรัฐมนตรี จากรายชื่อที่มีอยู่ 3 คน เพราะตอนที่พรรคแจ้งรายชื่อกับ กกต.เพื่อประกาศให้ประชาชนทราบตามรัฐธรรมนูญ พรรคก็แจ้งแบบเหมาเข่งปลาทูว่ามีอยู่ 3 คนตามรายชื่อดังต่อไปนี้ เท่านั้น

แต่ไม่ได้บอกความจริงว่า รายชื่อ 3 คนที่เสนอ ใครคือตัวจริง ใครคือตัวสำรอง ใครคือตัวนอมินี สุดท้ายแล้ว คนไทยอาจจะได้ “นายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด” ที่มี “ผู้มีอำนาจตัวจริง” เชิดอยู่ข้างหลัง แทนที่จะได้นายกรัฐมนตรีตัวจริงเสียงจริงแบบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างที่เคยเจอกันมาแล้ว

การเลือก “นายกรัฐมนตรี” ของไทย ผมอยากให้มีการ “ดีเบต” เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำแบบเดียวกับสหรัฐฯ แม้รัฐธรรมนูญใหม่จะไม่เอื้ออำนวย แต่ถ้า ส.ส. ส.ว. 750 คน ในรัฐสภา มีจิตวิญญาณประชาธิปไตย รักชาติจริง ควรจะจัดให้ ผู้ที่พรรคการเมืองเสนอชื่อเป็นนายกฯดีเบตกันในสภา เลือกเฉพาะผู้ที่เป็นตัวเต็ง 2-3 คนก็ได้ เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคในรัฐธรรมนูญ แล้วจัดให้มีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนชม

อย่างน้อย ประชาชนเจ้าของอำนาจประชาธิปไตย จะได้รู้ว่า ว่าที่นายกรัฐมนตรี ของเขา มีวิสัยทัศน์ หน้าตา กิริยาท่าทาง สติปัญญาเก่งกาจแค่ไหน เป็นการ ปฏิรูปประชาธิปไตยไทย ไปอีกขั้น โดยไม่ต้องไปแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

28 ก.ย. 2559 14:17 28 ก.ย. 2559 14:17 ไทยรัฐ