วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
น้ำเหนือบวกน้ำฝน เจ้าพระยาระบาย 2 พันลบ.ม./วินาที ท้ายเขื่อนกระทบแน่

น้ำเหนือบวกน้ำฝน เจ้าพระยาระบาย 2 พันลบ.ม./วินาที ท้ายเขื่อนกระทบแน่

  • Share:

น้ำเหนือไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ต่อเนื่อง ประกอบกับอุตุฯ เตือนฝนตกหนักในภาคกลาง ช่วง 28 ก.ย.-2 ต.ค. จำเป็นต้องระบายทางท้ายเขื่อนในอัตรา 2,000 ลบ.ม./วินาที กระทบที่ลุ่มในพระนครศรีอยุธยา เตือนรีบยกของหนีขึ้นที่สูง...

วันที่ 28 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ กรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ได้คาดการณ์ปริมาณฝนในช่วงวันที่ 28 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2559 สภาพความกดอากาศต่ำจะเคลื่อนตัวขึ้นไปในบริเวณภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน จะทำให้ฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบน ใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา

ดังนั้น กรมชลประทานจึงคาดการณ์ปริมาณน้ำที่จะเกิดจากปริมาณฝนตามการคาดการณ์ดังกล่าว ที่สถานี C2 จังหวัดนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีค่าสูงสุดประมาณ 2,155 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังสูงสุดประมาณ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมที่จะเข้าเขื่อนเจ้าพระยา 2,555 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 6 ตุลาคม 2559 ทำให้ในระยะนี้ต้องมีการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นลำดับ โดยกรมชลประทานได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการดำเนินการ สถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบัน 50-70 เซนติเมตร

นายฎรงค์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 กล่าวว่า เมื่อเวลา 12.00 น. ของวันนี้ ที่ 28 ก.ย. 2559 ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ที่ 16.70 ม.รทก. เกินระดับเก็บกักไปประมาณ 20 เซนติเมตร ซึ่งปกติอยู่ที่ระดับ 16.50 ม.รทก. โดยจะทำการพร่องน้ำเพื่อรอรับน้ำเหนือโดยรักษาระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.50 ม.รทก. ขณะนี้ระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 14.62 ม.รทก. มีอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 1,911 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะเพิ่มปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาตามลำดับจนถึง 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้นจากเดิม กระทบต่อผู้อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะใน อ.เสนา อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 50-70 เซนติเมตร สำหรับตัวเมืองของแต่ละจังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ไม่ส่งผลกระทบ

"ระดับน้ำดังกล่าวนั้น ทางเขื่อนเจ้าพระยาจะทำการคงอัตราการระบายไว้ตามที่กำหนด และตรึงระดับน้ำเหนือเขื่อนไว้ที่ 16.70 ม.รทก. แต่ทางท้ายเขื่อนต้องส่งผลกระทบอย่างแน่นอน จึงอยากให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากต้องการความช่วยเหลือเบื้องต้นต้องแจ้งไปยังหน่วยงานท้องถิ่น เทศบาล ตำบล อำเภอ ที่ใกล้บ้านได้เลย ทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งเข้าทำการช่วยเหลือก่อนทันที เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และที่สำคัญควรยกของขึ้นสู่ที่สูง อย่าลังเลว่าจะน้ำท่วมหรือไม่ท่วม ใช้สติไตร่ตรอง เพราะถ้าหากตลิ่งเกิดทรุด และพังตัวลง น้ำจะไหลเข้าทันที ไม่มีเวลาให้คิดเหมือนตอนนี้" ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 กล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้