วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นโยบายท่องเที่ยวไทย

เป็นที่ทราบกันดีว่า รายได้เข้าประเทศไทย ที่เป็นกอบเป็นกำ ในเวลานี้คือ รายได้จากการท่องเที่ยว ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าเอาไว้ที่ ประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 2.2 ล้านล้านบาท โดยรัฐบาลได้ทำเป็นนโยบายหลักมอบหมายให้รองนายกฯ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร กำกับดูแลนโยบายการท่องเที่ยวของประเทศไทย ร่วมกับ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ที่จะเดินหน้านำนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางเอาไว้

การโรดโชว์ท่องเที่ยวไทยจึงเป็นภารกิจสำคัญ โดยเฉพาะ การจัดงานกิจกรรมการท่องเที่ยวระดับโลก ในโซนต่างๆ ที่ล่าสุดทั้งรองนายกฯ พล.อ.ธนะศักดิ์ และ รมว.การท่องเที่ยวฯ กอบกาญจน์ ได้เดินทางไปร่วมงานการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และที่ดานัง ประเทศเวียดนาม เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้เป้าหมายการท่องเที่ยวเป็นไปตามที่วางเอาไว้

ทั้งนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ได้พูดถึงภาพรวมของการท่องเที่ยวไทย ที่จะร่วมมือกับประเทศต่างๆเพื่อขยายตลาดการท่องเที่ยวให้กว้างขึ้น การร่วมมือกับญี่ปุ่น ที่จะจัดกิจกรรมต่างๆเป็นการแลกเปลี่ยนกันทั้งปี เช่น การนำเอาการแข่งขันซูโมมาแข่งขันในประเทศไทย กระตุ้นให้มีนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นเดินทางเข้ามาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น จาก 1.3 ล้านคน เป็น 1.4 ล้านคนอย่างน้อยเมื่อรวมจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆจำนวนนักท่องเที่ยวน่าจะเพิ่มขึ้นทั้งปีคาดว่าไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคน รายได้จากการท่องเที่ยวก็น่าจะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ไม่มีปัญหา

รองนายกฯได้เน้นความสำคัญของการร่วมมือในการท่องเที่ยว ความสำคัญอยู่ที่ความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ โดยการสร้างมาตรฐานการท่องเที่ยวที่ดีและถูกต้อง จึงไม่จำเป็นต้องอยู่ที่ปริมาณของ

นักท่องเที่ยว แต่อยู่ที่คุณภาพของนักท่องเที่ยว เรื่องของความปลอดภัยความสะดวกสบายจะต้องแก้ไขให้อยู่ในระดับมาตรฐานเช่นกัน

เช่นเดียวกับ รมว.การท่องเที่ยวฯ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร มองว่า ด้วยศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่ประเทศไทยมีพร้อมทุกด้าน อาทิ เลนจักรยานมีครบทุกจังหวัด มีสนามกอล์ฟกว่า 300 แห่ง มีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติเกือบจะทุกภาคของประเทศทั้งเก่าและใหม่ มีการจัดกิจกรรมต่างๆตลอดทั้งปีทั้งวัฒนธรรมประเพณีและการกีฬา จึงเชื่อว่าการท่องเที่ยวไทยจะทำรายได้เข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง

ที่ผ่านมา เนื่องจากญี่ปุ่นมีนักวิ่งมาราธอนเกือบ 25 ล้านคน ทำให้การจัดวิ่งมาราธอนแต่ละครั้งนักท่องเที่ยวนิยมเข้ามาร่วมการแข่งขันในประเทศไทย เช่นที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อเร็วๆนี้ มีนักวิ่งที่ เป็นชาวต่างชาติเข้าร่วมแข่งขันเกือบครึ่ง ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉพาะนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่น ร้อยละ 5.2 เข้ามาอยู่ในเมืองไทยนานขึ้นเฉลี่ย 7.7 วันต่อครั้ง และในจำนวนนี้ร้อยละ 70-80 มาเมืองไทยมากกว่า 1 ครั้ง การท่องเที่ยวจึงต้องมีการพัฒนาตลาดใหม่รองรับนักท่องเที่ยวที่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการจะเรียนรู้วิถีไทย วัฒนธรรมไทย กิจกรรมเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม ดังนั้น มวยไทย อาหารไทยจึงเป็นที่นิยม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้หญิงนิยมมาพักผ่อนที่เมืองไทย ร่วมกิจกรรมต่างๆและใช้เวลาในการดูแลตัวเองไม่ว่าจะเป็นสปาหรือการเสริมความงาม เป็นต้น

อนาคตการท่องเที่ยวไทยยังสดใสอีกนาน.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com 

28 ก.ย. 2559 12:30 28 ก.ย. 2559 12:30 ไทยรัฐ