วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไปพนมเปญมาครับ! ตะลึงในความเปลี่ยนแปลง

โดย ซูม

ผมแว่บไปกึ่งเที่ยวกึ่งตระเวนหาความรู้ และทำความรู้จักกับประเทศเพื่อนบ้านร่วมอาเซียนของเรามาอีก 1 ประเทศแล้วครับ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

คราวนี้เป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกับเราทางทิศตะวันออกไปจนถึงตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีความสัมพันธ์และประสบการณ์ทั้งรักทั้งชัง ทั้งหวาน และขมขื่น มาเป็นเวลายาวนานนับร้อยๆปี แต่ ณ บัดนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้นแล้วและดีมากๆเสียด้วย

ประเทศกัมพูชา หรือราชอาณาจักรกัมพูชานั่นเอง...เพื่อนบ้านในทิศนี้ของเราคงจะเป็นประเทศใดไหนอื่นไปมิได้

ผมใช้เวลา 4 วันเต็มๆ ในการนั่งรถตระเวนรอบกรุงพนมเปญหลายสิบรอบ แวะเยี่ยมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ถ้าไม่ครบก็เกือบครบ และยังมีโอกาสได้เข้าเยี่ยมคารวะพบปะสนทนากับรัฐมนตรีอีก 4 กระทรวง

ได้ข้อมูล ได้ข้อคิดเห็น ได้ประสบการณ์ รวมทั้งความสุขใจและความอบอวลด้วยไมตรีจิตมิตรภาพระหว่าง 2 ประเทศกลับมากระสอบใหญ่ๆ จนแทบไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเล่าอย่างไรดี

เอาเป็นว่า ใช้วิธีเล่าแบบเรื่อยๆไปเรียงๆ นึกอะไรออกและเห็นอะไรน่าสนใจก็เล่าไปเรื่อยๆก็แล้วกันนะครับ

ก่อนอื่นคงต้องขอขอบพระคุณท่านเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร ที่กรุณาเรียนเชิญและประสานงานกับฝ่ายกัมพูชา ทั้งภาครัฐและเอกชน ดังได้กล่าวไว้แล้ว ทำให้การไปหาความรู้ของพวกเราชาวไทยรัฐครั้งนี้สำเร็จลุล่วงจนเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้

ผมไปพนมเปญครั้งหลังสุดเมื่อ 18 ปีที่แล้ว หรือเมื่อประมาณพ.ศ.2541 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ราชอาณาจักรกัมพูชากำลังอยู่ในระหว่างก่อร่างสร้างประเทศขึ้นใหม่ หลังจากเสียหายยับเยินจากภาวะสงครามกลางเมืองเมื่อพรรคเขมรแดงขึ้นครองอำนาจ และมีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันอย่างสยดสยอง

กล่าวได้ว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว แม้ประชาชนชาวกัมพูชาจะเริ่มมีความสุขกันบ้างแล้ว หลังจากที่จมอยู่กับความทุกข์มาเป็นเวลานาน...แต่ก็ยังเป็นความสุขเฉพาะทางใจเนื่องจากยังขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวกความสบาย โดยเฉพาะสาธารณูปโภค สาธารณูปการจำนวนมาก

สนามบินโปเชนตงซึ่งเป็นสนามบินแห่งชาติแห่งแรกและแห่งเดียวของกัมพูชา ยังเป็นสนามบินเล็ก มีอาคารผู้โดยสารที่ใช้ทั้งขาเข้าขาออกใหญ่กว่าอาคารโรงอาหารของโรงเรียนใหญ่ๆในบ้านเราเพียงเล็กน้อย

เส้นทางเข้าเมืองยังมืดสนิทเพราะแสงไฟที่ค่อนข้างริบหรี่ ในขณะที่พนมเปญทั้งเมืองก็ยังอยู่ในสภาพหงอยเหงาเช่นเดียวกับเมืองหลายเมืองทั่วโลกที่ฟื้นจากภาวะสงคราม

2 คืน 3 วัน ที่พนมเปญใน พ.ศ.2541 มีแต่ความเงียบเหงาและพลบค่ำลงก็ตัวใครตัวมัน เข้านอนแต่หัวค่ำเพราะไม่มีอะไรเลย

แต่พนมเปญวันนี้ต่างกันไกลลิบ กลายเป็นเมืองที่มีสีสันในช่วงกลางคืน โดยเฉพาะจากป้ายโฆษณาตามตัวตึกใหญ่ๆที่มีการก่อสร้างขึ้นหลายๆตัวตึก รวมไปถึงการประดับประดาและการเปิดสปอตไลต์ฉายแสงหลากสีเข้าใส่ตัวตึกระดับสูงระฟ้าเหล่านั้น

เฉพาะตึกสูงระฟ้านับตั้งแต่สูง 20 ชั้นขึ้นไป จนถึงสูงสุด 38 ชั้นที่สร้างเสร็จเรียบร้อย มองเห็นด้วยสายตาประมาณ 5-6 ตึก

รวมทั้งตึกที่มีลักษณะคล้ายพระยานาค สูง 188 เมตร รวม 38 ชั้น ที่เรียกว่าตึก “วัฒนัค” หรือ “วัฒน”...ที่ยืนโดดเด่นเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของพนมเปญในขณะนี้

กับอีก 15-16 ตึก ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง และว่ากันว่าบางตึกเมื่อเสร็จสรรพจะสูงถึง 55 ชั้นเลยทีเดียว และยังจะมีตึกแฝดอีกหนึ่งตึกที่กำลังล้อมสังกะสีเตรียมขึ้นโครงการสร้างตึก 133 ชั้น ซึ่งได้รับอนุมัติจากฝ่ายผังเมืองพนมเปญไปเรียบร้อย

ถ้าตึกที่ว่านี้แล้วเสร็จสรรพใน 2-3 ปีข้างหน้า กัมพูชาจะกลายเป็นเมืองที่มีตึกสูงสุดใน อาเซียน ทันที

เพราะจะสูงกว่า 452 เมตร อันเป็นความสูงของตึก เปโทรนาส ที่มาเลเซียเสียด้วยซ้ำ

ถ้าจะถามว่าอะไรคือความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดในห้วงเวลาอันยาวนานที่ผมมิได้มาประเทศนี้?

คำตอบก็คือตึกสูงนี่แหละครับ โผล่ขึ้นมาเยอะเหลือเกินเยอะจนแทบจะจำไม่ได้เลยว่านี่คือพนมเปญ เมืองแห่งความสงบและเรียบง่ายที่ผมเคยมานอนค้างอยู่หลายวันเมื่อ 18 ปีที่แล้ว.

“ซูม”

28 ก.ย. 2559 09:44 28 ก.ย. 2559 13:47 ไทยรัฐ