วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โดนเชิดเช็คเบิกเงินล้าน แบงก์ปัดรับผิดชอบ

สาวใหญ่เจ้าของคลินิกเสริมความงามร้องประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม หอบหลักฐานขึ้นโรงพักหัวหมากจี้คดีคนร้ายวิ่งราวกระเป๋าเงินภายในมีบัตรประชาชนกับเช็คเงินสด 1 ล้านบาท ตำรวจรวบคนร้ายได้แต่เช็คเงินสดโดนสวมบัตรเหยื่อเปิดบัญชีถอนเงินเกลี้ยง ธนาคารบ้อท่าอ้างหน้าคล้ายรูปในบัตรไม่รับผิดชอบ ส่วนร้อยเวรเจ้าของคดีโดนสั่งพักราชการ 20 วันฐานทำสำนวนค้างปี

เรื่องราวสาวใหญ่โชคร้ายสูญเงินล้านรายนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 ก.ย. ที่ สน.หัวหมาก นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมนางรัสรินทร์หรือเจี๊ยบ โชติชัยวรพงศ์ อายุ 42 ปี เจ้าของคลินิกเสริมความงามที่ จ.กาญจนบุรี ผู้เสียหาย เข้าพบ พ.ต.ท.นพพร ศรีสุชาติ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.หัวหมาก หลังถูกนายวีระชัย เลิศลักษณ์ปรีชา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1149/2558 ลงวันที่ 3 มิ.ย.58 ในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ กระชากกระเป๋าภายในลานจอดรถชั้น 3 อินสบายคอนโด ภายในกระเป๋ามีเอกสารทางราชการ ทรัพย์สิน และแคชเชียร์เช็ค เลขที่ 515080 ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาตึกเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ถนนสาทร สั่งจ่ายในนาม น.ส.รัสรินทร์ โชติชัยวรพงศ จำนวน 1 ล้านบาท ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 รวมมูลค่าความเสียหาย 1.2 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 ก.พ.58 ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้นำตัวไปดำเนินคดี แต่ไม่ได้ทรัพย์สินคืน

น.ส.รัสรินทร์กล่าวว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ทราบว่ามีคนร้ายได้นำบัตรประชาชนของตนไปเปิดบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาคิวเฮาท์ ลุมพินี และนำเช็คเงินสดจำนวนหนึ่งล้านบาทที่โดนวิ่งราวไปขึ้นเงิน เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนรู้จักกับผู้ต้องหาที่วิ่งราวทรัพย์ สอบถามไปยังธนาคารกรุงศรีอยุธยา ตรวจสอบยอมรับว่า มีการเปิดบัญชีธนาคารจริง อ้างคนที่มาเปิดบัญชีหน้าเหมือนในบัตรประชาชน และจะไม่มีการรับผิดชอบจากทางธนาคาร ตนจึงนำหลักฐานเข้าร้องเรียนนายอัจฉริยะ ร่วมกันตรวจสอบ จนพบว่าผู้ต้องสงสัยที่ปรากฏในภาพวงจรปิดชื่อนางกรองกาญจน์ เลิศลักษณ์ปรีชา อายุ 44 ปี เป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง แจ้งความไว้ที่ สน.หัวหมากเมื่อวันที่ 11 มี.ค. แต่คดียังไม่มีความคืบหน้าจึงเดินทางมาสอบถามถึงเหตุผลของความล่าช้าพร้อมนำหลักฐานเป็นภาพกล้องวงจรปิดของคนร้ายที่เข้าไปเปิดบัญชีธนาคาร และหลักฐานเกี่ยวกับลายมือชื่อ มามอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อประกอบเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับคนร้าย นอกจากนี้ช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้มีชายลึกลับโทรศัพท์มาข่มขู่ให้ถอนแจ้งความอีกด้วย

ด้าน พ.ต.ท.นพพรกล่าวว่า คดีนี้มีความคืบหน้าไปมากกว่าร้อยละ 80 แล้ว แต่สำนวนคดียังขาดหลักฐานบางส่วนคือหลักฐานที่เป็นลายมือชื่อ และเอกสารยืนยันตัวบุคคล ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานนำไปตรวจสอบ ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ทางผู้เสียหายนำมามอบให้เป็นหลักฐานพบผู้ที่มาขอเปิดบัญชีเป็นผู้หญิง อายุราว 30-40 ปี จะสอบปากคำผู้เสียหาย เพื่อยืนยันชื่อคนร้ายในภาพกล้องวงจรปิด ก่อนจะนำไปขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับ และประสานฝ่ายสืบสวนจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันปลอมแปลงเอกสาร และใช้เอกสารปลอม, ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ของผู้อื่นโดยมิชอบ ส่วนความเสียหายที่นำเช็คเงินสดไปขึ้นเงิน ต้องมีการประสานเจรจากับทางธนาคารอีกครั้งหนึ่ง หากเจรจาไม่เป็นผลก็ต้องฟ้องร้องคดีทางแพ่งต่อไป ส่วนพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีของ น.ส.รัสรินทร์ ถูกผู้บังคับบัญชาสั่งพักราชการเป็นเวลา 20 วัน รอพิจารณาความผิดทางวินัย เนื่องจากมีการ ปล่อยปละละเลยทำคดีล่าช้า

สาวใหญ่เจ้าของคลินิกเสริมความงามร้องประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม หอบหลักฐานขึ้นโรงพักหัวหมากจี้คดีคนร้ายวิ่งราวกระเป๋าเงินภายในมีบัตรประชาชนกับเช็คเงินสด 1 ล้านบาท ตำรวจรวบคนร้ายได้แต่เช็คเงินสดโดนสวมบัตรเหยื่อ... 28 ก.ย. 2559 08:50 ไทยรัฐ