วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซานต้า “ตู่” ปิ๊ง! แจกเงินเกษตรกร รายได้ต่ำแสนช่วยรายละพันห้าถึงสามพัน

“ซานต้าตู่” มาก่อนคริสต์มาส ทุ่ม 6,540 ล้านบาท แจกเงินเกษตรกรรายย่อย 2.85 ล้านคน รับรายได้ไม่เกินปีละ 30,000 บาท รับ 3,000 บาท ขณะที่รายได้เกิน 30,000–100,000 บาท แจก 1,500 บาท พร้อมไฟเขียว พ.ร.บ.เกษตรแบบมีพันธสัญญา ป้องกันบริษัทยักษ์ใหญ่เอาเปรียบเกษตรกร

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติมาตรการส่งเสริมคุณภาพชีวิตเกษตรกรรายย่อย 2 กลุ่มมาตรการ มาตรการแรก เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจะมีผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือ 2.85 ล้านคน และมาตรการที่ 2 เป็นมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยบรรเทา ภาระหนี้สินและคืนกำไรให้เกษตรกรที่มีประวัติการชำระหนี้ที่ดี มีกลุ่มเป้าหมาย 2.897 ล้านคน มีหนี้สินรวม 334,525 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับเศรษฐกิจโดยรวมเริ่มฟื้นตัว แต่จากสภาวะราคาพืชผลเกษตรโลกตกต่ำและมีปัญหาภัยแล้ง

นายเวชสิทธิ์ วิริยะภาค รองผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการแรกคือการให้เงินช่วยเหลือนั้น พิจารณาจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐระหว่างวันที่ 15 ก.ค.-15 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 100,000 บาท โดยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกรายได้ต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท จะช่วยเหลือเรื่องเงินเพื่อให้ไปจับจ่ายใช้สอยในส่วนที่จำเป็น รายละ 3,000 บาท มีทั้งสิ้น 1.51 ล้านราย ส่วนผู้มีรายได้เกิน 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี จะช่วยเหลือเงินรายละ 1,500 บาท จำนวน 1.38 ล้านราย รวม 2.85 ล้านคน ใช้วงเงินประมาณ 6,540 ล้านบาท มาจากงบประมาณประจำปี 2560 โดยจะเร่งจ่ายเงินให้เกษตรกรโดยเร็วที่สุดผ่านทางระบบพร้อมเพย์

ส่วนมาตรการที่ 2 เป็นส่วนของเกษตรกรที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส.ที่มีหนี้ไม่เกิน 300,000 บาท 3 โครงการ ประกอบด้วย กลุ่มแรกโครงการ ปลดเปลื้องหนี้สินให้เกษตรกรกลุ่มที่มีเหตุผิดปกติ เช่น เสียชีวิต พิการ ทุพพลภาพ หรือมีปัญหาสุขภาพจนประกอบอาชีพต่อไปไม่ได้ 135,000 ราย มูลหนี้ 15,500 ล้านบาท กลุ่มนี้ถ้าไม่มีทายาทจะจำหน่ายเป็นหนี้สูญ ถ้ามีทายาทที่จะสืบทอดการเกษตรอยู่จะลดภาระหนี้ให้กับทายาท โดยพักชำระเงินต้นไว้ 2 ปี จากนั้นให้ส่งเงินชำระหนี้เงินต้นเป็นเวลา 3 ปี รวมแล้วไม่เกิน 5 ปี และหากชำระหนี้ได้ตามแผนจะยกเว้นดอกเบี้ยเดิมให้ทั้งหมด

กลุ่มที่ 2 โครงการปรับโครงสร้างหนี้และลดภาระหนี้ เป็นกลุ่มลูกค้า ธ.ก.ส.ที่เป็นเกษตรกรที่มีอายุมากแล้ว อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป หรืออายุยังไม่ถึง 60 ปี แต่มีหนี้สินที่เป็นภาระหนัก 540,000 ราย มูลหนี้ 47,000 ล้านบาท กลุ่มนี้จะปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้ โดยพักชำระหนี้เงินต้นเป็นเวลา 2 ปี จากนั้นให้ส่งเงินชำระหนี้เงินต้นเป็นเวลา 3 ปี หากทำได้ตามแผนจะลดดอกเบี้ยเดิมให้ตั้งแต่ 50-80% และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มลูกค้าที่ไม่มีปัญหาการชำระหนี้ 2.22 ล้านราย มูลหนี้ 272,000 ล้านบาท หากส่งชำระหนี้ ธ.ก.ส.ได้ตามกำหนดในช่วง 1 พ.ย.59-31 ต.ค.60 หากชำระหนี้ตามแผนได้ จะคืนดอกเบี้ยให้ 30% ของดอกเบี้ยที่ได้ชำระมา

ขณะที่นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เป็นธรรม ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปครั้ง สำคัญ โดยจะช่วยให้เกษตรกรทั้งระบบได้รับความ เป็นธรรม จากการทำเกษตรแบบมีพันธสัญญา (คอนแทรค ฟาร์มมิ่ง) หลังจากที่ผ่านมาเกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรมจากความไม่เท่าเทียมกันของอำนาจ ทำให้ถูกเอาเปรียบจากคู่สัญญาที่มีอำนาจการต่อรองทางเศรษฐกิจที่สูงกว่า โดยพบว่าเกษตรกรรายย่อยจำนวนมากถูกเอาเปรียบจากบริษัทขนาดใหญ่หรือขนาดกลาง

โดย ตาม พ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีการเปลี่ยนแปลงใน 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.มีคำนิยามของเกษตรพันธสัญญา คือ การดำเนินระบบผลิต ผลิตผลหรือบริการทางการเกษตรที่เกิดขึ้น จากการมีสัญญา ระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจทางการเกษตรและ บุคคลที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมตั้งแต่ 10 ราย ขึ้นไป ซึ่งเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดา สหกรณ์การเกษตร หรือวิสาหกิจชุมชน ทำให้เกิดความชัดเจนว่าสิ่งที่จะเข้าข่ายกฎหมายฉบับนี้ 2.กำหนดกลไกการดำเนินงาน โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้รับผิดชอบ พร้อมตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา มีหน้าที่ในการจัดทำแผน ตรวจสอบสัญญา และกำหนดรูปแบบสัญญากลาง 3.กำหนดกฎเกณฑ์เรื่องการจดแจ้ง โดย ให้ผู้ประกอบธุรกิจเกษตรพันธสัญญาต้องจดแจ้งประกอบธุรกิจกับสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อทำระบบทะเบียน เพื่อให้เกษตรกรตรวจสอบที่มาที่ไปและมีโอกาสถูกหลอกลวงหรือไม่ 4.กำหนดให้บริษัททำหนังสือชี้ชวนก่อนทำสัญญากับเกษตรกร เพื่อให้ทราบเงื่อนไขล่วงหน้า และส่งหนังสือชี้ชวนให้สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ตรวจสอบความเป็นธรรมด้วย และ 5.กำหนดมาตรการคุ้มครอง โดยระหว่างกรณีพิพาท บริษัทไม่ สามารถทำการที่นำไปสู่ความเสียหายแก่เกษตรกรได้ เช่น ไม่ส่งตัววัตถุดิบ อาหารสัตว์ หรือไม่รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร.

“ซานต้าตู่” มาก่อนคริสต์มาส ทุ่ม 6,540 ล้านบาท แจกเงินเกษตรกรรายย่อย 2.85 ล้านคน รับรายได้ไม่เกินปีละ 30,000 บาท รับ 3,000 บาท ขณะที่รายได้เกิน 30,000–100,000 บาท แจก 1,500 บาท พร้อมไฟเขียว พ.ร.บ.เกษตรแบบมีพันธ-สัญญา ป้องกัน 28 ก.ย. 2559 05:02 ไทยรัฐ