วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ ไม่เคาะผู้แทน รบ.ส่วนหน้า-ย้ำยูเอ็น ไทยลุยเลือกตั้ง ปี 60

นายกฯ ยังไม่เคาะผู้แทนรัฐบาลส่วนหน้าลุยแก้ปัญหาภาคใต้ ยันน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาไม่เกินเกณฑ์วิกฤติ สั่ง มท.-ปภ.-กรมชลฯเยียวยา 14 จังหวัดน้ำท่วม เผย ตปท.ให้การยอมรับมากขึ้นในแง่การทำงาน ไม่ขัดคนมองเป็น "เผด็จการคลาสสิก" ชี้ เข้ามาทำเพื่อประเทศชาติ

เมื่อวันที่ 27 ก.ย.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งผู้แทนพิเศษรัฐบาลส่วนหน้า เพื่อแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า วันนี้ตนกำลังปรับวิธีการให้ทำงานไม่ทับซ้อนกันให้ได้ โดยเป็นตัวแทนรัฐบาลซึ่งเป็นรัฐมนตรีเก่า ไม่มีรัฐมนตรีใหม่ ไม่ตั้งใครทั้งสิ้น เพราะยังตั้งไม่ได้ ยังไม่ใช่เวลาช่วงนี้กำลังทำงานกันอยู่ ถ้าลงไปทำงานก็ต้องบูรณาการทั้งการพัฒนากับด้านความมั่นคง คือ กอ.รมน.กับศอ.บต.ไปดูในพื้นที่ว่าประสานกันดีหรือยัง งบประมาณแผนงานโครงการสอดคล้องกันหรือไม่ จากสองแท่งเป็นแท่งเดียว จะได้ทำงานเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ไม่เช่นนั้นในฝ่ายการเมืองอาจจะใช้กลไกเหล่านี้ไปเดินการเมือง ซึ่งตนไม่เดิน ตนไปเดินเพื่อให้สงบสุข คนมีรายได้ มีการศึกษาที่ดีขึ้นวันนี้ รมช.ศึกษาธิการ ลงไปเกือบทุกสัปดาห์เพื่อไปแก้ไขการศึกษา ส่วนเรื่องสามเหลี่ยมเศรษฐกิจกำลังเดินหน้าอยู่ ผู้ประกอบการเอกชนให้ความสนใจ แต่ต้องให้ในพื้นที่พิจารณากันเองก่อนจากนั้นจะเสริมจากนอกพื้นที่เข้าไป หรือจากต่างประเทศเข้าไปไม่เช่นนั้น จะมีปัญหาขัดแย้งกันอีก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาหลายอย่างต้องใช้เวลาเพราะความขัดแย้งมันเกิดขึ้นทั้งโลกจากความยากจน การพัฒนาไม่เท่าเทียม การใช้อำนาจหน้าที่ไม่เหมาะสม แล้วเกิดผู้นำขึ้นมาต่อสู้เสร็จแล้วก็ไม่ได้ดีไปกว่าเดิม เพราะไม่ได้ต่อสู้ทางกระบวนการทางประชาธิปไตยแต่ใช้อาวุธผิดกฎหมาย และต้องระมัดระวังไม่ให้ต่างประเทศเข้ามาแก้ปัญหาให้ ซึ่งตนเตือนหลายครั้งแล้วว่าอย่าไปเรียกเขามาเลย วันนี้เป็นปัญหาภายในของเราต้องแก้กันให้ได้ ถ้าต่างประเทศเข้าก็ง่ายๆ หยุด 2 ฝ่ายเลิก ลงประชามติใครจะไปอยู่ไหน แล้วมันก็จะเสียหาย ก็ให้รัฐบาลแก้ไปอย่างนี้แล้วมันจะดีขึ้น และถ้าอีกฝ่ายรู้สึกว่าไม่ได้รับการสนับสนุนประชาชนไม่ตอบรับ เขาก็ต้องหยุดการต่อสู้ เราก็ไปแก้ด้วยการพัฒนาไม่ใช่เน้นเรื่องการปราบปรามเพียงแต่ระวังป้องกัน โดยวันนี้ใช้ทหารไปดูแลประชาชนในพื้นที่ 2 ล้านคน เป็นมุสลิม 90 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นแน่นอนคนกลุ่มน้อยก็จะถูกรังแกด้วยการยุยงปลุกปั่น เราก็อย่าไปช่วยเขา ที่ผ่านมาเขาก็อยู่กันได้ปกติ ตนก็ยังเป็นกังวลเพราะในทางปฏิบัติมันซับซ้อน วันนี้พยายามจะเดินหน้าให้ได้จะส่วนหน้าหรือส่วนไหนมาจากตนทั้งนั้น ตนก็สั่งตรงทั้งหมดและต้องทำงานถ้าไม่ทำงานตนก็แก้ไข ตนจะไม่ใช้อะไรทางการเมืองไปในพื้นที่ไม่ผ่านประชามติซึ่งผ่านไม่ผ่านก็ช่างเขา สักวันเขาก็จะเห็นเองไม่ว่าจะวันหน้าหรือวันไหน ตนอาจจะทำได้แย่กว่าวันหน้าก็ได้หรือจะทำแย่กว่าที่ผ่านมาก็ไม่รู้อยู่ที่ประชาชนตัดสินใจ

เมื่อถามว่า นายกฯ คาดหวังกับรัฐมนตรีส่วนหน้าที่จะลงไปแก้ปัญหาและการพูดคุยสันติสุขในพื้นที่ดีขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การพูดคุยสันติสุขมันอยู่ที่คนพูดด้วยว่ายอมทำตามที่พูดด้วยหรือเปล่า เขายอมยุติความรุนแรงไหม ถ้าไม่ยอมตนจะไปทำอะไรได้ก็ต้องไล่ล่าปราบปรามเขาอยู่อย่างนี้ เขาเรียกว่าการพูดคุยสันติสุข แต่ไม่ใช่การพีซทอลก์กิ้งอย่างนี้ไม่เรียกว่าการรบ การใช้วิธีการลักษณะในเชิงใช้ความรุนแรงมาต่อรองกับรัฐบาลแต่ไม่ได้มาจากคนภายนอกเป็นคนไทยทั้งสิ้น แต่ก็คาดหวังว่ามันจะดีกว่าเดิม

เมื่อถามว่า มีบางคอลัมนิสต์ระบุถึงคำว่ารัฐบาลโนพีซโนทอล์ก อีกฝ่ายบอกว่า โนทอล์กโนพีซเช่นกัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ก็ช่างเขา ถ้าอย่างนั้นก็ใช้กฎหมายกันต่อไป ประชาชนยอมไหมเล่า ไปพูดให้ประชาชนเขายินยอมว่าเขาต้องไม่ให้สังคมมันเปิดสำหรับคนเหล่านนี้ ให้เขามาฆ่ามายิงทุกวันนี้ชอบเหรอ ทั้งที่รัฐบาลพยายามหาวิธีแก้ปัญหาทุกอย่าง แล้วเรามานี่โน่นตลอดเวลามันง่ายรึไง มันเกิดมากี่ปีมาแล้วสะสมมากี่ปีก่อนหน้าปี 49 มันก็มีกระบวนการมาตลอดมันก็แล้วแต่มันจะแข็งแรงกันตอนไหน แทนที่เราจะทำให้มันสงบเงียบเราก็ไปปลุกกันอยู่นี่แหละ ไม่มีใครเขาอยากไปฆ่าคนหรอก ทหารก็ไม่ได้อยากไปยิงปืน เว้นแต่เขาทำตามหน้าที่และป้องกันชีวิตของเขาเองบ้างหรือต้องพลีชีพเพื่อชาติหรือไง เพื่อนยอมรับกันรึไงทหารเสียสละแล้วไม่สงสารมัน กฎหมายเป็นกฎหมายเท่านั้นเอง พัฒนาก็เป็นพัฒนา มันไม่ง่ายนักหรอก ประเทศเพื่อนบ้านเขารบมา 50 ปี ยึดพื้นที่ไปเลยเรามียึดตรงไหนไหมไม่มี มันไม่มีตัวตนไงเล่ามันง่ายรึไง เขายึดเป็นเกาะยึดพื้นที่ มันคนละอย่าง เราพูดคุยสันติสุขแต่อันนั้นสันติภาพยึดดินแดนไว้ เรามียึดดินแดนสักที่ไหม"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการเดินทางไปร่วมประชุมองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่า ตอนที่ตนไม่อยู่ งานก็ไม่ได้ติดขัดอะไร เพราะได้มอบหมายรัฐมนตรีดูแลไว้หมดแล้ว แต่วันนี้อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าสิ่งที่เราไปแสดงออก คือบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลก ในเรื่องการดูแลผู้ลี้ภัย ผู้อพยพแบบไม่ปกติ แก้ปัญหาประมง การค้ามนุษย์ เราได้ใช้โอกาสนี้เป็นทางเชื่อมระหว่างกลุ่ม จี77 กับ จี20 ไปสู่เวทีโลก และการเชื่อมต่อเศรษฐกิจพอเพียง ก็มีหลายประเทศนำไปใช้เป็นแนวทางการพัฒนา สอดคล้องให้กับประเทศนั้นๆ เรื่องการประชุมประเทศ จี77 ผมได้เป็นประธานการประชุม มีการสรุปผลการดำเนินการและเลือกประธานคนต่อไปในปีหน้าคือ จากประเทศเอกวาดอร์ ซึ่งจะเริ่มในเดือนมกราคมเป็นต้นไป

เมื่อถามว่า ท่าทีของ นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้นำในหลายประเทศเปลี่ยนไปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ได้บอกไปแล้วทุกประเทศก็มาคุยกับผมทุกคน เจอหน้าก็ทักทายกัน เพราะเขาเริ่มจำผมได้ เขาไม่ได้ถามว่าเมื่อไหร่จะสละอำนาจ ซึ่งผมได้ประกาศไปบนเวทีแล้วว่าโรดแม็ปของผมเลือกตั้งปี 2560 จะเอาอะไรอีก แล้ววันที่ผมทำมันเสียหายใครไหม ไปเสียหายทางการค้าเขาหรือเปล่า ถ้าเสียแล้วเขาจะมาลงทุนกับผมทำไม"

เมื่อถามว่า ท่าทีเขายอมรับผู้นำไทยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "เขาไม่ยอมรับผมหรอก เขาเป็นประเทศประชาธิปไตยเขาจะพูดอย่างอื่นได้อย่างไร พูดไม่ได้ เขาต้องพูดอย่างเดียว คือเรื่องเลือกตั้ง แล้วทำไมไม่ช่วยกันอธิบายว่ามันเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย ช่วยผมสิ ผมทำเพื่อตัวเองหรอ ผมทำเพื่อทุกคนไม่ใช่หรือ แต่ไม่มีใครช่วยผมเลยหรืออย่างไร หรือจะปล่อยให้มันเน่าไปเรื่อยก็ตามใจ"

เมื่อถามว่า เขาไม่ได้มองว่าเราประหลาด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ผมไม่ได้ประหลาด ใครจะประหลาด เขาก็คุยกับผมทุกคน เจอหน้าเขาก็มาทักผมก่อน จำได้เจอกันหลายครั้งแล้ว ไม่มีใครเดินหนีสักคน ผมก็สบตาทุกคน ไม่ได้ก้มหน้าหนีไปไหน ผมก็ทักทุกคน ไปเหนื่อยนะ แต่ไม่ได้ไปเพื่อให้เขาต้องยอมรับว่ามาถูกต้อง ผมยอมรับในที่มาของผม แต่ผมทำเพื่อประเทศไทย ให้โอกาสประเทศไทยบ้าง ผมพูดอย่างนี้กับทุกคน แต่คนไทยไม่ค่อยให้โอกาสผม แต่ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ก็รับได้ มีก็ส่วนน้อย

เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่คอลัมนิสต์ ยกให้เป็นเผด็จการคลาสสิก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "เผด็จการคือการปฏิวัติรัฐประหารเข้ามา ผู้รู้ตัวผม แล้วผมไม่เคยคิดถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับผมเลย เพราะผมมองประเทศชาติเป็นหลัก เพราะชีวิตผมมันตายไปตั้งแต่วันแรกที่เป็นทหารแล้ว เสี่ยงชีวิตมาเท่าไร แค่วันนี้ก็อยากทำให้ประเทศชาติอย่างเต็มภาคภูมิของผม"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันต่างประเทศให้การยอมรับมากขึ้น ตนไม่ได้ปิดกั้นตัวเอง โดยบอกกับทุกประเทศอย่ามากังวลที่เข้ามาแบบนี้ ตนเข้าใจกระบวนการยุติธรรมของโลกดี และพยายามเดินหน้าไปสู่ตรงนั้น และวันนี้ตนได้ทำอะไรให้พวกท่านเสียหายหรือเปล่า เขาบอกว่าไม่มี แต่เขาอยากให้เราไปสู่ประชาธิปไตยสากลให้มากขึ้นกว่าเดิม แล้วที่ไปอเมริกามีบริษัทขนาดใหญ่มาพบ มีหลายอย่างที่เขาจะมาลงทุนในไทยเพิ่มเติมโดยเฉพาะการสร้างโรงงานยาง และยางเครื่องบินยางรถขนาดใหญ่ ทำให้การใช้ยางในประเทศมากขึ้น อยากถามว่าทำไมก่อนหน้าไม่มาลงทุน เป็นเพราะนโยบายรัฐบาลชัดเจนหรือเปล่า วันนี้หลายอย่างเขาเห็นศักยภาพเรา อะไรที่ทำได้ในช่วงนี้เขาก็อยากทำให้มากที่สุด โลกต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน บางอย่างปิดกั้นตัวเองไม่ได้ เพราะเศรษฐกิจเลวร้ายตามกันไปหมด แต่การเมืองก็ว่ากันไป คนละเรื่องกัน ตนคิดว่าเขาไว้ใจเราพอสมควร

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำว่า วันนี้อยากให้มองว่าไม่ใช่แค่พูดกันเป็นระยะๆ ว่า อันนี้น้ำท่วม อันนั้นน้ำแล้ง เราต้องมีการบริการจัดการอย่างเป็นระบบ เรามีแผนใหญ่อยู่แล้วซึ่งต้องทำทั้งสามอย่าง คือ การแก้ภัยแล้ง แก้น้ำท่วมอุทกภัย และการกักเก็บน้ำในฤดูแล้ง ที่ผ่านมาเรามีปัญหาคือประเทศไทยต้องกำกับดูแลน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยากับใต้เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งปีนี้มีน้ำทั่วทุกพื้นที่ แต่ก่อนเรามีปัญหาแค่น้ำหลากทางเหนือ ซึ่งเขามีการบรรเทาและระบายน้ำเหนือเขื่อนในการเกณฑ์ที่พอรับได้อยู่

"ในพื้นที่ที่ท่วมไปแล้วและการเกษตรเสียหายก็ต้องมีการเยียวยา ขณะนี้เหลือ 14 จังหวัดที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ดูว่าตรงไหนเสียหายมากน้อยตามกติกา ทางกระทรวงมหาดไทยและกรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ก็ดูแลอยู่แล้ว ผมได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปดูแลในพื้นที่และส่วนกลางจะลงไปช่วยด้วย ขณะนี้ที่ผ่านทางเขื่อนเจ้าพระยายังมีระดับน้ำที่ไม่น่าเป็นห่วง แต่หากเกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ขึ้นไปจะมีปัญหา น้ำข้างบนก็ยังไม่เกินกำหนดไว้" นายกฯ กล่าว

นายกฯ ยังไม่เคาะผู้แทนรัฐบาลส่วนหน้าลุยแก้ปัญหาภาคใต้ ยันน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาไม่เกินเกณฑ์วิกฤติ สั่ง มท.-ปภ.-กรมชลฯเยียวยา 14 จังหวัดน้ำท่วม เผย ตปท.ให้การยอมรับมากขึ้นในแง่การทำงาน ไม่ขัดคนมองเป็น "เผด็จการคลาสสิก" 27 ก.ย. 2559 19:57 ไทยรัฐ