วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหยื่อถูกกระชากกระเป๋า-ฉกเช็คขึ้นเงิน 1 ล. ทวงถาม ตร.คดีไม่คืบหน้า

ปธ.ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำเหยื่อสาววัย 42 ปี ที่ถูกคนร้ายวิ่งราวทรัพย์บริเวณลานจอดรถคอนโดฯ สอบถามความคืบหน้าคดีกับ ตร.หัวหมาก หลังผ่านไปกว่า 1 ปี คดีไม่คืบ และยังถูกสวมรอยบัตรประชาชนเปิดบัญชี นำเช็ค 1 ล้านบาทไปขึ้นกับธนาคาร 

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 ก.ย. 2559 ที่ สน.หัวหมาก นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อม นางรัสรินทร์ หรือ เจี๊ยบ โชติชัยวรพงศ์ อายุ 42 ปี ผู้เสียหาย เข้าพบ พ.ต.ท.นพพร ศรีสุชาติ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.หัวหมาก หลังถูก นายวีระชัย เลิศลักษณ์ปรีชา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1149/2558 ลงวันที่ 3 มิ.ย. 58 ในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ กระชากกระเป๋าภายในลานจอดรถชั้น 3 คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ซึ่งภายในกระเป๋ามีเอกสารทางราชการ ทรัพย์สิน และแคชเชียร์เช็ค เลขที่ 515080 ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเอ็มไพร์ทาวเวอร์ (ถนนสาทร) สั่งจ่ายบัญชีเฉพาะให้แก่ น.ส.รัสรินทร์ โชติชัยวรพงศ์ จำนวนเงิน 1 ล้านบาท ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 1.2 ล้านบาท หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้และดำเนินคดี ซึ่งต่อมา น.ส.รัสรินทร์ ทราบว่ามีคนร้ายนำบัตรประชาชนของตน ไปเปิดบัญชีเพื่อขึ้นเงินเช็คธนาคารจำนวน 1 ล้านบาท และได้แจ้งความเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 58 แต่คดียังไม่มีความคืบหน้าจึงเดินทางมาติดตามคดีดังกล่าว

น.ส.รัสรินทร์ เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพเปิดคลินิกเสริมความงาม ที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยก่อนหน้านี้ตนอาศัยอยู่ที่ดอนโดย่านพระราม 9 และถูกวิ่งราวทรัพย์เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 58 ซึ่งภายในมีทรัพย์สินและเช็คเงินสดจำนวนหนึ่งล้านบาท หลังเกิดเหตุได้มีการแจ้งความและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดไปแล้ว แต่ไม่ได้ทรัพย์สินคืน ซึ่งต่อมา เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ตนทราบว่ามีคนร้ายได้นำบัตรประชาชนของตนไปเปิดบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาคิวเฮ้าส์ ลุมพินี และนำเช็คเงินสดจำนวนหนึ่งล้านบาทที่โดนวิ่งราวไปขึ้นเงิน โดยคนร้ายดังกล่าวเชื่อว่าน่าจะเป็นคนรู้จักกับผู้ต้องหาที่วิ่งราวทรัพย์ ตนจึงประสานขอให้ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทำการตรวจสอบ และยอมรับว่ามีการเปิดบัญชีธนาคารจริง โดยอ้างว่าเป็นบุคคลหน้าเหมือน และไม่มีการรับผิดชอบใดๆ จากทางธนาคาร

น.ส.รัสรินทร์ เปิดเผยต่อว่า เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้มีคนร้ายเป็นชาย โทรศัพท์มาข่มขู่ให้ถอนแจ้งความ ประกอบกับคดีไม่มีความคืบหน้า จึงนำหลักฐานเป็นภาพกล้องวงจรปิดของคนร้ายที่เข้าไปเปิดบัญชีธนาคาร และหลักฐานเกี่ยวกับลายมือชื่อ มามอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อประกอบเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับคนร้าย

ด้าน พ.ต.ท.นพพร กล่าวว่า คดีดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมากกว่าร้อยละ 80 แล้ว แต่สำนวนคดีดังกล่าวยังขาดหลักฐานบางส่วน คือหลักฐานที่เป็นลายมือชื่อ และเอกสารยืนยันตัวบุคคล เมื่อได้มาก็จะต้องมอบให้กองพิสูจน์หลักฐานนำไปตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง โดยขณะนี้มีการออกหมายจับผู้ต้องหาเป็นผู้หญิง ที่ปรากฏในภาพวงจรปิดที่ทางผู้เสียหายนำมามอบให้เป็นหลักฐาน ซึ่งจะทำการสอบปากคำผู้เสียหาย เพื่อยืนยันชื่อคนร้ายในภาพกล้องวงจรปิด ก่อนจะนำหลักฐานทั้งหมดไปมอบให้เจ้าหน้าที่ศาลเพื่อออกหมายจับ และประสานฝ่ายสืบสวน จับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันปลอมแปลงเอกสาร และใช้เอกสารปลอม, ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกของผู้อื่นโดยมิชอบ ส่วนความเสียหายที่นำเช็คเงินสดไปขึ้นเงิน ต้องมีการประสานเจรจากับทางธนาคารอีกครั้งหนึ่ง หากเจรจาไม่เป็นผลก็ต้องฟ้องร้องคดีทางแพ่งต่อไป

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ต้องหาที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิด ทราบชื่อคือ นางกรองกาญจน์ เลิศลักษณ์ปรีชา อายุ 44 ปี ซึ่งมีอาชีพเป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง สำหรับพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีนี้ เมื่อปี 2558 ได้ถูกสั่งพักราชการเป็นเวลา 20 วัน ระหว่างการพิจารณาความผิดทางวินัย เนื่องจากมีการปล่อยปละละเลย.

ปธ.ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำเหยื่อสาววัย 42 ปี ที่ถูกคนร้ายวิ่งราวทรัพย์บริเวณลานจอดรถคอนโดฯ สอบถามความคืบหน้าคดีกับ ตร.หัวหมาก หลังผ่านไปกว่า 1 ปี คดีไม่คืบ และยังถูกสวมรอยบัตรประชาชนเปิดบัญชี นำเช็ค 1 ล้านบาท... 27 ก.ย. 2559 15:31 ไทยรัฐ