วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดัน “อสม.อินเตอร์” ดูแลสุขภาพแรงงาน

ยุคนี้คนไทยนิยมไปขายแรงงานในอิสราเอลกันมาก

เหตุผลง่ายๆ รายได้สูงกว่าประเทศอื่น ส่วนใหญ่ทำงานในภาคเกษตรกรรมที่คนไทยคุ้นเคยกันอยู่แล้ว

งานเกษตรในอิสราเอลเป็นงานหนัก เนื่องจากภูมิประเทศเป็นทะเลทราย ฤดูร้อนอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ทำงานแต่เช้าตรู่ในโรงเรือนอากาศอบอ้าว ฤดูหนาวอากาศหนาวเย็น บางแห่งหิมะตกหนัก ที่พักไม่ใคร่สะดวกสบายส่วนใหญ่เป็นตู้คอนเทนเนอร์ “ชุมชนเกษตร” หรือ “โมซาฟ” ไหนติดแอร์นับว่าโชคดีหน่อย

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ สำรวจพบว่า ในปี 2559 มีคนไทยมาอยู่อิสราเอลประมาณ 25,000 คน และกว่า 22,000 คนเป็นแรงงานในภาคการเกษตร ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามวงรอบของสัญญาจ้างงาน น่าสนใจว่า...ปีที่ผ่านมามีแรงงานไทยเสียชีวิตจากโรคไหลตายเกือบ 20 ราย เทียบเปอร์เซ็นต์ดูไม่มาก แต่หากคิดเป็นจำนวนคน และรายได้ต่อคนต่อเดือนที่ส่งกลับไปให้ครอบครัว 3-5 หมื่นบาท รวมแล้วไม่น้อย

เดินทางไกล ห่างบ้าน...ครอบครัว อาจเครียดทำให้มีปัญหาสุขภาพจิต หลายคนหันไปดื่มสุรายาเมาที่วางขายกันดาษดื่น บ้างทดลองเสพยาเสพติดที่ลักลอบนำมาจำหน่ายในหมู่แรงงานไทย บางส่วนชวนกันเล่นพนันในที่พักยันดึก เสียเงินเสียทอง เสียสุขภาพ กลายเป็นปัญหาที่ฝ่ายกงสุล ฝ่ายแรงงาน นายจ้าง ต้องประชุมแก้ปัญหา

ก่อนหน้านี้ สถานทูตไทยจัดโครงการ “เทิดไท้วิถีเกษตรในหลวง พาพ้นบ่วงความเศร้า เลิกมัวเมายาเสพติด” เชิญวิทยากรจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น และแพทย์จากกรมสุขภาพจิตมาให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิต พร้อมตรวจรักษาอาการป่วยในเบื้องต้น ได้รับความสำเร็จในระดับหนึ่ง

ปี 2559 น.ส.อังสนา สีหพิทักษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ จึงได้จัดโครงการขึ้นมาอีกครั้งในชื่อว่า “สุขภาพดี ชีวิตแจ่มใส ห่างไกลยาเสพติด” โดยเชิญแพทย์ด้านอาชีวเวชศาสตร์ , อายุรแพทย์ ประกอบด้วย นพ.พิบูล อิสสระพันธุ์, นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์, นพ.ณรงค์ฤทธิ์ กิตติกวิน, พญ.อัญญาณี สิมะรักษ์อำไพ และนายวงศกร อังคะคำมูล นักวิชาการสาธารณสุข จากกรมควบคุมโรค

ออกตรวจสุขภาพแรงงานตามชุมชนเกษตรต่างๆในเขตภาคกลาง โมชาฟอรูกต, โมชาฟอาฮิตูบ, ภาคใต้ เขตเอชโคล โมชาฟเยชา เขตเดดซี โมชาฟนิโอ๊ตฮาคิก้า, โมชาฟเอนตาม่า, โมชาฟฮัทเซว่า และเขตอาราวา โมชาฟฟาราน และโมชาฟโซฟาร์ ในช่วงฤดูร้อนที่สุดของอิสราเอล อุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส

นพ.พิบูล อิสสระพันธุ์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค บอกว่า จากการสัมภาษณ์ เก็บข้อมูลแรงงานที่มาพบแพทย์ ส่วนใหญ่เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการพ่นยาฆ่าแมลง บางคนทำร่วมกับทำหน้าที่อื่น แต่ไม่มีใครอ่านฉลากสารเคมีได้เนื่องจากเป็นภาษาฮิบรู อีกทั้งการทำงานในโรงเรือนปลูกพืชที่มีสภาพอากาศร้อนอบอ้าว หลายคนสวมเครื่องป้องกันไม่ครบ

บางแห่งไม่มีหน้ากากกันสารเคมี...ใช้อุปกรณ์ที่ไม่มีคุณภาพ บางคนไม่สวมรองเท้าบูต ซักเสื้อผ้าที่เปื้อนสารเคมีปนกับเสื้อผ้าปกติ อีกทั้งต้องก้มๆเงยๆกล้ามเนื้อบางส่วนมากเกินไป บางส่วนมีชั่วโมงทำงานมาก...ไม่มีวันหยุด ทำให้เกิดโรคสืบเนื่องจากการทำงาน มีอาการปวดหลัง ผื่นคัน ต้อเนื้อ โรคกระเพาะ โดนสัตว์มีพิษกัด

จึงเสนอว่า แต่ละชุมชนเกษตร ควรมีการอบรมอาสาสมัครสาธารณสุข หรือ “อสม.อินเตอร์” เน้นผู้ที่รู้ภาษาท้องถิ่น ทำงานแบบจิตอาสา เพื่อให้ความรู้ด้านชีวอนามัย ทำหน้าที่เหมือนอาสาสมัครสาธารณสุขด้าน
อาชีวอนามัย ส่วนจะเป็นคนไทย หรือคนอิสราเอล ที่เข้าใจคนไทยได้ทั้งนั้น เพื่อป้องกันโรคอย่างยั่งยืน

นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ อายุรแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นำเครื่องตรวจวัดระบบไฟฟ้าหัวใจมาตรวจสุขภาพให้แรงงานไทย เสริมว่า จากการคัดกรองและตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่ามีแรงงานกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอาการไหลตายโดยไม่รู้ตัวอยู่จำนวนหนึ่ง

ปัญหาสำคัญเกิดจากขาดการดูแลตัวเอง จึงได้ให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ และเขียนใบแนะนำจากแพทย์เพื่อให้นายจ้างพาแรงงานไปตรวจสุขภาพเพิ่มเติมด้วยวิธี Echocardiogram อีกครั้ง หากพบจะได้รีบรักษาอาการต่อไป

“โรคไหลตาย หรือ Brugada syndrome เป็นโรคทางพันธุกรรม เนื่องจากมียีนที่ผิดปกติ (SCN 5a) ทำให้ประจุโซเดียมเข้าสู่เซลล์หัวใจช้าลงและไม่เสมอกัน ทำให้เกิดการลัดวงจรของกระแสไฟฟ้าหัวใจ ทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างร้ายแรง ที่เรียกว่าหัวใจห้องล่างเต้นระริก พอหัวใจไม่บีบตัว ทำให้เสียชีวิตกะทันหัน

ปัจจัยที่จะทำให้กระแสไฟฟ้าในหัวใจลัดวงจร อยู่ที่ภาวะเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ภาวะไข้สูง โปแตสเซียมในเลือดต่ำ สามารถเกิดได้กับผู้มีอาการท้องเสีย อาเจียน ดื่มสุรา หรือกินอาหารประเภทแป้ง (ข้าวเหนียว) ในปริมาณมาก รวมถึงการใช้สารเสพติดบางประเภท

คุณหมอรังสฤษฎ์ จึงเสนอให้ทำตามคำแนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพ ในคู่มือมาทำงานในต่างประเทศ เพื่อให้คนงานได้รู้ข้อมูลเบื้องต้น ได้รับรู้สิทธิ์ในการรับการรักษาโรคที่ไม่ใช่โรคฉุกเฉิน ตามระบบของประเทศอิสราเอล ที่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้คนงานไทยใส่ใจตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ ยังสาธิตวิธีการการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีอาการหมดสติ หยุดหายใจกะทันหันอย่างถูกวิธีด้วยการ “ปั๊มหัวใจ” เป็นจังหวะ เป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินกับเพื่อนร่วมงาน

อีกเสียงจาก วงศกร อังคะคำมูล นักวิชาการสาธารณสุข สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค ที่ทำเอกสารคัดกรองสุขภาพ สัมภาษณ์เก็บข้อมูลก่อนการตรวจสุขภาพสรุปเป็นรายงาน

พบว่าแรงงานไทยส่วนใหญ่มีอาการป่วยเกี่ยวกับระบบกระดูก และกล้ามเนื้อ มีอาการโรคกล้ามเนื้ออักเสบร่วมกับอาการปวดหลังส่วนล่าง รองลงมาคือความเครียด และอันตรายจากงานเกษตร

โดยเฉพาะในส่วนที่ต้องทำงานกับสารเคมี ผู้ที่ต้องฉีดยาฆ่าแมลง จึงได้ให้คำแนะนำในวิธีสังเกตอาการทางสุขภาพเบื้องต้น แนะนำวิธีป้องกันอันตรายจากการสัมผัสสารเคมี และเน้นมาตรการ “อ่าน ใส่ ถอด ทิ้ง ปลอดภัยจริงจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช” ของกรมควบคุมโรค เพื่อจะได้ปฏิบัติอย่างถูกต้อง

“แรงงานไทยทำงานกับสารเคมี แต่อ่านฉลากที่เป็นภาษาฮิบรู หรือภาษาอังกฤษไม่ออก ทำให้ไม่รู้พิษภัยอันตราย ส่วนนายจ้างได้แต่สอนวิธีผสม สอนขั้นตอนการฉีด บางที่...ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันสารพิษ ไม่มีหน้ากากกันสารเคมี หรือมีแต่แทบไม่ได้เปลี่ยน ไม่มีถุงมือยาง ไม่มีรองเท้าบูต ทำงานเสร็จไปกินข้าวเลย ไม่เปลี่ยนเสื้อผ้า”

ต้องย้ำว่า การไม่แยกซักเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนสารเคมีออกจากเสื้อผ้าปกติ จะทำให้ได้รับพิษสะสมไปเรื่อยๆ มีความเสี่ยงสูงมาก อยากให้...พี่น้องแรงงานไทยให้ความสนใจดูแลตัวเองมากกว่า เสียเงินเสียทองมาเยอะ ต้องกลับบ้านอย่างคนมีสตางค์ ไม่ใช่สะสมโรคกลับไป

อังสนา สีหพิทักษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ฝากว่า ทุกวันนี้หน่วยงานของไทยทำงานเชิงรุก เดินหน้าพูดคุยกับรัฐบาลอิสราเอล นายจ้าง รวมถึงให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพของแรงงานไทยในอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนมีเงินกลับบ้านตามเจตนา

“...จะไม่เกิดประโยชน์เลย หากแรงงานไทยไม่ดูแลตัวเอง ด้วยการเรียนรู้กฎระเบียบเรียนรู้นิสัยใจคอนายจ้าง รู้จักรับผิดชอบงานที่ทำ รวมทั้งดูแลสุขภาพของตัวเองตามสิทธิอันพึงมี”.

ยุคนี้คนไทยนิยมไปขายแรงงานในอิสราเอลกันมาก เหตุผลง่ายๆ รายได้สูงกว่าประเทศอื่น ส่วนใหญ่ทำงานในภาคเกษตรกรรมที่คนไทยคุ้นเคยกันอยู่แล้ว งานเกษตรในอิสราเอลเป็นงานหนัก 27 ก.ย. 2559 14:07 ไทยรัฐ