วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดับเกาเหลาเปิดจุดอ่อนรัฐบาล

ก็เป็นข่าวที่น่าสนใจ เมื่อ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีเกษตรฯ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. ออกมาเปิดเผยถึงข่าว “เกาเหลา” กับ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจรัฐบาลว่า ถ้าจะมีก็มีเพียงประเด็นเดียว

การเปิดเผยของ พล.อ.ฉัตรชัย ครั้งนี้ นอกจากแก้ข่าวเรื่องเกาเหลาแล้ว ยังเปิดให้เห็นถึง “จุดอ่อนของรัฐบาล” ในการแก้ไขปัญหาเกษตรกรโดยเฉพาะชาวนา

พล.อ.ฉัตรชัย ระบุว่า ประเด็นที่เกิดขึ้นก็คือ การทักท้วงกระทรวงการคลังเรื่องมาตรการช่วยเหลือชาวนาฤดูกาลผลิต 2559/60 ซึ่งตนไม่เคยทราบเรื่องดังกล่าวมาก่อน มาทราบตอนกระทรวงการคลังเสนอ ครม.แล้ว เมื่อไปดูเงื่อนไขการจ่ายเงินในมาตรการแล้ว เห็นว่าไม่น่าจะปฏิบัติได้จริง โดยเฉพาะเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 10 ไร่ ที่ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรในฤดูกาลผลิต 2559/60 ก่อน

แต่ปีนี้การทำนาล่าช้ากว่าปกติ เนื่องจากปัญหาภัยแล้ง ทำให้การขึ้นทะเบียนล่าช้า ชาวนามีกว่า 3.7 ล้านราย ขึ้นทะเบียนฤดูกาลผลิต 2559/60 เพียง 1 แสนรายเท่านั้น

เมื่อผมเห็นว่า เงื่อนไขดังกล่าวไม่น่าจะใช้ได้ จึงเสนอไปว่าน่าจะปรับแก้เงื่อนไขส่วนนี้ ก็เลยแก้ปัญหาโดยการเอาบัญชีลูกค้า ธ.ก.ส.แทน แต่พอตอนหลัง ธ.ก.ส.บอกว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากผิดหลักเกณฑ์การจ่ายเงิน ท้ายสุดก็ได้ข้อสรุปว่า จะใช้ทะเบียนเกษตรกรย้อนหลังไป 2-3 ปี ช่วงดังกล่าว ครม.เห็นชอบการปรับเปลี่ยนพื้นที่การปลูกข้าวปีการผลิต 2559/60 เพื่อลดพื้นที่ปลูกข้าวลง 5.7 แสนไร่พอดี

จึงกำหนดเพิ่มเติมว่า ชาวนาต้องเลือก 1 มาตรการ คือ ถ้ารับเงินช่วยเหลือจากกระทรวงการคลัง ก็ไม่สามารถรับเงินช่วยเหลือจากการลดพื้นที่ปลูกข้าวจากกระทรวงเกษตรฯ เป็นเงื่อนไขที่สภาพัฒน์กำหนด

ที่ท้วงติงเพราะหากทำไปแล้วเกิดข้อผิดพลาดขึ้น สตง.อาจตรวจสอบย้อนหลังได้ ขณะนี้ทุกอย่างเดินหน้าไปแล้ว ขอยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องเกาเหลาระหว่างผมกับนายสมคิด

ก็ดีแล้วครับที่ไม่มีเกาเหลาในทีมเศรษฐกิจ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. กับ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจรัฐบาล ต่างก็มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าทีม ก็อยู่ที่หัวหน้าทีมจะฟังทีมไหน แต่เศรษฐกิจทั้งระบบ จะต้องเดินไปในทิศทางเดียวกัน จึงจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของชาติได้

ประเด็นแปลก จากการเปิดเผยของ พล.อ.ฉัตรชัย ที่ผมคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรให้ความสนใจก็คือ เรื่องการขึ้นทะเบียนชาวนาเพื่อรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทำกันมาทุกรัฐบาล จะให้ความช่วยเหลือทีก็ขึ้นทะเบียนชาวนาที กว่าจะขึ้นทะเบียนเสร็จก็กินเวลาเดือนกว่าสองเดือนทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างล่าช้ายิ่ง

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีการ ขึ้นทะเบียนชาวนาทั่วประเทศหลายครั้ง เพื่อให้เงินช่วยเหลือ ผมไม่รู้ข้อมูลรายชื่อชาวนาเหล่านั้นหายไปไหนหมด หรือว่าใช้ไม่ได้ จึงต้องขึ้นทะเบียนใหม่ทุกครั้งที่จะช่วยเหลือ

ผมคิดว่า ชาวนาเองก็คงเบื่อ ที่ต้องไปขึ้นทะเบียนรับเงินช่วยเหลือกันปีละไม่รู้กี่ครั้ง ทั้ง ภัยแล้ง ภัยน้ำ ลดพื้นที่ปลูกข้าว ลดต้นทุนการผลิต ฯลฯ

กระทรวงเกษตรฯ ไม่คิดที่จะ พัฒนาข้อมูลชาวนาและเกษตรกรทุกประเภทให้เป็นข้อมูลที่ทันสมัยบ้างเลยหรือ ถ้ายังใช้ระบบขึ้นระเบียนทุกครั้งแบบเดิมๆ แล้วจะไปพัฒนาให้ชาวนาเป็น “ชาวนา 4.0” ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ ได้อย่างไร

นี่คือ จุดอ่อนของรัฐบาล ที่ทำให้ การแก้ปัญหาชาวนาไม่สำเร็จ รวมทั้ง ระบบป้องกันภัยน้ำท่วม ที่ทำกันมาตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ จนน้ำกำลังเริ่มท่วมอีกครั้งแล้ว ก็ยังไม่เสร็จ

หัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ ก็คือ “ระบบข้อมูล” ถ้าข้อมูล “ชาวนา” ที่มีอยู่ 3.7 ล้านครัวเรือน ยังต้องขึ้นทะเบียนใหม่ทุกครั้งที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือ แล้ว “Digital Economy เศรษฐกิจดิจิทัล” จะเดินหน้าไปได้อย่างไร “ไทยแลนด์ 4.0” จะเกิดขึ้นได้อย่างไร.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

27 ก.ย. 2559 14:02 27 ก.ย. 2559 14:02 ไทยรัฐ