วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


“สิริดา นาคทัต” จากบัณฑิตทางกฎหมาย เบนเข็มสู่นักธุรกิจ ด้วยความตั้งใจและทุ่มเท

จากโอกาสที่ได้ใช้ชีวิตและเดินทางไปในหลายๆประเทศ ทำให้ “สิริดา นาคทัต” ได้มองเห็นช่องทางและโอกาสสร้างฝันในการเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง ซึ่งวันนี้เธอได้เดินมาถึงครึ่งทาง ด้วยความตั้งใจและทุ่มเทอย่างเต็มที่

ติ๊ด–สิริดา สาวรุ่นใหม่วัย 25 ปี ลูกสาวของ มานพ–วิสสุดา นาคทัต เจ้าของบริษัท เสรีมานพ แอนด์ ดอยล์ จำกัด ที่ปรึกษาทางกฎหมาย และเจ้าของโรงเรียนสิริเทพ เล่าว่า เป็นความตั้งใจของติ๊ดเลยที่อยากทำอะไรของตัวเอง พอจบปริญญาตรีด้านกฎหมาย ที่ University of York ประเทศอังกฤษ ติ๊ดก็เรียนต่อปริญญาโท 2 ใบ ทางด้าน Innovation, Entrepreneurship and Management ที่อิมพีเรียล คอลเลจ และด้านกฎหมาย ที่ University College London ช่วงนี้เทรนด์ start up กำลังมาแรง ซึ่งเราก็มีไฟและเฟรชอยู่ ตื๊ดเลยคิดว่า เราน่าจะหาประสบการณ์ในสิ่งที่เราจะทำดีกว่า และจากประสบการณ์ระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ ได้เห็นว่า คนต่างชาติเขาเองก็ชื่นชมผลไม้ไทย ว่าเป็น Exotic fruits ทั้งอร่อยและหากินได้ยาก มีราคาสูง เลยคิดว่าน่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มของผลไม้ไทยด้วยการทำอะไรสักอย่าง ก็มาได้ไอเดีย นำมาทำกัมมี่เยลลี่ หรือขนมวุ้นเจลาติน ที่เด็กๆชอบเคี้ยวเล่น ในชื่อแบรนด์ แฟรปปี้ (FRAPPY)

“ก่อนที่จะทำ ติ๊ดศึกษาหาข้อมูลอยู่กว่าปีค่ะ ทั้งคิดสูตรและไปดูงานแสดงอาหารในหลายประเทศ ทั้งญี่ปุ่น, เยอรมัน, ไต้หวัน เพื่อจะเรียนรู้และนำมาปรับใช้ พร้อมกับตั้งบริษัท Tropical Fruits จำกัด ในการผลิตกัมมี่แบรนด์ แฟรปปี้ ซึ่งติ๊ดใช้น้ำผลไม้แท้ๆ และที่ทำขนมเพราะมองว่า น่าจะเข้าถึงตัวผู้บริโภคได้ง่าย และโดยส่วนตัวก็ชอบกินอยู่แล้ว รวมทั้งอยากให้คนไทยเอง มั่นใจในสินค้าที่ทำในประเทศไทย ว่าเราสามารถผลิตของที่มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยมได้ โดยติ๊ดเองอยากนำเสนอผลไม้ไทยในมุมที่แตกต่าง โดยเรามีนวัตกรรมในตัวสินค้า เราใช้น้ำผลไม้ถึง 40% สูงที่สุดในขนมชนิดเดียวกัน ผสมวิตามินซี ไม่มีสารกันเสีย และน้ำตาลน้อยกว่ากัมมี่ทั่วไป ซึ่งตอนนี้เรามี 2 รสชาติ คือ มะม่วง และสับปะรดผสมเสาวรส ในอนาคตก็อาจจะเพิ่มรสชาติของผลไม้ไทยชนิดอื่น เช่น มังคุด มะพร้าว” สาวติ๊ด เล่าอย่างภูมิใจ

เข้ามาเป็นนักธุรกิจหน้าใหม่ในวงการ ผู้บริหารสาวรุ่นใหม่ไฟแรงคนนี้ ยังบอกด้วยว่า ไม่เคยคิดว่าการเป็นเจ้าของธุรกิจจะต้องทำทุกอย่างเองขนาดนี้ การทำงานตั้งแต่ศูนย์ ได้สอนให้ติ๊ดได้เรียนรู้เป็นอย่างมาก ได้เจอคนหลากหลายชาติ ได้รู้จักการดีลกับคน การทำงานด้านส่งออก เพราะติ๊ดตั้งใจว่า นอกจากจะวางสินค้าของเธอในศูนย์การค้าแล้ว ก็อยากส่งต่างประเทศด้วย งานทุกอย่างถ้าไม่ได้ทำเองก็จะไม่รู้ว่ามีความยาก โดย เฉพาะการสื่อสาร แต่จะยากแค่ไหนติ๊ดก็ไม่ถอย เพราะข้อดีของการทำธุรกิจตั้งแต่เด็ก ทำให้เราไม่กลัวที่จะล้ม ไม่กลัวการเสียหน้า จึงมีความกล้า มีความคิดสร้างสรรค์ และเป็นช่วงที่เราต้องเรียนรู้ เดินหน้ามาแล้ว จึงต้องลุยเต็มที่ค่ะ...ขอให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจ.

จากโอกาสที่ได้ใช้ชีวิตและเดินทางไปในหลายๆประเทศ ทำให้ “สิริดา นาคทัต” ได้มองเห็นช่องทางและโอกาสสร้างฝันในการเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง ซึ่งวันนี้เธอได้เดินมาถึงครึ่งทาง ด้วยความตั้งใจและทุ่มเทอย่างเต็มที่ 27 ก.ย. 2559 13:29 27 ก.ย. 2559 13:30 ไทยรัฐ