วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตระหนักถึงปัญหา เศรษฐกิจของประเทศที่อยู่ในภาวะทรงตัวเป็นอย่างดี ในขณะที่ ประเทศเพื่อนบ้าน พยายามที่จะพัฒนาเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดด ดังนั้นจึงมีการมอบหมายให้ ดร.อรรชกา ศรีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม เป็นหัวหน้าทีมภาครัฐในการผลักดันนโยบายที่จะเปิดรับนักลงทุนจากต่างประเทศเพื่อ

ระดมเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมด้านต่างๆอย่างเป็นระบบ

โดยมีการกำหนด 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนจากภาคเอกชน กระตุ้นการจ้างงานและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจรูปแบบใหม่สอดคล้องกับการเดินหน้า ไทยแลนด์ 4.0 เพิ่มขีดความสามารถในด้านการแข่งขันมากขึ้น

ทั้งนี้ มีการสนับสนุนด้านสิทธิประโยชน์การลงทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ในระดับสูง มีการยกระดับ 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ทันสมัย อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ท่องเที่ยวไฮเอนด์เชิงสุขภาพ เกษตรเทคโนโลยีชีวภาพ และ แปรรูปอาหาร กับ 5 อุตสาหกรรมอนาคต ได้แก่ หุ่นยนต์เพื่อการผลิต เชื้อเพลิงชีวภาพ-เคมีชีวภาพ ดิจิทัล การบินและโลจิสติกส์ รวมทั้งอุตสาหกรรมการแพทย์ที่ครบวงจร

ขณะที่ภาครัฐกำหนดลงทุน โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ Eastern Economics Corridor-EEC นำร่องใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก ประกอบด้วย ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา เพื่อยกระดับจาก อีสเทิร์น ซีบอร์ด เป็นซุปเปอร์อีสเทิร์น ซีบอร์ด

ในส่วนภาครัฐจะมีการลงทุนใน ระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆเพื่อรองรับการพัฒนาและการลงทุนในอนาคตเช่น ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 เชื่อมโยงการขนส่งทางรถไฟ พัฒนาสนามบินอู่ตะเภา เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์แห่งที่ 3 อย่างเต็มรูปแบบ ที่คาดว่าจะใช้เม็ดเงินลงทุนประมาณ 3 แสนล้านบาท

การลงทุนภาคเอกชน คงต้องโฟกัสไปที่ พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ PTTGC ที่ทำการบุกเบิก อีสเทิร์น ซีบอร์ดมานานกว่า 3 ทศวรรษแล้ว จากยุคที่มีการค้นพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยใหม่ๆ ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมต้นน้ำมากมาย อาทิอุตสาหกรรมยานยนต์ ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศถึงปีละประมาณ 7 แสนล้านบาท มีการจ้างงานกว่า 5 หมื่นคนและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจคิดเป็นร้อยละ 6 ของจีดีพีประเทศ

จากแผนการผลิตของ PTTGC ทำให้มีกำลังการผลิต โอเลฟินส์อันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน มีกำลังผลิตทั้งโอเลฟินส์และอะโรแมติกส์รวมประมาณ 9.26 ล้านตันต่อปี แสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะตอบรับนโยบายเศรษฐกิจยุคใหม่ในอนาคต ขานรับนโยบายรัฐบาลที่จะทำให้มีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาในประเทศมากขึ้น พร้อมมองเทคโนโลยีใหม่ๆที่จะนำมาพัฒนาธุรกิจโดยดึงนักลงทุนจากบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นเช่น ซูมิโตโม เป็นต้น เข้ามาช่วยในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีควบคู่กันไปด้วย

ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 ได้ตามเป้า.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com 

27 ก.ย. 2559 13:09 27 ก.ย. 2559 13:09 ไทยรัฐ