วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศึกดีเบตนัดแรก ทรัมป์-ฮิลลารี ดุเด็ด!สร้างสถิติคนดูถ่ายทอดสดTV100 ล้าน

ศึกดีเบตครั้งแรกระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์-ฮิลลารี คลินตัน สองผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผ่านไปแล้ว ดุเด็ดเผ็ดมัน งัดโจมตีเรื่องส่วนตัว ที่เป็น‘แผล’ของกันและกัน.. สร้างประวัติศาสตร์มีผู้เฝ้าชมการถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์มากที่สุดนับ 100 ล้านคน

เมื่อวันที่ 27 ก.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน การดีเบต โต้วาที ประชันวิสัยทัศน์ครั้งแรก ระหว่าง นายโดนัลด์ ทรัมป์ และนางฮิลลารี คลินตัน สองผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันและเดโมแครต ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มหาวิทยาลัยฮอฟตรา ในเมืองลอง ไอส์แลนด์ รัฐนิวยอร์ก เป็นเวลา 90 นาที เริ่มตั้งแต่เวลา 21.00 น. ของคืนวันที่ 26 ก.ย.ตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐฯ หรือตรงกับ 08.00 วันที่ 27 ก.ย. ตามเวลาของไทย สร้างประวัติศาสตร์ มีผู้เฝ้าชมการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์มากที่สุดเป็นประวัติการณ์มากถึง 100 ล้านคน ขณะที่ ผลโพลล่าสุดก่อนถึงวันดีเบตครั้งแรกระหว่างสองผู้สมัครชิงประธานาธิบดีที่จะมีขึ้นในวันที่ 8พ.ย. ออกมาว่า ฮิลลารี เป็นฝ่ายมีคะแนนนำเหนือกว่าทรัมป์อยู่เล็กน้อย ด้วยคะแนน 48% ต่อ 46%

การดีเบตที่มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก นางฮิลลารี คลินตันในชุดสีแดง กลับมาดูสวยสง่ามีพลังอีกครั้ง หลังจากดูซบเซาลงไปในช่วง 2-3 สัปดาห์ก่อน นับตั้งแต่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคเดโมแครตให้เป็นตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนางคลินตันได้ป่วยด้วยโรคปอดบวมช่วงครบรอบ 15 ปี เหตุวินาศกรรม 9/11 ขณะที่ ฝ่ายทรัมป์ แม้จะอยู่ในวัย 70 ปี แก่กว่าฮิลลารีที่อายุ 68 ปี แต่ก็ดูแข็งแรง มีชีวิตมีชีวา และหล่อสมาร์ทในชุดสูทสีดำ ผูกเนกไทสีน้ำเงินสว่าง


การโต้วาที ครั้งแรกระหว่างทรัมป์กับฮิลลารีนี้ มีนายเลสเตอร์ โฮลต์ ผู้ประกาศข่าวช่องสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยเป็นการแสดงวิสัยทัศน์กันในเรื่องหลัก 3 เรื่อง คือ เรื่องการสร้างงานสร้างรายได้ การก่อการร้าย และปัญหาเรื่องการเหยียดเชื้อชาติในสหรัฐฯ โดยนางคลินตัน เป็นฝ่ายตอบคำถามก่อน ตามด้วยทรัมป์ แล้วจากนั้น เป็นเวลาสำหรับการโต้แย้งกันในประเด็นที่ถูกพาดพิงหรือต้องการชี้แจง  โดยการดีเบตครั้งนี้ นอกจากประเด็นหลักแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังได้โจมตีเรื่องส่วนตัวของกันและกัน โดยทรัมป์พูดโจมตีฮิลลารี คลินตัน ไม่มีลักษณะพื้นนิสัยที่จะเป็นประธานาธิบดี รวมถึงเรื่องอีเมล 3หมื่นฉบับที่นางคลินตันลบทิ้งไปตอนดำรงตำแหน่งรมว.ต่างประเทศ ขณะที่ นางคลินตัน สวนกลับ จี้ใจดำ ทรัมป์ เป็นมหาเศรษฐีที่ไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขการจ่ายภาษีย้อนหลัง เพราะอาจไม่ได้รวยมากและใจบุญมอบเงินให้กับการกุศลมากตามที่อ้าง


ทั้งนี้ การดีเบต ได้เปิดด้วยคำถามแรกคือ ผู้สมัครมีแนวทางในการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชาวอเมริกันอย่างไร ซึ่งนางคลินตันระบุว่า เธอจะสนับสนุนการเจรจาการค้าอย่างเท่าเทียม ส่งเสริมพลังงานทางเลือก ผลักดันการพัฒนาด้วยการสนับสนุนแรงงานชนชั้นกลางที่เป็นกลุ่มสำคัญของเศรษฐกิจอเมริกา

ส่วนนายทรัมป์ บอกว่าเขาจะทำให้ภาคธุรกิจไม่ย้ายฐานการผลิตออกจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ด้วยการอุ้มภาคธุรกิจ ลดภาษีการค้าให้กับบริษัทต่างๆ เพื่อยื้อให้อยู่ในสหรัฐฯต่อไป นอกจากนั้นจะรื้อการเจรจาการค้าใหม่หมดเพื่อให้สหรัฐฯได้ประโยชน์สูงสุด

ในส่วนนี้จะเห็นได้ว่าสองผู้สมัครยังมีแนวทางที่แตกต่างในเรื่องการขึ้นภาษี ซึ่งคลินตันบอกว่าเธอไม่เห็นด้วยที่ทรัมป์จะไม่ขึ้นอัตราภาษีคนรวย และเธอไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาจากบนลงล่าง เพราะนี่เป็นโครงสร้างที่จะทำให้เศรษฐกิจไม่สามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืน

ระหว่างการดีเบตโดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้ท้าทายให้คลินตันเปิดเผยอีเมลกว่า 3 หมื่นฉบับที่ถูกลบทิ้งไป ระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ โดยบอกว่า หากคลินตันยอมเผยอีเมล เขาจะยอมเปิดรายการคืนภาษีย้อนหลังที่คลินตันเรียกร้องมาโดยตลอด ซึ่งในเรื่องอีเมล คลินตันได้กล่าวยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของเธอและหากย้อนเวลาได้จะไม่ทำแบบนั้น แต่เธอบอกว่ายินดีรับผิดชอบต่อผลที่จะตามมา

จากนั้นผู้ดำเนินรายการได้ถามคำถามในประเด็น การเหยียดเชื้อชาติในสหรัฐฯ ซึ่งสองผู้สมัครต่างยอมรับความเป็นความท้าทายอย่างมากในขณะนี้ คลินตันบอกว่าจะแก้ปัญหาด้วยการ เน้นฝึกตำรวจให้เชี่ยวชาญในการใช้อาวุธ ขณะที่ทรัมป์เน้นย้ำความสำคัญของการทำให้บ้านเมืองอยู่ในระเบียบ มีการควบคุมและปราบปรามอาชญากรรมอย่างเข้มงวด ขณะที่ทั้งสองฝ่ายเห็นด้วยในเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์อันดีในชุมชนเพื่อลดปัญหาความขัดแย้ง

จากนั้นมาสู่คำถามในประเด็นความมั่นคงของอเมริกา ว่าด้วยจุดยืนของสองฝ่ายต่อสงครามอิรักและแนวทางการปราบปรามกลุ่มไอซิส โดยทรัมป์บอกว่า เขาไม่ได้สนับสนุนสงครามอิรัก และชี้ให้เห็นว่ากลุ่มนักรบไอซิสเพิ่งก่อตั้งในช่วงที่นางคลินตันเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งเธอทำให้เห็นว่าไม่สามารถหยุดยั้งสิ่งเหล่านี้ได้ ในประเด็นข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ทรัมป์ โจมตีข้อตกลงดังกล่าวว่าสหรัฐฯต้องจ่ายแพงถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แลกกับข้อตกลงดังกล่าว ในขณะที่นางคลินตันไม่ได้ตอบโต้ในเรื่องนี้

ทางด้านนักวิเคราะห์ภาษามือและท่าทางออกมาชื่นชมโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยังคงรักษาแนวทางการใช้มือประกอบการพูดและทำได้อย่างดี เพื่อเน้นย้ำ หรือตอกย้ำสิ่งที่พูดออกไปให้มีความสำคัญมากขึ้น ในขณะที่นางคลินตันแทบไม่ได้ใช้มือหรือท่าทางประกอบมากนัก แต่ระหว่างการดีเบตครั้งนี้ทรัมป์มีการทำเสียงคัดจมูกแทบจะตลอดเวลาในช่วงแรกๆ ที่ทำให้เขาดูเสียบุคลิกอย่างมาก และขัดกับที่เขาเคยออกมาประกาศก่อนหน้านี้ว่าเป็นผู้สมัครที่สุขภาพสมบูรณ์เต็มร้อย

ด้านบรรดานักวิเคราะห์ตลาดการเงินของซีเอ็มซีและระบุว่า ตลาดการเงินมีปฏิกิริยาตอบสนองเชิงลบต่อการดีเบตครั้งนี้ เนื่องมาจากหลายฝ่ายมองว่าทรัมป์ทำได้ดีกว่าที่คิดและยิ่งเพิ่มโอกาสที่เขาจะชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งจะส่งผลเลวร้ายต่อตลาดการเงิน

ขณะที่โลกโซเชียลมีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับอาการคัดจมูกของทรัมป์ ความพยายามอดกลั้นไม่แสดงพฤติกรรมแย่ๆ ต่อหน้าผู้ชม และยังมีการแซวเรื่องชุดของคลินตันว่าใส่ชุดแดงแบบนี้ดูเหมือนขวดซอสมะเขือเทศ และแซวยิ้มกว้างแบบคลินตันว่า โซเชียลไม่เคยเห็นเธอยิ้มกว้างได้ขนาดนี้ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

มะกันชนนับล้านชม 'ทรัมป์-คลินตัน' ดีเบตนัดแรก-ผลโพลสูสี

ศึกดีเบตครั้งแรกระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์-ฮิลลารี คลินตัน สองผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผ่านไปแล้ว ดุเด็ดเผ็ดมัน งัดโจมตีเรื่องส่วนตัว..สร้างประวัติศาสตร์มีผู้เฝ้าชมการถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์มากที่สุดนับ 100 ล้านคน 27 ก.ย. 2559 11:50 27 ก.ย. 2559 18:02 ไทยรัฐ