วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทนายปูค้าน ใช้ 'ม.44' ก้าวล่วงศาล!

วิษณุแย้มใช้ล่าทรัพย์! พท.ลุยสอบภาษีอภิรดี

“ทนายยิ่งลักษณ์” ยื่นหนังสือค้านนายกฯงัด ม.44 ติดดาบกรมบังคับคดียึดทรัพย์ 3.5 หมื่นล้านชดใช้จำนำข้าวเจ๊งสวดยับก้าวล่วงอำนาจศาล ปิดทางผู้เสียหายโต้แย้งคำสั่ง เครือข่ายผู้มีอำนาจทำลายประชาธิปไตยยัดเยียดสารพัดข้อหากำจัด “อดีตนายกฯปู” พร้อมพรรคร่วมรัฐบาล “เรืองไกร” ร้อง สตง.สอบภาษีเครื่องเพชร “อภิรดี” ด้าน “ณัฐวุฒิ” เชียร์ “บิ๊กตู่” ไฟเขียวสอบน้องชายพิสูจน์เลือกปฏิบัติปราบโกง “บิ๊กป้อม” ยันไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ปัดไม่รู้ลูกชาย “บิ๊กติ๊ก” ตั้ง หจก.ในค่ายทหาร “ปรีชา” หน้าเครียดพร้อมให้สอบ “วิษณุ” แจง “ปู” ละเลย 2 ฤดูกาลหลัง หั่นค่าเสียหายเหลือ 1.78 แสนล้าน ให้รับผิดชอบ 20% ชี้กรมบังคับคดีแค่ตั้งต้นไล่ล่าทรัพย์กันหนีหนี้ “ประยุทธ์” ไม่ตอบ เซ็นเองทวงสินไหม “มีชัย” ปัดตั้งธงเซ็ตซีโร่องค์กรอิสระ “สมชัย” โอ่ ก.ม.ลากตั้ง ส.ว.เลือกไขว้ 2 ชั้น อุดช่องโกง-สกัดบล็อกโหวต

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันว่าไม่ได้กลั่นแกล้งเรียกค่าเสียหายทางแพ่งในโครงการรับจำนำข้าวจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเงิน 35,717 ล้านบาท ล่าสุดทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ยื่นหนังสือถึงนายกฯคัดค้านการที่ใช้มาตรา 44 ให้อำนาจกรมบังคับคดียึดทรัพย์เก็บค่าเสียหายดังกล่าว โดยระบุเป็นการก้าวล่วงอำนาจศาล


“ทนายปู” ค้านใช้ ม.44 ยึดทรัพย์คดีข้าว

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 ก.ย. ที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ. นายนพดล หลาวทอง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นหนังสื่อถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.คัดค้านการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้อำนาจกรมบังคับคดียึดทรัพย์ค่าเสียหายคดีโครงการรับจำนำข้าว ผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน โดยนายนพดลกล่าวว่า การใช้อำนาจดังกล่าวก่อนคดีความจะสิ้นสุด เป็นการชี้นำคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการรับจำนำข้าว ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องรับผิด เพราะคำสั่งคุ้มครองคณะกรรมการ ไม่ต้องรับผิดทางแพ่งและอาญาและใช้เฉพาะกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ อีกทั้งเป็นการก้าวล่วงอำนาจศาล เพราะการแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นอำนาจของศาล ผู้เสียหายโต้แย้งได้ แต่การออกคำสั่งเช่นนี้ผู้เสียหายไม่มีอำนาจโต้แย้งคำสั่ง

พ้อจ้องแต่ยัดเยียดข้อกล่าวหา

นายนพดลกล่าวด้วยว่า การให้สัมภาษณ์ของรัฐบาล มักพูดถึงการออกคำสั่งทางปกครอง แทนการฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง ตามกระบวนการยุติธรรม จึงเป็นการเลือกปฏิบัติในทางที่เป็นผลร้าย และไม่เป็นธรรมต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือว่าละเมิดกฎบัตรระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ที่กำหนดให้ทุกคนเท่าเทียมกันทางกฎหมายไม่เลือกปฏิบัติ อีกทั้งการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นไปตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา ทุกรัฐบาลต่างมีโครงการช่วยเหลือเกษตรกร ไม่ใช่เรื่องจะมาหากำไรหรือขาดทุน แต่กลุ่มเครือข่ายที่มีอำนาจมุ่งร้ายทำลายระบบประชาธิปไตย ต้องการกำจัด น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลขณะนั้น ใช้เครื่องมือยัดเยียดข้อกล่าวหาดำเนินคดีล้วนเป็นความอยุติธรรมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์อย่างยิ่ง

“เรืองไกร” ยื่น สตง.สอบภาษี “อภิรดี”

ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการตรวจสอบการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินของนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 3 ครั้ง พบว่า นางอภิรดีได้รับทรัพย์สินเป็นเครื่องประดับหลายรายการ มีมูลค่าควรถือเป็นเงินได้พึงประเมิน ประกอบด้วย เครื่องประดับชุดอเมทิสล้อมเพชร มูลค่า 50,000 บาท เครื่องประดับทองฝังเพชร มูลค่า 130,000 บาท และต่างหู แหวน เข็มกลัดติดเสื้อ มูลค่า 40,000 บาท และเข็มกลัดติดวงกลมฝังเพชร 1 อัน มูลค่า 200,000 บาท มีการระบุว่าเป็นของขวัญจากพี่ ตั้งข้อสังเกตว่าเสียภาษีครบถ้วนหรือไม่ วันที่ 27 ก.ย.จะไปยื่นเรื่องต่อผู้ว่าฯ สตง.ร้องขอให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบว่า “ของขวัญจากพี่” ของนางอภิรดี นำไปรวมคำนวณเสียภาษีตามประมวลรัษฎากรหรือไม่

“ปึ้ง” โต้น้ำท่วมก่อนรัฐบาล “ปู”

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึงน้ำในเขื่อนช่วง พ.ค.2554 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ มีไม่มากว่า หลังจากนั้นช่วงเดือน มิ.ย. ก.ค.และ ส.ค. 54 รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ รักษาการ น้ำเริ่มท่วมพื้นที่หลายจังหวัดในภาคเหนือแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังไม่ได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ต้องพิสูจน์เชิงคณิตศาสตร์ว่าบริหารน้ำอย่างไร ถึงไหลมาท่วมได้ เหนือเขื่อนมีน้ำฝนเท่าไร มีใครบ้าจี้อยากเก็บน้ำเอาไว้ให้ชาวนาทำนาหรือไม่ ขอให้นายอรรถวิชช์ไปแจ้ง ป.ป.ช.ด้วยว่าตอนนี้น้ำท่วมหลายจังหวัดรวมทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล ให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบเอาความผิดกับการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล คสช.ด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ควรต้องรับผิดชอบที่ปล่อยให้เกิดน้ำท่วมขังทั้งในกรุงเทพฯและหลายจังหวัดทั่วประเทศ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน

“เต้น” เชียร์นายกฯไฟเขียวสอบน้อง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า เห็นด้วยกับการที่นายกฯให้ตรวจสอบสมาชิกในครอบครัวน้องชายเป็นไปตามกระบวนการ เพราะความเชื่อมั่นเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งช่วงหลังมีข่าวนักต้านโกงหลายคนถูกศาลตัดสินว่าโกง เช่น นายสนธิ ลิ้มทองกุล หรือนายแทน เทือกสุบรรณ เชื่อว่าประชาชนอยากเห็นรัฐบาลที่ประกาศปราบโกงเป็นนโยบายหลัก มีความชัดเจน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครกล่าวหาว่ารัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่หลายฝ่ายกำลังจับตามองกลไกตรวจสอบว่าจะเข้มแข็งดุดันเหมือนกรณีอื่นหรือไม่ ทางที่ดีรัฐบาลควรเปิดเผยพฤติการณ์ของข้าราชการและผู้นำท้องถิ่นที่ถูกสั่งพักงานด้วยอำนาจมาตรา 44 ไปแล้วหลายร้อยราย จำนวนมากยังยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง จะได้เปรียบเทียบว่าเหมือนหรือต่างกับสิ่งที่มีคนร้องครอบครัวของน้องชายนายกฯ เชื่อว่าจะช่วยหยุดคำถามเรื่องการเลือกปฏิบัติได้เป็นอย่างดี และเพื่อความโปร่งใสในการปราบโกงของรัฐบาลด้วย

“ปลอด” จวก ป.ป.ช.เพี้ยนเลอะเทอะ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า รู้สึกขำและเศร้าที่ ป.ป.ช.จะไต่สวนรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าทำให้น้ำท่วม มันดูเพี้ยนแบบเลอะสุดๆ ภัยธรรมชาติมนุษย์หน้าไหนจะต่อสู้ได้ ปี 2554 เป็นอุทกภัยสูงสุดใน 100 ปี มหาฝนจากพายุ 5 ลูก ไหลลงมาถึงกรุงเทพฯ หากไม่บ้าอำนาจและมีปัญญาจะเข้าใจได้ว่า ไม่มีรัฐบาลบ้าบอที่ต้องการน้ำท่วม ไม่มีใครสั่งระบายน้ำจากเขื่อนได้ เพราะมีกรรมการ กปร.มีส่วนร่วม น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกช่วยเหลือประชาชนไม่ได้ขาด ไม่นึกว่า ป.ป.ช.จะทำลืมแถมจะฟ้องอีก ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กล่าวว่า น้ำท่วมไม่ให้เกิดไม่ได้ เพราะพื้นที่ประเทศไทยต่ำอย่างไรก็ท่วม ตนยินดีให้สอบ แต่เตรียมล้างหูไว้ฟังแล้วกัน คิดว่า ป.ป.ช.ควรทำสิ่งที่ควรดีกว่า ไม่ใช่มาสอบนโยบายวิธีการทำงานของรัฐบาลแบบที่ทำอยู่ หากสนใจเรื่องน้ำจริงไปสอบเรื่องฝายดีกว่า

“บิ๊กป้อม” โต้ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง

ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ไอจีขอให้นายกฯให้ความเป็นธรรมกรณีถูกเรียกค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวให้เหมือนกับที่ช่วยเหลือน้องชายนายกฯว่า ตนไม่ใช่นายกฯ แต่ทุกอย่างต้องดูแลด้วยความเป็นธรรมและยึดตามกฎหมายเป็นหลักทั้งหมด คงไม่มีเลือกที่รักมักที่ชัง ใครจะโพสต์อย่างไรก็โพสต์ไป เมื่อถามว่า ค่าเสียหายจากโครงการจำนำข้าวเป็นเงินจำนวนมาก อาจทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์หมดตัวได้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แล้วไม่ต้องจ่ายหรืออย่างไร ส่วนจะทำอย่างไรตนไม่ทราบ ให้เป็นเรื่องของศาล

ไม่รู้ลูก “บิ๊กติ๊ก” ตั้งบริษัทในค่ายทหาร

เมื่อถามถึงกรณีลูกชายของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มีบ้านเลขที่ อยู่ภายในกองทัพภาคที่ 3 พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียดเลยตอบ ไม่ได้ เรื่องทุกอย่างมีองค์กรอิสระดูแลอยู่แล้วว่ากันไป

“วิษณุ-อภิศักดิ์” ขึ้นตึกไทยฯพบ “บิ๊กตู่”

เวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นาน 1 ชั่วโมง จากนั้นนายวิษณุ เปิดเผยว่า ไม่ได้หารือถึงคดีโครงการรับจำนำข้าว หลังคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง ที่มีอธิบดีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังเป็นประธาน พิจารณาสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ สรุปตัวเลขความเสียหายที่ต้องจ่าย 35,717 ล้านบาท เป็นการหารือวาระที่จะเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 27 ก.ย.
รวมถึงรายงานมติ ครม.สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากขณะนั้นนายกฯอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ

แจง “ปู” ละเลย 2 ฤดูจ่าย 3.5 หมื่น ล.

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ขั้นตอนหลังคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งได้สรุปตัวเลขแล้ว จะส่งเรื่องให้ รมว.คลังและนายกฯรับทราบ เมื่อถามว่า นายกฯต้องเซ็นคำสั่งด้วยตัวเองหรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า แล้วแต่นายกฯ เพราะมอบอำนาจต่อไปได้ ส่วนค่าเสียหายที่หลายฝ่ายสงสัยว่าทำไมแตกต่างจากตัวเลขที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด ที่มีนายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกฯ เป็นประธานสรุปไว้ 280,000 ล้านบาทนั้น ตอนนั้นเห็นว่าควรรับผิดทั้ง 4 ฤดูกาล คือ 2555/2556 และปี 2556/2557 เป็นเงิน 280,000 ล้านบาท แต่เมื่อคณะกรรมการพิจารณาความผิดทางแพ่งได้ให้ความเป็นธรรม เห็นว่าฤดูที่ 1 และ 2 ไม่มีการแจ้งเตือน แต่ฤดูกาลที่ 3 และ 4 ได้แจ้งเตือน ดังนั้น ความผิดการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หลังแจ้งเตือน จึงเกิดขึ้นเฉพาะ 2 ฤดูกาลหลังเท่านั้น คือ 178,586 ล้านบาท ทั้งนี้ใน 178,586 ล้านบาท ใครต้องรับผิดชอบเพิ่มบ้างอีก นอกจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรมบัญชีกลางมีหลักเกณฑ์ปฏิบัติอยู่แล้วว่า กรณีความรับผิดทำกันหลายคน ต้องแบ่งสัดส่วนการรับผิด 10-20 เปอร์เซ็นต์สำหรับการละเลย ส่วนอีก 80 เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยกับผู้ที่มีส่วนกระทำความผิด โดยส่วนที่เหลือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงที่รับผิดชอบ ต้องไปหาบุคคลที่จะมารับผิดร่วมเอง

ให้กรมบังคับคดีล่าทรัพย์กันหนีหนี้

นายวิษณุ กล่าวว่า กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยืนยันไม่ได้เลือกปฏิบัติ เมื่อมีคนร้ององค์กรอิสระต้องสอบสวนและดำเนินการ 3 แนวทางคือ ส่งเรื่องถอดถอน ส่งฟ้องคดีอาญา และส่งดำเนินการทางแพ่ง และการออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 56/2559 ที่ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้อำนาจกรมบังคดีดำเนินการเรียกค่าเสียหายคดีโครงการรับจำนำข้าว ไม่ได้ลัดขั้นตอน ไม่ได้ใช้คำสั่งเพื่อให้ไปยึดทรัพย์ เพียงตั้งต้นถ้าศาลวินิจฉัยว่าผิด เว้นแต่มีการฟ้องศาลให้คุ้มครองชั่วคราว การยึดทรัพย์ตามคำพิพากษาของศาล กรมบังคับคดีจะใช้อำนาจบางอย่าง เช่น การจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินใดๆก่อนหน้านี้ ถ้าเข้าข่ายลักษณะโอนหนีหนี้ กรมบังคับคดีเพิกถอนได้ แต่ถ้าทำสัญญาซื้อขายโดยสุจริตเป็นปกติถึงเวลาต้องโอนทรัพย์ก็ทำได้ ไม่ถือว่าโอนหนีหนี้ เมื่อถามว่า ถ้าลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้จะฟ้องล้มละลายหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า อย่าเพิ่งไปถึงขั้นนั้น อย่าลืมว่าถ้าฟ้องล้มละลายจะไม่สามารถลงสมัคร ส.ส.ได้ การยึดทรัพย์มีอายุความ 10 ปี หลังศาลมีคำพิพากษา

“บิ๊กตู่” ปัดตอบเซ็นทวงสินไหมเอง

เมื่อเวลา 15.20 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ผู้สื่อข่าวพยายามจะถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ถึงคำสั่งเรียกค่าเสียหายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯในโครงการรับจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้านบาท นายกฯจะลงนามเองหรือไม่ ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอมตอบคำถามใดๆ โดยเดินออกจากห้องประชุมตึกสันติไมตรีหลังใน ไปพักพูดคุยกับผู้เข้าร่วมประชุมนอกรอบที่ห้องรับรองสีฟ้า กลุ่มผู้สื่อข่าวจึงพากันไปรอหน้าห้อง เพื่อจะขอสัมภาษณ์อีกครั้ง แต่ พล.อ.ประยุทธ์ให้เจ้าหน้าที่แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า จะไม่ให้สัมภาษณ์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือเชิญกลุ่มผู้สื่อข่าวออกจากตึกสันติไมตรีแยกย้ายกันไป

“มนัส” แนะผุด กก.กลางรวมคดีข้าว

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวถึง การเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯต้องรับผิดชอบ 35,717 ล้านบาท หรือ 20 เปอร์เซ็นต์ว่า กรมบัญชีกลางจะส่งเรื่องให้กระทรวงการคลังพิจารณา เพื่อเสนอให้ รมว.คลัง ลงนาม เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายต่อไป ส่วนที่เหลืออีก 80 เปอร์เซ็นต์หรือ 142,868 ล้านบาท ส่วนราชการที่รับผิดชอบ เช่น สำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการคลังต้องไปดำเนินการเพิ่มเติม แต่หากจะให้สะดวก ควรจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกลาง เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมด ทั้งนี้คดีในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่แล้ว มีหลายคดีอยู่ระหว่างพิจารณาของ ป.ป.ช. เจ้าหน้าที่ตำรวจและคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุด ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เช่น กรณีจับข้าวนำเข้าจากเมียนมา การจับกุมโกดังข้าวที่ไม่มีข้าวสต๊อกของรัฐบาล หรือข้าวล่องหน รวมถึงการโกงคุณภาพข้าว ส่วนรายละเอียดของแต่ละคดีมีจำนวนมาก ทั้งตัวผู้ต้องหา เจ้าของโกดังและหน่วยงานที่รับผิดชอบ จึงควรจะรวบรวมเอาไว้ที่เดียวกัน

ป.ป.ช.ชี้ทำตามขั้นตอนไม่ได้เร่งเช็กบิล

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึง กรณีทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯยื่นเรื่องขอเปลี่ยนตัว น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช.ออกจากการเป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ทุกคดีว่า พร้อมให้ความเป็นธรรม ไม่ต้องห่วง ตามกฎหมาย ห้ามคนที่เคยมีส่วนได้เสียในคดี เป็นคณะอนุกรรมการไต่สวนอยู่แล้ว ถ้าเข้าไปเกี่ยวข้องถือว่าประพฤติมิชอบ ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่า ป.ป.ช.เร่งรัดแต่คดีของพรรคเพื่อไทยอย่างต่อเนื่องนั้นคงไม่ใช่ เป็นเรื่องเก่าที่ยังดำเนินการไม่ครบถ้วนตามกระบวนการ ที่ผ่านมา ป.ป.ช.เคยมีมติยกคำร้องข้อกล่าวหาทั้งของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์หลายเรื่อง คดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีหลายเรื่องที่ตกไป แต่คดีใดมีหลักฐานเพียงพอ ต้องส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดต่อไป ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่ามีคดีอยู่ใน ป.ป.ช. 15 คดี อาจเป็นช่วงจังหวะเวลาที่มีคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์หลายเรื่อง ป.ป.ช.เร่งรัดทุกเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์

ไม่หนักใจสอบน้องชาย “ประยุทธ์”

ประธาน ป.ป.ช. กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม กรณีใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ช่วยเหลือภริยาและบุตรว่า อยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลตามขั้นตอนแสวงหาข้อเท็จจริง ไม่หนักใจที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นน้องชายนายกฯ เมื่อสังคมเฝ้าดูอยู่ ป.ป.ช.ต้องทำให้ถูกต้อง แต่จะช้าหรือเร็วคงตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับเนื้อหาประเด็นที่จะตรวจสอบ หากมีหลายประเด็นอาจใช้เวลามากหน่อย ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้เป็นที่สนใจของสังคม ป.ป.ช.จะเร่งรัดการดำเนินการหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพลตอบว่า ป.ป.ช.ดำเนินการไปตามขั้นตอน ทุกเรื่องมีความสำคัญทั้งหมด

“วรงค์” โต้แถลงการณ์เพื่อไทย

ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้แถลงการณ์พรรคเพื่อไทยว่า สะท้อนถึงการไม่ยอมรับผิด ไม่ยอมรับข้อเท็จจริง เพราะ 1.พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดของ เจ้าหน้าที่เป็นกระบวนการตามขั้นตอนปกติของ กฎหมาย การลงนามคำสั่งทางปกครองไม่ใช่จะไปยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์และนายบุญทรงแล้วจบ มีขั้นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุด ต้องใช้เวลา ผลจะเป็นอย่างไรไม่มีใครทราบ 2.เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลปล่อยให้ทุจริตครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศจากนโยบายรัฐบาล เพราะเหลิงอำนาจ เกิดความเสียหายต้องรับผิดชอบ 3.ไม่ใช่การเร่งรีบรวบรัดจะยึด อายัดทรัพย์ 4.เป็นการบิดเบือนเนื้อหาซ้ำๆ จัดชุดความคิดตอกย้ำข้อมูลที่ผิดให้สังคม 5.มาตรา 44 ไม่มีผลต่อกระบวนการใดของคดี เพราะอำนาจกรมบังคับคดี ยึดอายัดทรัพย์บุคคลเป็นการเฉพาะ ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ จึงควรมีสำนึกความรับผิดชอบในสิ่งที่ทำกับประชาชนและประเทศ ชาติ หัวใจสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตย

แนะ รบ.ตั้งทีมแจงแก้ลำบิดเบือน

ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยกล่าวหา ป.ป.ช.ว่า มุ่งเล่นงานแต่คนพรรคเพื่อไทยว่า เป็นกระบวนการบิดเบือนข้อเท็จจริง พรรคประชาธิปัตย์ก็ถูกตรวจสอบเช่นกัน อย่าตีโพยตีพาย เบี่ยงเบนประเด็น เพราะ ป.ป.ช.ไม่สามารถยกเรื่องขึ้นมาตรวจสอบไต่สวนเองได้ ขอให้กำลังใจ ป.ป.ช.อย่าได้หวั่นไหว ทำตามหน้าที่ ถูกว่าไปตามถูก ผิดว่าไปตามผิด และขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.สั่งให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทีมกฎหมายชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายคดีโกงจำนำข้าว หากปล่อยให้กรณีนี้หมดอายุความ ภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องจะถูกดำเนินคดี

ฉะ ป.ป.ช.อืดกระชุ่น “บิ๊กตู่” สอบงบฯน้ำ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตรองประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปช.) สภาฯ กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุถูกกลั่นแกล้งกรณีการบริหารจัดการน้ำผิดพลาดว่า ถ้าบริหารจัดการน้ำดีคงไม่ทำให้น้ำท่วมใหญ่ร่วม 2 ล้านครัวเรือนเดือดร้อนในปี 54 เพราะมีการโกงงบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท มีหลักฐานหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุดที่ มท.0212.1/ก 1323 ลงวันที่ 22 มี.ค.55 โดยนายประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงฯ ยอมรับว่ามีบางโครงการได้งบฯ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมจริง มีการเรียกเงินทอนสูงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุสำคัญที่ ป.ป.ช.ตั้งอนุกรรมการไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะไม่เปิดเผยราคากลางและวิธีคิดราคากลางในเว็บไซต์หน่วยงานรัฐตามมาตรา 103/7 และ/8 มีหลักฐานคำสัมภาษณ์ของนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.คลัง ยอมรับว่าไม่พร้อมทำตามกฎหมาย ป.ป.ช. ขอเรียกร้องให้นายกฯ สั่งการให้อธิบดีกรมสรรพากรใช้ฐานข้อมูลจากการใช้งบฯรายจังหวัดกรณีน้ำท่วมปลายปี 2554 ถึงต้นปี 2555 ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้รับเหมาทุกจังหวัด แล้วจะรู้ว่าโกงกันอย่างไร ขอตำหนิ ป.ป.ช.ว่าการตรวจสอบจากสภาฯ ที่ร้องไปที่ ป.ป.ช.ควรทำคดีเหล่านี้ให้เสร็จใน 1 ปี ไม่ใช่ปล่อยมา 4-5 ปี เพิ่งตั้งเรื่อง ที่สำคัญขอให้นายกฯดูแลข้าราชการให้ดี เพราะปัญหาน้ำท่วมล้วนมีการทุจริตคอร์รัปชันเกือบทุกโครงการ

สปท.การเมืองคันมือเซ็ตซีโร่ กกต.

เมื่อเวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)ที่มี ร.อ.ทินพันธ์ นาคะตะ ประธาน สปท.เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระนายวันชัย สอนศิริ สปท. กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าว พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก สปท.เสนอความเห็น ให้ยุบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือเซ็ตซีโร่ กกต. เนื่องจากใน กกต.มีปัญหาแย่งตำแหน่งประธาน กกต. มี กกต.บางกลุ่มขอสับเปลี่ยนประธาน กกต. ไม่อยากให้ กกต.ขัดแย้งในช่วงการเลือกตั้ง หากแตกแยกจะหวังได้อย่างไรว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถ้าจำเป็นต้องเซ็ตซีโร่ก็ต้องทำ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการเมืองกล่าวว่า กมธ.การเมืองจะหารือวันที่ 27 ก.ย.ร่าง พ.ร.บ.กกต. จะเซ็ตซีโร่หรือไม่ต้องไปหารือในที่ประชุม

“มีชัย” ปัดไม่มีธงล้างไพ่องค์กรอิสระ

เมื่อเวลา 13.30 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาข้อเสนอการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ โดยนายมีชัยกล่าวก่อนเข้าประชุมว่า ข้อเสนอของ สปท.ที่ให้เซ็ตซีโร่องค์กรอิสระทั้งหมด เรื่องนี้ กรธ.ไม่มีธง มีเพียงแต่ความเห็นของแต่ละคนตามที่เป็นข่าว ใครอยากจะเสนออะไรก็เสนอมาได้ แต่ต้องมีเหตุผลว่าทำอย่างไรและทำแล้วได้อะไรบ้าง สำหรับการกำหนดคุณสมบัติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพิ่มอีก 2 คน ตามที่ร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้มี 7 คน กรธ.ยังไม่ได้กำหนดว่าจะมาจากสายศาลหรือนักวิชาการ เพราะต้องดูว่าปัจจุบันองค์ประกอบของ กกต.มีและขาดอะไรบ้าง เรื่องนี้จำเป็นต้องเขียนไว้ในกฎหมายลูก ไม่เช่นนั้นการทำงานจะไม่ตรงตามเป้าหมาย เราต้องเซ็ตที่มาและองค์ประกอบให้ครบถ้วน เพราะ กกต.ใหม่ 2 คนนี้ จะต้องเข้ามาก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่

เชื้อเชิญทุกภาคส่วนร่วมวงสัมมนา

นายมีชัยกล่าวถึงการสัมมนาวันที่ 28 ก.ย. เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อการร่างกฎหมายลูก ว่า กรธ.ไม่ได้มีจดหมายเชิญพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการ เพราะเกรงว่าหากเชิญไปแล้วพรรคการเมืองจะอ้างว่าประชุมพรรคไม่ได้ เราจึงเชิญผู้ที่สนใจและผู้มีความรู้และประสบการณ์ให้มาร่วมแสดงความคิดเห็น จึงอยากให้ทุกคนมาร่วมกันแสดงความเห็นให้มากๆ

กกต.ชง 3 หลักการเลือก ส.ว.

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.จากนั้น เวลา 15.20 น.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง แถลงว่า ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ได้ให้คณะทำงานไปปรับแก้ตามแนวทางที่ กกต.มีมติ โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จและส่งให้กรธ.ในวันที่ 30 ก.ย. โดยเป็นหลักการเลือก ส.ว.ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน จึงยกร่างยากที่สุดในบรรดากฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ ยึดหลักการให้เกิดความหลากหลาย ได้คนดี ไม่มีบล็อกโหวต กำหนดค่าสมัครเพียงคนละ 500 บาท เพื่อลดภาระแก่ผู้สมัครและป้องกันการบล็อกโหวต คนดีที่มีต้นทุนต่ำจะได้มีโอกาสเข้ามาสมัครได้ ส่วนวิธีการเลือกจะทำ 2ขั้นตอน ขั้นแรกจะให้เลือกกันเองในกลุ่ม กลุ่มละ 5 คนต่ออำเภอ จะได้ผู้สมัคร ส.ว. 928 อำเภอ จาก 20 กลุ่ม รวม 92,800 คน จากนั้นจะให้ 5 คน แต่ละกลุ่มไปเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่น 19 กลุ่มให้เหลือกลุ่มละ 3 คน จะเหลือผู้สมัคร ส.ว.ระดับอำเภอ 55,680 คน

มั่นใจอุดช่องโกง-สกัดบล็อกโหวต

ด้านนายสมชัยกล่าวอีกว่า จากนั้นการเลือกในระดับจังหวัด จะนำผู้สมัครระดับอำเภอที่เหลือ 55,680 คน จาก 20 กลุ่ม มาเลือกไขว้เช่นเดิม ให้เหลือกลุ่มอาชีพละ 1 คน เป็นผู้สมัคร ส.ว.ระดับจังหวัด ซึ่ง 77 จังหวัดจะได้ผู้สมัคร ส.ว.ระดับจังหวัด รวม 1,540 คน จากนั้นจะเข้าสู่การเลือกในระดับประเทศ ซึ่งจะจัดประชุมผู้สมัคร 1,540 คน จาก 20 กลุ่ม แล้วให้เลือกไขว้ให้เหลือกลุ่มละ 10 คน จะได้ ส.ว จาก 20 กลุ่ม รวม 200 คน เพื่อที่จะส่งให้ คสช.คัดเลือกเหลือ 50 คน และสำรองรายชื่ออีก 50 คน วิธีการที่ กกต.ออกแบบอยู่ในวิสัยที่ กกต.ประเมินแล้วว่าจะบริหารจัดการได้ ป้องกันการบล็อกโหวตและการทุจริตได้ ในร่างกฎหมายมีบทลงโทษรุนแรงไม่น้อยไปกว่ากฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. คนที่ซื้อเสียงหรือทำเพื่อประโยชน์ให้ตนได้รับการเลือกเป็น ส.ว.มีสิทธิจะถูกตัดสิทธิการสมัคร ถูกเพิกถอนสิทธิการสมัคร และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้ คนที่คิดจะทำไม่ว่านักการเมือง นักธุรกิจ เชื่อว่าไม่คุ้ม

อัด สปท. มโน 5 เสือ กกต.แตกคอ

นายสมชัย ยังกล่าวถึงกรณี สปท.ด้านปฏิรูปการเมืองเสนอเซ็ตซีโร่ กกต.ว่า หลายเรื่องเป็น จินตนาการ ทั้งการบอกว่า กกต.ทำงานไม่เป็นทีม อยากถามกลับว่า กกต.ทำงานไม่เป็นทีมตรงไหน ถ้าไม่เป็นทีม จะออกกฎหมายลูก 4 ฉบับตามเวลาที่กำหนดภายใน 1 เดือนได้อย่างไร สะท้อนว่าเราได้ทำงานกันอย่างจริงจังเป็นเอกภาพ ช่วยกันทำงานให้เกิดผลดีที่สุด การมาบอกว่าทำงานไม่เป็นทีม ไม่รู้ว่าท่านมาแอบอยู่ใต้โต๊ะในห้องประชุม กกต.หรืออย่างไร ถ้ามาแอบจริง จะเห็นการทำงานที่มีความสามัคคี จริงจัง ดังนั้นเห็นว่าท่านจินตนาการเกินไป

“สดศรี” ปูดเซ็ตซีโร่พรรคหวังดูด ส.ส.

ขณะที่นางสดศรี สัตยธรรม อดีต กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ และสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูปี 2550 กล่าวถึง กรณีสปท.และ สนช.บางคน เสนอให้มีการเซ็ตซีโร่พรรคการเมืองว่า การเซ็ตซีโร่พรรคการเมืองเหมือนมีธงอยู่แล้วหรือไม่ โดยขอให้มองที่เจตนารมณ์การเลือกตั้งครั้งหน้าว่า ประสงค์อยากได้ ส.ส.จากพรรค การเมืองอื่นหรือไม่ ถ้าต้องการได้จะต้องเซ็ตซีโร่พรรคการเมืองทั้งหมด ที่จะทำให้นักการเมืองตกอยู่ในสภาพบ้านแตก ทุกคนหันไปมองพรรคที่จะตั้งใหม่ มีทุนเยอะและมีโอกาสเป็นรัฐบาล จะเฮโลไปอยู่พรรคนั้น แต่ถ้าไม่มีการเซ็ตซีโร่ คงลำบากที่จะให้ ส.ส.สนับสนุนคนนอกเป็นนายกรัฐมนตรี

เพิ่มพยาน 8 ปาก นปช.ฝืนชุมนุม

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.พร้อมแกนนำรวม 19 คน เข้ารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนในคดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 7/2557 ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป กรณีร่วมแถลงข่าวเปิดตัวศูนย์ปราบโกงประชามติ ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.59 โดยนายจตุพร เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนอนุญาตให้นำพยานบุคคลสอบเพิ่มอีก 8 ปาก อาทิ นายอุดม มั่งมีดี นายมานิตย์ จิตจันทร์กลับ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา นายชูศักดิ์ ศิรินิล อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายชัยเกษม นิติศิริ อดีต รมว.ยุติธรรม นายโภคิน พลกุล นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.ไอซีที พล.ต.อ.วิฬุรห์ พื้นแสง โดยให้เวลาสอบ 15 วัน และนัดให้ทั้งหมดเข้ารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 17 ต.ค. หากพนักงานสอบสวนมีคำสั่งฟ้องจะนำสำนวนพร้อมพวกตนส่งให้อัยการพิจารณาสั่งคดีต่อไป

“วัชระ” ค้านตั้ง “ประดิษฐ์” ขึ้นผู้ว่าฯ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงคัดค้านมติ ครม.แต่งตั้งให้นายประดิษฐ์ ยะมานันท์ รองอธิบดีกรมการปกครอง เป็นผู้ว่าฯนครนายก ว่า เพราะ 1.ช่วงนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็น รมว.มหาดไทย นายประดิษฐ์เป็นผู้ประสานงานขนคนเข้าร่วมชุมนุมการเมืองกับม็อบเสื้อแดง เมื่อวันที่ 6 พ.ย.56 ที่เมืองทองธานี เคยยื่นหลักฐานให้นายกฯแล้ว มี 12 ผู้ว่าฯรวมถึงนายประดิษฐ์ด้วย 2.นายประดิษฐ์เคยลงสมัคร ส.ส.ในปี 49 สังกัดพรรคไทยรักไทย แม้จะเป็นสิทธิส่วนตัว แต่การสนองงานการเมือง ระดมม็อบคนเสื้อแดง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการรัฐประหาร บนข้ออ้างมีความขัดแย้งของคนในชาติ จึงไม่เป็นกลางทางการเมือง ขาดธรรมาภิบาล ไม่ควรแต่งตั้งให้เป็นผู้ว่าฯ ขอให้นายกฯทบทวน รวมถึงให้ความเป็นธรรมต่อนายสายัณห์ อินทรภักดี รองผู้ว่าฯตรัง ที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ว่าฯ ทั้งที่อาสาทำงานในพื้นที่เสี่ยงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่กลับถูกทอดทิ้งจากผู้บังคับบัญชา ซึ่งจะยื่นหนังสือถึงนายกฯต่อไป

“บิ๊กตู่” ขอให้ ขรก.ภูมิใจในอาชีพ

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นางฐะปาณีย์ อาจารวงศ์ และ น.ส. ปราณี ศรีประเสริฐ รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายบริหาร นำข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ สังกัดสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) 14 คน เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เพื่ออำลาในโอกาสเกษียณอายุราชการ โดย พล.อ.ประยุทธ์มอบสมุดไดอารี่และกระเป๋าตราสำนักนายกฯเป็นที่ระลึก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอบคุณที่ช่วยรัฐบาลทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติด้วยความตั้งใจและทุ่มเทมาตลอด ขอให้ภูมิใจในอาชีพรับราชการไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งใดก็ตาม หลังเกษียณไปแล้ว ขอให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข นำความรู้และประสบการณ์ไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ให้กับครอบครัว หมั่นดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ หากต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือด้านใดขอให้ติดต่อกลับมา พร้อมดูแลช่วยเหลือเต็มที่

“บิ๊กติ๊ก” อำลาฝากทุกคนดูแลกองทัพ

เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์การทหารราบ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีวันทหารราบและเทิดเกียรตินายทหารชั้นนายพล ประจำปี 2559 รวมทั้งพิธีสวนสนาม เพื่อเป็นเกียรติให้แก่นายทหารชั้นนายพลเหล่าทหารราบที่เกษียณอายุราชการ มีนายทหารชั้นนายพลที่จะเกษียณอายุราชการปีนี้ อาทิ พล.อ.ปรีชา พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เสนาธิการทหารบก เข้าร่วม ทั้งนี้ พล.อ.ปรีชา กล่าวอำลาชีวิตรับราชการว่า ยังระลึกถึงเพื่อนทหารและผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนที่ปฏิบัติงานเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกันมา ขอฝากทุกคนร่วมมือร่วมใจกันด้วยความรัก ความสามัคคี มีคุณธรรม กล้าหาญ เสียสละ ขณะที่ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวสดุดีตอนหนึ่งว่า ขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อรักษาไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีของกองทัพให้เป็นชั้นนำในอาเซียน

“ปรีชา” หน้าเครียดพร้อมให้สอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนร่วมพิธีดังกล่าว พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ไปดักทำข่าวสั้นๆถึงกรณี หจก.ของลูกชายจดทะเบียนตั้งในกองทัพภาค 3 ว่า “ผมยินดีให้ตรวจสอบได้” ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อผู้สื่อข่าวจะถามต่อ ปรากฏว่า พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.เดินมาเรียกให้ พล.อ.ปรีชา เข้าห้องประชุมร่วมงานวันทหารราบในทันที โดยเจ้าตัวไม่ทันได้ตอบคำถามใดๆ ทั้งนี้ในระหว่างร่วมงาน วันเทิดเกียรติฯเกษียณอายุราชการ พล.อ.ปรีชา มีสีหน้าเคร่งเครียด

“วิษณุ” เผย 1–2 วันรู้ชื่อ ขรก.ลอต 8

เมื่อเวลา 18.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ก.ย. ตนได้นำบัญชีรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ลอตที่ 8 ที่ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เสนอมาให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.พิจารณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายใน 1-2 วันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อข้าราชการในครั้งนี้ มีเกือบ 80 คน ซึ่งเป็นข้าราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของ จ.มหาสารคาม ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบบัญจุแต่งตั้งข้าราชการ อบต.ก่อนหน้านี้

“ทนายยิ่งลักษณ์” ยื่นหนังสือค้านนายกฯงัด ม.44 ติดดาบกรมบังคับคดียึดทรัพย์ 3.5 หมื่นล้านชดใช้จำนำข้าวเจ๊งสวดยับก้าวล่วงอำนาจศาล ปิดทางผู้เสียหายโต้แย้งคำสั่ง เครือข่ายผู้มีอำนาจทำลายประชาธิปไตยยัดเยียดสารพัดข้อหา 27 ก.ย. 2559 08:21 27 ก.ย. 2559 08:52 ไทยรัฐ