วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หวั่นบทวิเคราะห์ลดลง ก.ล.ต.หารือสมาคมโบรกเกอร์ 27 ก.ย.นี้

ก.ล.ต.หารือกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ ในประเด็น พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯฉบับแก้ไขใหม่ เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน ขณะที่นักวิเคราะห์เสนอขอให้ผ่อนปรนให้ใช้ข้อมูล Company visit นำมาทำบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ได้ เพราะเกรงว่าจากนี้ไปบทวิเคราะห์จะถูกจัดทำออกมาน้อยมาก

นายปริย เตชมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 ก.ย.นี้ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หรือโบรกเกอร์ ได้เชิญตัวแทนจากสำนักงาน ก.ล.ต.ไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ฉบับที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ที่มีความเข้มงวดและขยายความ การกระทำความผิดในการซื้อขายที่ไม่เป็นธรรม ทั้งการปั่นหุ้นและการใช้ข้อมูลภายใน มาซื้อขายหุ้น (อินไซเดอร์เทรดดิ้ง) มากขึ้น ที่มีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้น

รวมทั้งการเข้มงวดกับนักวิเคราะห์ ในการออกบทวิเคราะห์ให้มากขึ้น โดยต้องใช้ข้อมูลที่มีความครบถ้วน ถูกต้อง ไม่บิดเบือนหรือข้อมูลที่เป็นเท็จ และห้ามใช้ข้อมูลภายใน ที่ได้มาใช้ในบทวิเคราะห์ และจะชี้แจงทำความเข้าใจถึงหลักการของกฎหมาย เพื่อให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทหลักทรัพย์ทุกแห่ง

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน กล่าวว่า สมาคมอยู่ระหว่างจัดทำคู่มือและแนวปฏิบัติในการทำบทวิเคราะห์ให้กับนักวิเคราะห์คาดว่าจะแล้วเสร็จเร็วๆ นี้ และแนวทางการทำบทวิเคราะห์ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก เป็นเพียงการปรับปรุงให้มีความถูกต้องชัดเจนมากขึ้น เช่น ข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ ต้องมีความถูกต้อง ครบถ้วน และมีปัจจัยสนับสนุน รวมทั้งต้องไม่นำข้อมูลภายใน (อินไซด์) มาใช้ในการวิเคราะห์ เป็นต้น แต่การทำงานของนักวิเคราะห์ก็ยังคงเหมือนเดิม

นายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ ฉบับใหม่ เพราะไม่ได้ทำให้ขั้นตอนต่างๆในการทำบทวิเคราะห์ยากขึ้น โดยเฉพาะการจัดทำบทวิเคราะห์ของ บล.กสิกร ได้ทำตามกฎเกณฑ์ของ ก.ล.ต.อย่างเข้มงวด

นายรณกฤต สารินวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป กล่าวว่า กฎหมายฉบับใหม่นี้อาจส่งผลทำให้มีบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ออกมาน้อยลง เนื่องจากโดยปกติการทำบทวิเคราะห์แต่ละครั้ง นักวิเคราะห์ต้องเข้าไปพบปะพูดคุยกับผู้บริหาร หรือเข้าไปสอบถามข้อมูลต่างๆ หรือจากการไปสัมภาษณ์ เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของแต่ละกิจการ จากผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนนั้นๆ (Company visit) จากนั้น ก็นำข้อมูลที่ได้รับมาประกอบการวิเคราะห์ราคาพื้นฐานของแต่ละบริษัท โดยใช้หลักการ ประสบการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับใหม่กำหนดไว้ว่าข้อมูลทุกอย่าง ต้องมีการแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯก่อน จึงจะนำมาใช้ได้ หรือนำมาเขียนได้ ซึ่งในตลาดหุ้นมีบริษัทจดทะเบียนอยู่กว่า 600 บริษัท ในแต่ละวันมีการแจ้งข่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ฯน้อยมาก ส่งผลให้แนวโน้มบทวิเคราะห์ มีแนวโน้มที่ลดลง

“เมื่อ 10 ปีก่อน เราใช้การพูดคุยกับผู้บริหาร หรือใช้การเข้าไปสอบถามข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ และข่าวสารจากหน้าหนังสือพิมพ์ ประกอบกับประสบการณ์มาวิเคราะห์หาพื้นฐานการเติบโต ราคาที่เหมาะสม แต่หลังจากนี้จะทำได้ยากขึ้น เพราะข้อมูลที่ได้รับมาต้องมาตรวจสอบก่อนว่าข้อมูลจริงหรือไม่ และรอข้อมูลที่แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอเสนอ ก.ล.ต.ให้สามารถนำข้อมูลจากการเข้าไปทำ Company visit หรือจากการโทร.เข้าไปพูดคุยกับผู้บริหารที่มีที่มาที่ไปชัดเจน และข้อมูลจากหน้าหนังสือพิมพ์ มาใช้ประกอบบทวิเคราะห์ได้”.

ก.ล.ต.หารือกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ ในประเด็น พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯฉบับแก้ไขใหม่ เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน ขณะที่นักวิเคราะห์เสนอขอให้ผ่อนปรนให้ใช้ข้อมูล Company visit นำมาทำบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ได้ เพราะเกรงว่าจากนี้ไป 27 ก.ย. 2559 04:56 27 ก.ย. 2559 04:57 ไทยรัฐ