วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มะกันชนนับล้านชม 'ทรัมป์-คลินตัน' ดีเบตนัดแรก-ผลโพลสูสี

ชาวอเมริกันทั่วประเทศเฝ้าชมการโต้อภิปรายครั้งแรกระหว่าง ฮิลลารี คลินตัน และโดนัลด์ ทรัมป์ 2 ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ที่เริ่มขึ้นในคืนวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวอเมริกันนับล้านเฝ้ารอชมการถ่ายทอดสด การโต้วาที หรือ ดีเบต รอบแรกระหว่าง ฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครตลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนฝ่ายรีพับลิกัน ขณะที่ทั้งสองฝ่ายมีคะแนนนิยมที่เท่าเทียมสูสีกัน


การดีเบตนาน 90 นาที ครั้งที่ 1 จาก 3 ครั้ง จะเกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัย ฮอฟสตรา ในเมือง ลอง ไอส์แลนด์ ของรัฐนิวยอร์ก ซึ่งผู้ท้าชิงทั้งสองต่างมุ่งหวังที่จะลบความกังขาในใจของเหล่าผู้สนับสนุน และโจมตีจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้าม โดยจะเริ่มถ่ายทอดสดในเวลา 21:00 น. วันจันทร์นี้ (08:00 น. วันอังคารตามเวลาประเทศไทย) และคาดว่าจะมีผู้ชมถึง 80 ล้านคน เทียบเท่าการดีเบตของประธานาธิบดี จิมมี คาร์เตอร์ และนาย โรนัลด์ เรแกน เมื่อปี 1980

ในการโต้วาทีครั้งนี้นายทรัมป์ นักธุรกิจชาวนิวยอร์กและอดีตเจ้าของรายการเรียลลิตี้ทางโทรทัศน์ จะได้โอกาสแสดงความหนักแน่นของผู้นำที่น่าเชื่อถือ หลังจากถูกโจมตีว่าด้อยความรู้เรื่องนโยบาย และเป็นคนอารมณ์ร้อน ไม่เหมาะกับการเป็นประธานาธิบดี ส่วนนางคลินตันจะมีโอกาสสื่อสารถึงผู้โหวตที่ไม่เชื่อถือเธอโดยตรง เพื่อลดทอนความเสียหายจากข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับกรณีใช้อีเมลส่วนตัวในการติดต่อกิจของรัฐแทนที่จะใช้อีเมลราชการ จนถูกโจมตีเรื่องความไม่โปร่งใส


ด้านผลสำรวจคะแนนความนิยมก่อนเริ่มการดีเบต ปรากฏว่าทั้ง 2 ฝ่ายมีคะแนนสูสีกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้นางคลินตันเป็นฝ่ายนำห่าง โดยผลสำรวจของ ซีเอ็นเอ็น/โออาร์ซี ระบุว่า ทรัมป์นำคลินตันอยู่ที่ 42% ต่อ 41% ในรัฐโคโลราโด ส่วนที่รัฐเพนซิลเวเนีย คลินตันนำทรัมป์อยู่เล็กน้อยที่ 45% ต่อ 44% ขณะที่ บลูมเบิร์ก โพลิติกส์ โพล ที่เผยแพร่ในวันจันทร์ ระบุว่าทั้งคู่มีความนิยมเท่ากันที่ 46%


แต่เมื่อถามในเรื่องความฉลาด, สุขภาพ และความซื่อสัตย์ พบว่ามีความแตกต่างอย่างชัดเจน โดยผู้โหวตคิดว่าทรัมป์มีความซื้อสัตย์มากกว่า และสุขภาพดีกว่า ส่วนคลินตันมีความฉลาดมากกว่านายทรัมป์ อย่างไรก็ตาม นายแดน ชเนอร์ อดีตนักยุทธศาสตร์ของรีพับลิกัน ซึ่งตอนนี้เป็นนักยุทธศาสตร์การเมืองของมหาวิทยาลัยเซาเทิร์น แคลิฟอร์เนีย ระบุว่า นายทรัมป์อาจได้ประโยชน์จากการที่เขาได้รับความคาดหวังจากผู้โหวตน้อยกว่า "เขาไม่จำเป็นต้องแสดงความหลักแหลม ขอเพียงแค่เขาไม่คุยโวเกินไปเท่านั้นก็พอ"

ส่วนนาย รอบบี้ มูค ผู้จัดการทีมหาเสียงของคลินตันบอกกับสำนักข่าวเอ็นบีซีว่า สิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการคือ ความ 2 มาตรฐาน ที่ฮิลลารี คลินตัน ถูกตัดสินในเรื่องนโยบาย ขณะที่นายทรัมป์กลับได้คะแนนในเรื่องพัฒนาการ

ขณะเดียวกัน บทบาทของนายเลสเตอร์ โฮลต์ ผู้ประกาศข่าวจากสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีซี นิวส์ ผู้ดำเนินรายการโต้อภิปรายครั้งนี้ ก็ได้รับการจับตามองอย่างมาก โดยทีมหาเสียงของนางคลินตันรวมทั้งผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต เรียกร้องให้เขาแก้ไขคำพูดของนายทรัมป์ให้ถูกต้อง หากนายทรัมป์มีคำกล่าวอ้างผิดๆ ขณะที่นายทรัมป์ตอบโต้จุดนี้ว่า ผู้โต้อภิปรายควรเป็นผู้แก้ไขคำผิดเอง

ทั้งนี้ ผลสำรวจล่าสุดของ วอชิงตัน โพสต์/เอบีซี นิวส์ โพล ซึ่งเผยแพร่ในวันอาทิตย์ ระบุว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 78% กำลังติดตามการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งนี้อย่างใกล้ชิด ขณะที่มีผู้มีสิทธิ์ฯ จะออกไปใช้สิทธิอย่างแน่นอนที่ 67%

ขณะที่ อีโคโนมิสต์/ยูโกฟ โพล ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 22-24 ก.ย. ระบุว่า ผู้รับการสำรวจ 44% จะไปลงคะแนนให้นางคลินตัน ขณะที่อีก 41% จะลงคะแนนให้นายทรัมป์

ชาวอเมริกันทั่วประเทศเฝ้าชมการโต้อภิปรายครั้งแรกระหว่าง ฮิลลารี คลินตัน และโดนัลด์ ทรัมป์ 2 ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ที่เริ่มขึ้นในคืนวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น 27 ก.ย. 2559 02:26 27 ก.ย. 2559 10:24 ไทยรัฐ